เอาใจนักเที่ยวสายประวัติศาสตร์แบบเต็มพิกัด และไปเรียนรู้จักเพื่อนบ้านให้มากขึ้น
ศูนย์ข้อมูลมติชน และมติชนอคาเดมี จึงจัดทริปพิเศษที่เวียงจันทน์-วังเวียง-หลวงพระบาง เสาร์ที่ 12-อังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2565 (4 วัน 3 คืน) พร้อมนั่งรถไฟความเร็วสูงจากวังเวียงไปหลวงพระบาง

ที่สำคัญได้วิทยากรพิเศษ คือ อ.สมฤทธิ์ ลือชัย พิธีกรและนักวิชาการอิสระด้านอุษาคเนย์ศึกษา (Southeast Asian studies) จะนำพาทุกคนไปเจาะลึกตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศลาว สัมผัสประวัติศาสตร์ลาวและความสัมพันธ์ลาว-ไทย ในแง่มุมต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!!
ก่อนที่จะข้ามฝั่งโขง ไปนั่งรถไฟความเร็วสูงกับเรานั้น เรามีไฮไลต์และข้อมูลที่มาเชิญชวนไปเที่ยวกัน
เวียงจันทน์ที่เราจะไปเที่ยวกันนั้น ในอดีตเป็นเมืองที่รุ่งเรืองระดับมหานคร ซึ่งมีบันทึกในเอกสารชาวตะวันตกที่เดินทางจากปากแม่น้ำโขงผ่านกัมพูชาขึ้นไปเจริญทางพระราชไมตรีกับเจ้ามหาชีวิตเวียงจันทน์ เมื่อปลายพุทธศตวรรษที่ 22 (ราว พ.ศ.2183 หลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก)
ความงามและความยิ่งใหญ่ของพระราชวังมหานครเวียงจันทน์ เป็นอย่างไร ในเอกสารของ Giovanni Fillippo de Marini หรือเรียกย่อๆ ว่า ท่านมารินี และ อ.สมชาย นิลอาธิ ได้แปลจากภาษาลาวเป็นภาษาไทย (หุมพัน ระตตะนะวง แปลจากภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาลาว) ดังนี้

“พระราชวังซึ่งแสดงสถาปัตยกรรมน่าพิสดารนั้น สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ความใหญ่ของมันนั้นจนถึงขั้นที่รู้สึกว่าเป็นตัวเมืองหนึ่งต่างหาก ไม่เฉพาะแต่ต่อสถานที่ตั้งของมันเท่านั้น แต่ต่อทางด้านจำนวนพลที่บรรจุในนั้นด้วย หอโรงของพระเจ้าแผ่นดินนั้นประดับด้วยประตูโขงอันเรื่องอาจและงดงาม หอปราสาทของพระเจ้าแผ่นดินนั้นประดับด้วยประตูโขงอันพิสดารและงดงาม ประกอบด้วยห้องต่างๆ ชึ่งล้วนแต่งดงามทั้งสิ้น มีเปิงใหญ่เปิงหนึ่งซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่ทำด้วยไม้ที่ไม่โดกเป็น ทางด้านในและด้านนอกก็ล้วนแล้วแต่ประดับด้วยรูปแกะสลักอันประณีต และอาบด้วยน้ำทองคำอย่างประณีตเช่นกันจนทำให้รู้สึกว่าเป็นแท่งทองคำแท้ๆ แทนที่จะเป็นทองคำปิดพอกปราสาทดังกล่าวนั้นหันหน้าเข้าหาลานจัตุรัสใหญ่ ซึ่งอยู่ท้ายลานก็มีเคหาทำด้วยอิฐและมุงด้วยดินขอตั้งเรียงรายติดหลังต่อกันไป ซึ่งตามปกติแล้วเป็นโรงของพวกสนมกรมวัง ไกลจากนั้นไปอีกมีแถวของเคหาอีกแถวหนึ่ง ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับแถวแรก ซึ่งเป็นของนายทหารและขุนนางต่างๆ”
แล้วยังมีเอกสารอีกเล่มหนึ่งเขียนโดย หม่อมเจ้าทับ พรรณนาถึงความอลังการของเวียงจันทน์ (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3) ใน “นิราศทัพเวียงจันท์” ว่า
“พอตรงเวียงเห็นวังที่ฝั่งข้าม วิเศษงามเพราเพริศดูเฉิดฉัน
ทองระยับตับแสงพระสุริยัน ที่หน้าบันช่อฟ้าบราลี”
หรือ
“ล่วงทวารด่านโดยทักษิณทิศ พี่เปลี่ยวจิตเปล่าใจอาลัยหา
งามสถานปานศรีอยุธยา ช่างเทียบทำทีท่าไม่ผิดทรง”
นครหลวงเวียงจันทน์จะงามขนาดไหน ไปฟัง อ.สมฤทธิ์ เล่าให้ฟังในทริปนี้ พร้อมชมแหล่งศิลปกรรมสำคัญในหลวงเวียงจันทน์ เช่น
ธาตุหลวง พระมหาธาตุประจำเมืองเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นราชธานีแห่งที่ 2 ของอาณาจักรล้านช้าง ที่สมเด็จพระไชยเชษฐาทรงย้ายลงมาจากหลวงพระบางเมื่อ พ.ศ.2103
ตามตำนานบอกเล่ากันว่า ธาตุหลวงองค์ที่เห็นในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นครอบหรือ “กวม” ลงบนธาตุองค์เก่า ธาตุหลวงเคยพังทลายลงจนเหลือแต่ส่วนฐานล่าง เมื่อฝรั่งเศสยึดฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงได้แล้วก็ได้ฟื้นฟูเมืองเวียงจันทน์ จากนั้นจึงปฏิสังขรณ์ธาตุหลวงขึ้นใหม่เป็นทรงคล้ายหอคอย และเมื่อลาวได้รับเอกราชแล้วจึงได้รื้อลงแล้วสร้างขึ้นใหม่ตามแบบศิลปะล้านช้างดังที่เห็นในปัจจุบัน และที่ระเบียงคดรอบธาตุหลวง มีโบราณวัตถุที่ได้จากภายในเมืองเวียงจันทน์

