จากเป้าหมายของโครงการ “ชุมชนอุดมปัญญา” ที่เครือมติชนเปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อรวมพลังคนใจดีร่วมกันมอบความรู้ ผ่านหนังสือ นิตยสารในเครือมติชน ทั้งศิลปวัฒนธรรม มติชนสุดสัปดาห์ เทคโนโลยีชาวบ้าน ตลอดจนพ็อคเก็ตบุ๊ก หรือหนังสือเล่มของสำนักพิมพ์มติชน ส่งต่อให้สถานศึกษา ห้องสมุดท้องถิ่น ชุมชน และเรือนจำทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการอ่าน เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้คนในพื้นที่
หนังสือและนิตยสารล็อตแรก เครือมติชนได้ส่งมอบให้บ้านหนังสือชุมชนสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ไปแล้ว 84 แห่ง และเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มอบอีกครั้ง แบ่งเป็นมอบให้กรุงเทพมหานคร 40 แห่ง และชุมชนในพื้นที่ที่ผู้บริจาคประสงค์จะมอบให้อีก 60 แห่ง รวมทั้งสิ้น 184 แห่ง
ถึงวันนี้คาราวานหนังสือและนิตยสารล็อตแรกเดินทางไปถึงบ้านหนังสือและชั้นหนังสือในชุมชน ท่ามกลางเสียงตอบรับอย่างกระตือรือร้น ที่ส่งเสริมให้ที่อ่านหนังสือชุมชนมีหนังสือและนิตยสารชวนอ่านกลับมาอีกครั้ง

“เตือนใจ กองถวิล” เจ้าของบ้านที่ตั้ง “บ้านหนังสือชุมชนประจำตำบลบางตาหงาย” อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ และเป็นวิทยากรฝึกอาชีพของ กศน. เปิดพื้นที่มุมบ้านและร้านค้าของครอบครัวเป็นบ้านหนังสือชุมชน แต่ละวันจะมีบรรดาเด็กๆ ผู้ปกครอง แวะเวียนกันมาใช้บริการไม่ขาดสาย แต่ละคนสามารถเลือกหยิบหนังสือที่ชื่นชอบไปนั่งอ่านตามอัธยาศัย
“จุดเริ่มต้นเกิดจากตัวเองที่เรียนจบ กศน. มีจิตอาสา ประกอบกับครอบครัวเปิดร้านค้าของชำและเป็นที่อ่านหนังสือพิมพ์ของหมู่บ้าน แต่ละวันมีชาวบ้านมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์เป็นประจำ หลังเข้าร่วมโครงการบ้านหนังสือ ได้ปรับมุมร้านค้าเป็นพื้นที่อ่านหนังสือ มีโต๊ะหินอ่อนใต้ร่มไม้ให้นั่งพักผ่อน ส่วนหนังสือได้รับจาก กศน.และการบริจาค ล่าสุดมีหนังสือในเครือมติชนเข้ามาสนับสนุน แต่ละวันจะมีทั้งเด็กๆ และพ่อแม่ผู้ปกครองมานั่งอ่านหนังสือวันละ 4-10 คน หนังสือที่ชื่นชอบมีทั้งมติชนสุดสัปดาห์ เทคโนโลยีชาวบ้าน ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับช่องทางทำกิน เทคโนโลยีการเกษตร งานฝีมือ การปลูกพืชผัก แปรรูปอาหาร ยิ่งช่วงหลังโควิด-19 คลี่คลาย ชาวบ้านต้องการสร้างอาชีพใหม่ จึงสนใจหนังสือที่ส่งเสริมอาชีพเป็นพิเศษ เพราะไม่ต้องเดินทางไปทำงานต่างถิ่นแล้ว กราบขอบคุณสำนักพิมพ์มติชนที่สนับสนุนหนังสือมายังบ้านหนังสือชุมชน ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก”
“ประจักษ์ มีเทศน์” นักอ่านขาประจำวัย 65 เข้ามาใช้บริการเป็นรายแรก กล่าวฝากขอบคุณเครือมติชนที่ส่งหนังสือดีๆ มาให้อ่าน หนังสือที่ชื่นชอบที่สุด คือ มติชนสุดสัปดาห์ เพราะสรุปเนื้อหาข่าวสารทางการเมืองและต่างประเทศมาให้อ่านถึงบ้าน เนื่องจากปัจจุบันหาซื้อค่อนข้างยาก จึงอาศัยเดินมาอ่านที่บ้านหนังสือชุมชนเป็นประจำ ยิ่งได้เห็นเด็กๆ นั่งอ่านหนังสือแล้วรู้สึกชื่นใจ บางครั้งเด็กมายืมหนังสือไปทำการบ้านด้วย ถือเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์อย่างมาก

