จับตา เกิด-ไม่เกิด ‘มิกซ์ยูส คลองจั่น’ กลางเสียงค้านเซ็งแซ่

5.11.22 | 12:16 น.
จับตา เกิด-ไม่เกิด ‘มิกซ์ยูส คลองจั่น’ กลางเสียงค้านเซ็งแซ่

จับตา เกิด-ไม่เกิด ‘มิกซ์ยูส คลองจั่น’ กลางเสียงค้านเซ็งแซ่

เป็นอีกประเด็นต้องจับตา สำหรับกรณี ‘มิกซ์ยูส คลองจั่น’ ซึ่งชาวบ้านมีความกังวลใจในหลายประการ ทั้งผลกระทบจากมลพิษด้านต่างๆ อีกทั้งตั้งคำถามถึงการเวนคืนพื้นที่บริเวณชุมชนตรงข้าม สวนนวมินทร์ภิรมย์
(บึงลำพังพวย) เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ เกิดการรวมตัวเดินหน้าคัดค้าน ตั้งแต่การขึ้นป้ายไวนิลย้ำชัดว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว กระทั่งปรากฏตัวแสดงเหตุผลจากใจประชาชนในการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ‘ร่วมกันสร้างสรรค์ชุมชนริมทะเลสาบคลองจั่น’ ภายใต้โครงการศึกษาความเป็นไปได้การพัฒนาโครงการแบบผสมผสาน (mixed-use) ตามเส้นทางโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ที่การเคหะแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ เขตบางกะปิ เมื่อ 6 ตุลาคม กระทั่งไม่กี่วันที่ผ่านมา 28 ตุลาคม มีการจัดวงพูดคุยอีกครั้ง ท่ามกลางความเห็นค้านของชาวบ้านเช่นเดิม โดยรอบนี้ มีภาคการเมืองล้อมวงรับฟังอย่างเข้มข้น พร้อมด้วย ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

มาย้อนดูข้อมูล จากทั้ง 2 ฟากฝั่งที่ต้องรับฟังให้ครบถ้วนรอบด้าน

ภาพจำลองที่นำเสนอในการประชุมรับฟังความคิดเห็น 6 ตุลาคม ระบุหนึ่งในข้อดี คือ สภาพแวดล้อมของชุมชนที่ขยายตัวเจริญมากขึ้น ย่อมทำให้ที่ดินในบริเวณย่านนั้นทั้งหมดมีมูลค่าในราคาตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น
ชาวชุมชนคลองจั่นร่วมพูดคุยอย่างเนืองแน่น เมื่อ 28 ตุลาคม

ผู้ว่าการการเคหะฯ คอนเฟิร์ม‘ไม่เวนคืน’
ชาวบ้านมึนไม่รู้มีประชุม
ส.ส.ยันถึง‘สภา’แน่

“การจัดรอบแรกแจ้งแค่ประชาชนที่อยู่บริเวณคลอง แต่คนในเขตไม่รับรู้เรื่องนี้เลย เอกสารสำหรับการประชุมครั้งนี้ก็ไม่มีความแน่นอนว่าต้องการจะสร้างอะไรกันแน่ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างก็ไม่เห็นด้วยกับการสร้าง คิดว่าการสร้างจะนำมาซึ่งมลพิษต่างๆ มากมาย” ชุติมา (สงวนนามสกุล) ชาวบ้าน เล่าขณะเข้าประชุมรับฟังความเห็นครั้งที่ 2 เมื่อ 6 ตุลาคม

ด้าน ธีรัจชัย พันธุมาส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า ดูจากแบบสอบถามที่มีการแจกก่อนประชุม มีลักษณะเหมือนกับว่าจะทำโครงการแน่นอนแล้ว เพียงแต่จะทำในรูปแบบไหนเท่านั้น จึงอยากให้กรรมการการเคหะได้ทบทวน และจะนำเรื่องนี้เข้าสภาอย่างแน่นอน