หอพระแก้ว เดิมคือสถานที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ซึ่งสมเด็จพระไชยเชษฐาทรงอัญเชิญมาจากเมืองเชียงใหม่ไปไว้ที่เมืองหลวงพระบางเมื่อราว พ.ศ.2090 และเมื่อย้ายราชธานีลงมายังเวียงจันทน์ก็ได้อัญเชิญลงมา ก่อนที่ถูกอัญเชิญลงมายังกรุงธนบุรีในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินเมื่อ พ.ศ.2322
เดิมหอพระแก้วคงเป็นพุทธสถานภายในพระราชวังของเวียงจันทน์ เพราะมีพื้นที่ต่อเนื่องกันกับบริเวณ “หอคำ” ที่เคยเป็นพระราชวังมาก่อน หลังสงครามกับสยามในราว พ.ศ.2370 หอพระแก้วก็ถูกทิ้งร้าง จนมีสภาพชำรุดทรุดโทรม จนถึง พ.ศ.2479-2480 จึงได้บูรณะขึ้นใหม่จนมีสภาพสมบูรณ์ ที่เราเห็นในปัจจุบันนี้
และไฮไลต์ที่สำคัญคือ นั่งรถไฟความเร็วสูงจากวังเวียงไปหลวงพระบาง

ที่หลวงพระบาง หรือเมืองเชียงดงเชียงทอง เมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำคานไหลลงสู่แม่น้ำโขง และเป็นชุมทางสำคัญในการติดต่อระหว่างแม่น้ำโขงกับบ้านเมืองทางเหนือขึ้นไป ซึ่ง อ.สมฤทธิ์จะเล่าถึงเมืองหลวงพระบางประวัติราชธานีแห่งแรกของล้านช้างตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19-20
หลวงพระบางมีแลนด์มาร์กสำคัญคือ พระธาตุพูสี ซึ่ง อ.สมฤทธิ์ จะพาทุกท่านขึ้นไปกราบไหว้พระธาตุพูสี พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองหลวงพระบาง ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุด ว่ากันว่า ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของหลวงพระบาง สามารถมองเห็นพระธาตุพูสีได้เสมอ หากเดินขึ้นไปยังยอดเขาสามารถชมทิวทัศน์เมืองหลวงพระบางได้ทั้งเมืองเลยทีเดียว