“บ้านหนังสือชุมชนบ้านกล้อทอ” ห้องสมุดเล็กๆ กลางชุมชนในถิ่นทุรกันดาร ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก มี “ครูวารินทร์ กวาวสิบสาม” ครู กศน.ตำบลแม่จัน เป็นผู้ดูแล เล่าว่า “เปิดบ้านหนังสือชุมชนบ้านกล้อทอมานานกว่า 40 ปี แรกก่อตั้งในปี 2522 เป็นเพียงจุดอ่านหนังสือพิมพ์ จากนั้นตั้งชื่อเป็น “บ้านหนังสืออัจฉริยะ” และ “ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน” ก่อนจะมาเป็น “บ้านหนังสือชุมชน” ในปัจจุบัน แม้เป็นหมู่บ้านห่างไกลในถิ่นทุรกันดาร แต่ชาวบ้านยังคงอ่านหนังสือ แต่มีหนังสือไม่เพียงพอ ต้องนำหนังสือไปหมุนเวียนกันอ่าน เพราะไม่มีงบประมาณซื้อหนังสือ
แต่ก่อนเคยมีงบซื้อหนังสือพิมพ์ทุกวัน แต่ด้วยระยะทางไกลทำให้หนังสือมาช้า ประชาชนได้รับข่าวสารที่ไม่เป็นปัจจุบัน ขณะที่หนังสือส่วนใหญ่ได้รับจากห้องสมุดประชาชนและการบริจาค

“บ้านหนังสือชุมชนบ้านกล้อทอได้รับหนังสือจากโครงการชุมชนอุดมปัญญา ทั้งนิตยสาร พ็อคเก็ตบุ๊กเป็นประโยชน์มาก ทำให้มีหนังสือบริการประชาชนทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ นักเรียน นักศึกษา หนังสือช่วยเปิดโลกกว้าง บอกเรื่องราวความเคลื่อนไหวของข่าว สังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่สามารถอ่านสรุปจบในเล่มเดียว เล่มที่ได้รับความนิยมมาก คือ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ที่คัดสรรอาชีพที่ประสบความสำเร็จ แนวทางการประกอบอาชีพ นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปจนถึงการจัดการการตลาด ทำให้ชาวบ้านสามารถนำแนวทางมาปรับประยุกต์ใช้ในวิถีชุมชนได้”
“เทียนหอม ศิลารักษ์” เจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงาน โรงพยาบาล

ส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งมน อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ผู้ดูแล “ห้องสมุด รพ.สต.ทุ่งมน” หลังคาราวานหนังสือเดินทางไปถึง “เทียนหอม” รีบนำหนังสือส่วนหนึ่งไปจัดเรียงขึ้นชั้นหนังสือบริเวณห้องโถงของโรงพยาบาลเพื่อพร้อมให้บริการชาวบ้านได้หยิบอ่านอย่างเพลิดเพลินระหว่างรอคิวพบแพทย์ หนังสือใหม่ๆ เหล่านี้ เข้ามาเติมเต็มชั้นหนังสือที่แต่เดิมมีเพียงหนังสือนิยาย เรื่องสั้น นิตยสารเก่าๆ ทำให้ชาวบ้านที่มาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ วัยทำงาน มีหนังสือให้เลือกหยิบอ่านมากขึ้น และหนังสือเทคโนโลยีชาวบ้านชื่นชอบมากที่สุด

ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ มีมุมหนังสือของชุมชนอีกแห่งที่จัดพื้นที่สำหรับนักอ่านได้น่ารัก ทันสมัย เป็นทั้งมุมความรู้และมุมพักผ่อนไปพร้อมๆ กัน “ร้านกาแฟสดฮิมฮั้ว” ของ “ผู้ใหญ่ดวงเดือน สุวรรณศรี” ผู้ใหญ่บ้านป่าเสร้าหลวง หมู่ 8 ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ผู้ใหญ่เดือนเล่าว่า เปิดร้านขายกาแฟสดมาหลายปี มักจัดหานิตยสารมาให้ลูกค้าอ่านระหว่างดื่มกาแฟ โดยจัดพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นมุมนักอ่านให้บริการทั้งชาวชุมชน ลูกค้า และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมเยือน
“ลูกค้าที่มาใช้ร้านมักเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือโซเชียลมีเดีย กว่า 80-90% มีเพียง 10-20% ที่หยิบหนังสือมาอ่าน 1-2 เล่ม ใช้เวลาอ่านเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น หนังสือส่วนใหญ่เป็นนิตยสาร อาทิ แฟชั่น สุขภาพ ท่องเที่ยว สารคดี วิถีชีวิตชุมชน ส่งเสริมอาชีพ บางรายสนใจหนังสือแนวธรรมะ เทคโนโลยีชาวบ้าน ส่วนเด็กสนใจหนังสือนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์เทคโนโลยี แต่ร้านไม่มีหนังสือการ์ตูน ถ้าเป็นไปได้อยากได้หนังสือการ์ตูนแนววิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ที่สร้างจินตนาการ และแรงบันดาลใจผู้อ่าน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ในอนาคต พร้อมชั้นวางหนังสือเพื่อแบ่งหมวดหมู่หนังสือตามกลุ่มผู้ใช้บริการ” ผู้ใหญ่ดวงเดือนกล่าว
“อัชฎาพร เตยแก้ว” ผู้ใหญ่บ้านขามเจริญ หมู่ 8 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้เปิดพื้นที่บ้านพัก ที่เป็นทั้งที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และร้านค้าในชุมชน เป็นมุมนักอ่านของชาวชุมชนกว่า 2,000 ครัวเรือนในพื้นที่รับผิดชอบ กล่าวว่า หลังข่าวโครงการชุมชนอุดมปัญญาส่งมอบหนังสือใหม่ๆ มาให้ ปรากฏว่าชาวบ้านสนใจอย่างมาก ระหว่างที่มาติดต่อราชการ มักหยิบหนังสือมานั่งอ่าน แต่ละวันมีนักอ่านทุกเพศทุกวัยมาใช้บริการ สำหรับเด็กๆ ชอบหนังสือที่มีภาพประกอบ กลุ่มวัยรุ่น คนหนุ่มสาวจะอ่านข่าวสารบ้านเมือง ส่วนผู้สูงวัยชอบอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการเกษตรและอาชีพต่างๆ แต่หนังสือที่มียังไม่หลากหลายเท่าที่ควร อยากได้หนังสือสำหรับเด็กเล็ก หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์มาเพิ่มเติม ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ผู้มีจิตศรัทธา เห็นความสำคัญของการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านเข้าถึงหนังสือ โครงการนี้มีส่วนช่วยให้คนในชุมชนอ่านหนังสือมากขึ้น
“วิภาพร ศรีพุทธา” ชาวบ้านขามเจริญ วัย 60 ให้ความเห็นว่า แม้ปัจจุบันคนสามารถเข้าถึงการอ่านได้หลายรูปแบบ นอกเหนือจากสื่อกระดาษ ยังอ่านผ่านเครื่องมือแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และอื่นๆ แต่หนังสือยังจำเป็นต่อชุมชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เข้าถึงเทคโนโลยียากกว่าคนหนุ่มสาว หนังสือเล่มช่วยเพิ่มพูนความรู้ได้มาก โครงการนี้แม้เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน แต่จากการพูดคุยกันหลายคนเห็นว่าเป็นโครงการที่สร้างและพัฒนาความรู้เป็นอย่างดี หากเป็นไปได้ ยังอยากให้มีหนังสือที่หลากหลายกว่านี้ เพื่อที่ชาวบ้านจะสามารถเลือกอ่านหนังสือที่ชื่นชอบได้มากขึ้น
เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนจากหลายๆ ชุมชนที่ได้รับหนังสือล็อตแรก ทั้งนี้ โครงการชุมชนอุดมปัญญายังตั้งเป้าหมายกระจายหนังสือไปยัง “ชุมชน” อื่นๆ ต่อไป พร้อมเปิดรับการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ต้องการให้ทุกชุมชนในประเทศมีหนังสือและนิตยสารอ่าน
เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เติมเต็มสิ่งที่หลายพื้นที่ขาดแคลน สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่โครงการ “ชุมชนอุดมปัญญา”
ทีมข่าวภูมิภาค
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนโครงการฯ ได้ที่
ไลน์ : @matichonbook
หรือติดต่อ คุณคมสันต์ สินสุขสุภัณฑ์
โทร. 02-5890020 ต่อ 3353 หรือ 086-810-2173
อีเมล์ : [email protected]