Advertisement

เลอศักดิ์ นิยมไทย สถาปนิก เป็นผู้นำเสนอสไลด์ประกอบการประชุม โดยกล่าวว่า ในการก่อสร้าง มีแผนการถมบึงเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง และที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม โดยพื้นที่บึงที่เหลือจะขุดให้ลึกขึ้น เพื่อให้รับปริมาณได้เหมือนเดิม นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอการขยายช่องจราจรจาก 4 เลน เป็น 6 เลน

ภายหลังจบการนำเสนอ ชาวบ้านตั้งคำถามในประเด็นการเวนคืนพื้นที่บริเวณชุมชนตรงข้ามสวนนวมินทร์ภิรมย์ (บึงลำพังพวย) ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ยืนยันทันควันว่า ‘ไม่มีการเวนคืนอย่างแน่นอน’

“ถ้ามีการเวนคืน ผมจะไปยืนประท้วงกับท่านเลยครับ” ผู้ว่าการการเคหะฯ คอนเฟิร์ม ก่อนย้ำว่า กระบวนการวันนี้ไม่ใช่ที่สิ้นสุด แต่เป็นการศึกษาฟังความคิดเห็นของประชาชนว่าทำได้หรือไม่ ถ้าสุดท้ายแล้วทำไม่ได้ ก็จะไม่ทำ

ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 14 บึงกุ่ม คันนายาว กล่าวถึงความกังวลของประชาชนภายในพื้นที่ว่า หากมีการก่อสร้างขึ้นย่อมต้องรับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการก่อสร้าง

“ทั้งเสียง ฝุ่นมลพิษจะต้องเกิดขึ้น ชีวิตประจำวันของประชาชนโดยรอบจะได้รับและเปลี่ยนไป การเคหะแห่งชาติจึงต้องนำกลับไปคิดและทบทวน อยากให้การเคหะทบทวนในเรื่องของผลที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ การศึกษาข้อมูล และการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพราะประชาชนต่างเป็นกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น” ส.ส.ในพื้นที่กล่าว

หลังจบการประชุมในวันนี้ ชาวบ้านต่างจับกลุ่มพูดคุยว่า ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าว รวมทั้งได้พูดคุยถึงความกังวลที่จะเกิดขึ้น หากมีการสร้างที่อยู่อาศัยขึ้นจริง โดยหลายรายระบุว่า จากแบบสอบถามที่ทางการเคหะแห่งชาติแจกให้ทำ ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ จึงเกิดความกังวล ทั้งนี้ ก็ต้องติดตามความคืบหน้าต่อในการประชุมครั้งต่อไป

 

ชาวชุมชนคลองจั่นขึ้นป้ายคัดค้านโครงการมิกซ์ยูส ก่อนถูกปลดออก

ยื่น 2,278 ฉบับร้องเรียน
ตัวแทนชุมชนรุมยกเหตุผล‘ค้าน’

ไม่ทันพ้นสิ้นเดือน ตัดภาพมาในวันที่ 28 ตุลาคม ณ การเคหะแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ เขตบางกะปิ เช่นเดิม ภาคประชาชนจัดกิจกรรมพูดคุย โดยมี อโนทัย ฐิตะฐาน หรือ ‘ดอน ซ่อมได้’ นักซ่อมแซมกีตาร์ชื่อดัง ในฐานะชาวชุมชนคลองจั่นโดยกำเนิด รับหน้าที่พิธีกร

