สัปดาห์นี้มาคุยกันต่อถึงสงคราม “ชิงปลา” ในแปซิฟิกของเหล่าประเทศในเอเชีย ที่ “การหาปลา” ไม่ง่ายกลายเป็นภาวะ “การล่าปลา” จากนานาเรือประมงสัญชาติต่างๆ ในแปซิฟิก ในแง่หนึ่งส่งผลให้ทรัพยากรปลาลดลง และเติบโตไม่ทันการบริโภค
เล่าไปแล้วว่าที่ตลาดปลาสด “ซึกิจิ” ของญี่ปุ่น มีรายงานว่า มีการขายปลาไซซ์เล็กให้กับร้านค้าปลีกจากที่เคยต้องส่งไปโรงงานทำปลากระป๋อง
มาถึงตรงนี้หลายคนห่วงสถานการณ์ในอนาคต ขนาดที่มีตัวเลขประเมินภาพรวมผลผลิตการประมงในแถบเอเชียจะลดลงไปจนถึง 30% ภายในปี 2050
ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าทะเลในแถบประเทศไทย อินโดนีเซีย จะมีผลผลิตจากการประมงลดลงรวมกันกว่า 40% ในปี 2050 เช่นกัน
ส่วนตลาดผู้บริโภคมองกันว่า ในปี 2025 การบริโภคปลาจะเพิ่มอีก 12% ในเอเชียและโอเชียเนีย (ไม่รวมญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) โดยเฉพาะการเติบโตของผู้บริโภคในจีน
แล้วภาวะบริโภคปลาสูงขึ้นในเอเชียทิศทางเป็นมาอย่างไร?
…ส่วนหนึ่งมาจากชนชั้นกลางของประเทศกลุ่มนี้ขยายตัวและมีกำลังซื้อมากขึ้นในการบริโภคปลาชั้นดี
ยิ่งมีการปรับปรุงและสร้างระบบการขนส่งโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นในประเทศจีนที่ถ้าอยากกินปลาสดนั้น เพียงมีเงินก็ได้รับประทานกันง่ายๆ เพราะระยะเวลาในการขนส่งปลาสดจากชายฝั่งเข้าไปยังเขตเมือง ที่แม้จะไกลกันระดับ 1,000-2,000 กิโลเมตร แต่ก็สามารถส่งผ่านรถไฟความเร็วสูงเข้ามาได้
เหล่านี้ยิ่งเสริมส่งการบริโภคของกลุ่มกำลังซื้อที่มีมากขึ้น คลอไปด้วยปัญหาโลกร้อนสำทับ ทำให้ประชากรปลาในแปซิฟิกเองกลายเป็น “ของมีค่า” ที่ทำให้เกิดข้อสังเกตถึง “ศึกชิงปลา” ในน่านน้ำเอเชีย ที่มีข่าวเรือประมงเสี่ยงเข้าไปรุกในน่านน้ำประเทศอื่น เช่น เมื่อปีก่อนที่เรือเวียดนามถูกจับในน่านน้ำออสเตรเลียขณะกำลังลักลอบจับปลิงทะเล ไปจนถึงจีนกับเกาหลีใต้ก็เพิ่งมีปัญหาประมงน่านน้ำ ที่กลายเป็นประเด็น “การเมือง”
ผู้เชี่ยวชาญเองยังมองว่า วาระ “ปลา” จะขยายความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับข้อพิพาทและความขัดแย้งได้มากกว่าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในทะเล
แม้ตัวเลขที่นำมาเล่าถึงสถิติคาดการณ์ว่าการบริโภคปลาของชาวเอเชียจะมีแต่สูงขึ้น แล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร?
คำตอบหนึ่งคือ อนาคตจึงเป็นการฝากไว้ที่การประมงเพาะพันธุ์ฟาร์มปลา หรือ aquafarming ที่น่าจะช่วยขยายผลผลิตขึ้นมาได้อีก 40% ภายในปี 2025
และแน่นอน “เอเชีย” เป็น “ผู้เล่น” ระดับ “ผู้นำ” ของธุรกิจเพาะพันธุ์ฟาร์มปลาโลก เหล่าประเทศในเอเชียสามารถสร้างผลผลิตได้ราว 65 ล้านตัน (สถิติปี 2014) หรือคิดเป็น 89%ของผลผลิตจากทั้งโลก และ “จีน” คือผู้ผลิตรายใหญ่นั่นเอง ตามมาห่างๆ ด้วยอินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และบังกลาเทศ
โดยสถานการณ์เวลานี้ จีนก็พยายามปรับปรุงการเพาะพันธุ์ที่มีเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น
เรื่องของปลาในทะเล และผู้นิยมบริโภคปลายามนี้จึงเป็นทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการเมืองของประชากรผู้หิวปลาในเอเชีย