หากมาหลวงพระบางแล้วไม่ได้ขึ้น พูสี ถือว่ายังมาไม่ถึง
ยังพาชมแหล่งศิลปกรรมสำคัญที่หลวงพระบาง เช่น วัดเชียงทอง ซึ่งประวัติการสร้างตามคำบอกเล่าอาจจะเก่าไปจนถึงรัชกาลสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช เป็นวัดสำคัญมากแห่งหนึ่งของหลวงพระบาง จะพบว่าวัดนี้มีการสร้างเสริมงานช่างอยู่เสมอและมีลักษณะเฉพาะของสกุลช่าง มีอาคารสำคัญที่ควรชมในวัดนี้เช่น สิม หรือพุทธสีมาของวัดเชียงทอง สถาปัตยกรรมสกุลช่างหลวงพระบาง อูบมุง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานอภัย ที่รัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ หอไหว้หลังสิม ทางสีชมพูหรือสีกุหลาบประดับงานกระจก และโรงเมี้ยนโกศ
หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เมืองหลวงพระบาง (พระราชวังเจ้ามหาชีวิต) ด้านหน้าเป็นอนุสาวรีย์ของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ซึ่งภายในพระราชวัง จัดแสดงศิลปวัตถุชิ้นสำคัญที่พบในหลวงพระบาง และที่สำคัญเป็นสถานที่ประดิษฐาน “พระบาง” พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง
ที่หลวงพระบางยังมีชาวต่างชาติคนสำคัญ คือ อองรี มูโอต์ นักสำรวจชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาสำรวจ

ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติในสยาม ลาว กัมพูชา เวียดนาม ตรงกับ สมัยรัชกาลที่ 4 และมูโอต์เสียชีวิตด้วยโรคไข้ป่าที่หลวงพระบาง ในวัย 35 ปี
ผลงานของมูโอต์ที่บันทึกไว้กลายเป็น หนังสือที่เป็นทั้งบันทึกส่วนตัวว่าด้วยการผจญภัยและประสบการณ์แปลกใหม่ยามอยู่ไกลบ้านไกลเมือง เป็นตัวอย่าง “หลักฐานชั้นต้น” ชิ้นสำคัญของงานเขียนในยุคอาณานิคมจากมุมมองของเจ้าอาณานิคม แง่มุมของคนหนุ่มที่มีความโรแมนติกอยู่ในตัว มองโลกลึกซึ้งคมคาย แต่ก็ช่างติไม่แพ้กัน ด้วยเหตุ
ที่มูโอต์ไม่ใช่นายทหารหรือเจ้าหน้าที่ปกครองของรัฐ จึงกล่าวได้ว่าบันทึกของเขาเป็นไปด้วยความสนใจใคร่รู้โดยแท้ ไม่ใช่เพื่อดูต้นทางหรือลาดเลาในการเข้ายึดครองพื้นที่ บุคลิกของอองรี มูโอต์ มีความโดดเด่นน่าสนใจเป็นทุนเดิม เพราะเขามีความรู้ความสามารถด้านภาษาและนิรุกติศาสตร์ ซึ่งในทริปนี้จะพาไปชม หลุมฝังศพ อองรี มูโอต์ พร้อมเล่าเรื่อง เมืองลาว จาก “คำบอกฝรั่ง” โดย อ.สมฤทธิ์
และนี่คือไฮไลต์ชวนติดตามของเราในทริปนี้และยังอีกหลากหลายเรื่องราวชวนติดตาม ที่คุณไม่ควรพลาด
MIC INTERNATIONAL TRIP ล้านช้างร่มขาว (เวียงจันทน์-วังเวียง-หลวงพระบาง) ข้ามฝั่งโขง นั่งรถไฟความเร็วสูง หอมกลิ่นจำปา และประวัติศาสตร์ลาวแบบเจาะลึกและนอกตำรา กับอ.สมฤทธิ์ ลือชัย เดินทางวันเสาร์ที่ 12-อังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2565 (4 วัน 3 คืน)
สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
สำรองที่นั่ง Add LINE โดยคลิก line.me/ti/p/zM-t9v3Y9w
หรือ LINE ID : MatichonMIC
สอบถามรายละเอียด : หญิง โทร 09-2246-4140
รายละเอียการเดินทาง https://www.facebook.com/photo/?fbid=482704307232609&set=a.474086588094381
ศูนย์ข้อมูลมติชน