“วันนี้ไม่เปิดให้ฝ่ายการเมืองพูด เพราะกลัวว่าเวทีสนทนาจะเปลี่ยน จะขอให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ พูด” ดอน ซ่อมได้ เผยล่วงหน้าถึงเหตุผลที่ขอไม่ส่งไมค์ให้ฝ่ายการเมือง ขณะที่ชาวบ้านทยอยเดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่ง ตั้งแต่วัยกลางคนถึงผู้สูงอายุ โดยมีตัวแทนผู้อยู่อาศัยอาวุโส 4 ราย กล่าวถึงปัญหา ได้แก่ 1.นิคม วงศ์วานิช อดีตอาจารย์โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 2.ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ อดีตผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย 3.ปรีชา ออประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ 4.ผศ.ดร.เจริญ คุวินทร์พันธุ์ อดีตอาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ดร.ศักดิ์ชาย ผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่บึงกุ่มกว่า 50 ปี เป็นตัวแทนยื่นเอกสารร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่กว่า 2,278 ฉบับ แก่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนรัฐบาล

“ผมอยู่ในชุมชมตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 เราอยู่กันด้วยความสุขเสมอภาค ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ถ้าระงับโครงการได้ ก็จะเป็นพระคุณกับเราชาวชุมชนคลองจั่นทุกคน” ดร.ศักดิ์ชายกล่าว

ด้าน นิคม ยืนยันอีกเสียง ว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการสร้างคอนโดมิเนียมริมทะเลสาบคลองจั่น

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ผมไม่อยากนับว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ที่การเคหะฯทำอะไรขึ้นมาแล้วเราต้องออกมาร้องเรียน”

ขณะที่ ปรีชา กล่าวว่า ถ้ามีการจัดสร้างตามโครงการดังกล่าว จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม น้ำ น้ำเสีย ขยะ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของสวนนวมินทร์ภิรมย์ ที่มีผู้คนมาใช้บริการพื้นที่สาธารณะจำนวนมาก ทั้งออกกำลังกาย และทำกิจกรรมสาธารณะต่างๆ

ปิดท้ายด้วยมุมมองของ ผศ.ดร.เจริญ ที่เปิดใจว่า ประชาชนไม่ต้องการโครงการอื่นใดแล้ว ขอแค่พัฒนาสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่ขึ้นเท่านั้น

กิตติศักดิ์ ชาวบ้านอีกรายซึ่งอยู่อาศัยในพื้นที่มานานกว่า 50 ปี ขอร่วมคอมเมนต์ในฐานะมีประสบการณ์ด้านสถาปัตยกรรมและผังเมือง ว่าตึก 30 ชั้นใช้เวลาอย่างน้อย 6 ปีในการก่อสร้าง ประชาชนจะได้รับทั้งแรงสั่นสะเทือนจากการก่อสร้าง ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น ขยะ เสียง เป็นต้น และหลังสร้างเสร็จ ทัศนียภาพของประชาชนจะเป็นอาคารสูง

“นักวิ่งผู้ออกกำลังกายจะวิ่งอยู่กับกำแพงส่วนหนึ่งของอาคาร และพื้นที่ความกว้างสวน 8-9 เมตรที่เหลือ เป็นเพียงซอกสำหรับออกกำลังกาย สุดท้ายจะเป็นเพียงพื้นที่ทิ้งขยะเท่านั้นเอง สุดท้ายแล้วบ้านผม พระอาทิตย์จะตกประมาณบ่ายสอง หรือพระอาทิตย์จะขึ้นประมาณ 9 โมง เนื่องจากการบดบังทัศนียภาพ” กิตติศักดิ์ระบุ

รูปแบบและองค์ประกอบโครงการซึ่งให้ข้อมูลกับชาวบ้านถึงการพัฒนาที่คำนึงถึงปัญหาการรับน้ำ และระบายน้ำ
จะช่วยลดปัญหาน้ำท่วม

กรีดเคหะฯ‘ไม่มีหน้าที่แสวงผลกำไร’ รองผู้ว่าฯ ปลื้มหัวใจ‘เข้มแข็ง’

จากเสียงประชาชน มาฟังเสียงภาครัฐ อย่าง พีระพันธุ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่ย้ำว่า การเคหะแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไม่ใช่เป็นนักพัฒนาที่ดิน มีหน้าที่ในการจัดที่อยู่อาศัยให้ประชาชน โดยในทางปฏิบัติ การเคหะแห่งชาติไม่ได้มีหน้าที่มุ่งแสวงหากำไร หากมีการสร้างขึ้น เชื่อว่าต้องมีปัญหาตามมา เช่น สาธารณูปโภคที่ต้องมารองรับ การจราจร น้ำเน่าเสีย กระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ เป็นต้น

“ถ้าจะต้องลงทุนสร้างขนาดนั้น เราเอาเงินไปลงทุนด้านอื่นๆ ไปลงทุนที่สามารถจัดหาที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อยจะคุ้มค่ากว่าหรือเปล่า” นายพีระพันธุ์ กล่าว และว่า โครงการดังกล่าวเป็นไปได้ยากที่จะเกิดขึ้น ซึ่งตนจะนำเรื่องสรุปเพื่อเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ทราบปัญหานี้ต่อไป

ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม.พูดคุยกับชาวบ้าน ชื่นชมชุมชนเข้มแข็ง

ในช่วงท้าย ศานนท์ รองผู้ว่าฯกทม. ซึ่งร่วมนั่งฟังหลากความเห็น เผยว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มารับฟังในวันนี้ ได้พบว่าชุมชนมีความเข้มแข็งซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ

“ผมว่าหัวใจที่ได้ฟังวันนี้คือ ความเข้มแข็งของชุมชน ไม่ว่าจะมีใครมาทำร้าย หรือมีใครคิดโครงการที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน สิ่งที่จะรักษาไว้ คือความเข้มแข็งแบบนี้ ถือว่าเป็นตัวอย่างที่อยากนำไปบอกในทุกๆ ที่ที่มีโครงการแบบนี้ ความเข้มแข็งของชุมชนจะทำให้หลายๆ ประเด็นที่ฝ่าฟันกันอยู่ เป็นไปได้ หากมีประเด็นอะไรที่สามารถสนับสนุนได้ กทม.ยินดีเป็นอย่างยิ่ง” ศานนท์กล่าว

ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ตัวแทนชาวชุมชนคลองจั่น ยื่นเอกสารร้องเรียนกว่า 2,278 ฉบับ ต่อพีระพันธุ์
สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 28 ตุลาคม

ก่อนที่ ทวีพงษ์ ผู้ว่าการการเคหะฯ ปิดท้ายว่านี่เป็นแค่ขั้นต้นของการศึกษา ถ้าผลออกมาเป็นไปไม่ได้ ก็เป็นไปไม่ได้ และเชื่อว่ามีอีกหลายขั้นตอน

“จากนี้ไปจะต้องมีการทำงานร่วมกัน และจะพยายามจัดตั้งคณะกรรมการการมีส่วนร่วม ที่มีทั้งประชาชนคลองจั่น และเคหะฯ เพื่อมาทำงานร่วมกัน กราบขอโทษที่การทำงานของการเคหะฯ ไปสร้างความไม่สบายใจ จึงนำเรียนให้ประชาชนสบายใจ ถือว่าวันนี้ได้มีโอกาสได้พบเจอ รับฟังความคิดเห็นประชาชน วิกฤตครั้งนี้ทำให้ตนได้เจอประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก และหวังว่าจะได้มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับประชาชนมากขึ้น หลังจากนี้ไป การทำงานของเคหะฯ และชุมชน จะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากยิ่งขึ้น” ทวีพงษ์กล่าว ก่อนยืนยันว่าจะนำข้อสังเกตของประชาชนไปประมวลในการพิจารณาดำเนินการต่างๆ ต่อไป

“ขอฝากการเคหะแห่งชาติไว้ในอ้อมอกอ้อมใจพี่น้องทุกๆ ท่านด้วย รักน้อยๆ แต่รักนานๆ” ผู้ว่าการการเคหะฯอ้อน

ส่วนชาวบ้านจะรับรักหรือไม่ จากนี้ไป (โครงการนี้) ยังต้องจับตา