เช็กอินถิ่นอีสาน จากอุดรฯถึงหนองคาย ย้อนอารยธรรมโบราณเลียบฝั่งโขง

16.11.22 | 13:06 น.

นับเป็นดินแดนเปี่ยมเสน่ห์ไม่เคยเสื่อมคลาย สำหรับแผ่นดินอีสานอันมากมายด้วยสีสันทางวัฒนธรรม ร่องรอยแห่งอารยะแต่ครั้งอดีตกาลที่ส่งต่อสู่มรดกของชาติในวันนี้ เชื้อเชิญให้ผู้คนมากมายเดินทางไปเยี่ยมเยือนทั้งโบราณสถานเลื่องชื่อ จนถึงตลาดร้านรวงที่ฉายภาพวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำโขงอันอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ขุนเขายิ่งใหญ่ตระหง่านนับล้านปีก่อนก่อเกิดชุมชนดึกดำบรรพ์ กระทั่งก่อร่างสร้างเมืองจนรุ่งโรจน์มาถึงทุกวันนี้ 

ชวนให้พลิกปฏิทิน หมุนเข็มนาฬิกาเช็กอินบนไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์อันยาวนานสู่ห้วงเวลาร่วมสมัย

หอนางอุสา

ไต่ภูพระบาทสู่แลนด์มาร์กหอนางอุสา 

เปิดพระเจ้าเลียบโลกกราบพระพุทธบาทบัวบก 

เริ่มต้นที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ซึ่งตั้งอยู่บนส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน ในอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี รายล้อมด้วยป่าโปร่ง ปกคลุมด้วยพืชพันธุ์ธรรมชาติประเภทไม้เนื้อแข็ง งดงามแปลกตาด้วยประดิษฐกรรมที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ กัดกร่อนหินทรายให้กลายเป็นประติมากรรมล้ำค่า อีกทั้งสถาปัตยกรรมน้อยใหญ่ที่ปรากฏหลักฐานการดำรงอยู่ของมนุษย์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีที่แล้ว 

Advertisement

ภาพเขียนสีสะกดสายตา ปรากฏมากกว่า 54 แห่ง เพิงหินถูกดัดแปลงให้เป็นศาสนสถานของผู้คนในวัฒนธรรมทวารวดี เมื่อครั้งศาสนาพุทธเผยแผ่มาถึงดินแดนแห่งนี้ สืบเนื่องมาถึงวัฒนธรรมเขมร ล้านช้าง และยุคต่อมา สะท้อนพัฒนาการทางสังคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังผูกโยงความเชื่อกับนิทานพื้นบ้านอย่างท้าวบารสนางอุสาจินตนาการเป็นฉากสำคัญ พร้อมตั้งชื่ออันสอดคล้อง เพิ่มอรรถรสในทุกก้าวย่างของการย่ำเท้าบนเส้นทางได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นหอนางอุสาที่กลายเป็นภาพจำเมื่อเอ่ยถึงภูพระบาท โดดเด่นด้วยโขดหินคล้ายอาคารมีหลังคา บ้างก็ว่าเหมือนรูปเห็ดที่งอกเงยขึ้นบนลานหินโล่งกว้าง ก่อนถูกดัดแปลงเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางพุทธศาสนาโดยผู้คนที่มีชีวิตอยู่ในยุคทวารวดีเมื่อกว่าพันปีมาแล้ว 

ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ยังมีเพิงหินเตี้ยๆ ที่ปรากฏภาพสลักพระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางสมาธิประทับนั่งอยู่ในซุ้มหน้าบัน, พระพุทธรูปยืนขนาดเล็กยืนเรียงกัน 6 องค์ และพระพุทธรูปปางต่างๆ เรียงรายอยู่ทั่วทั้งผนัง จึงถูกเรียกอย่างเรียบง่ายว่าถ้ำพระ 

ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์บนภูพระบาท

ไม่เพียงเท่านั้น บนอีกเพิงหินธรรมชาติที่เรียกกันต่อมาว่าถ้ำมือแดงถ้ำช้างยังพบภาพเขียนสีของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สร้างผลงานให้คนรุ่นหลังต้องวิเคราะห์ตีความ รูปเส้นหยัก รูปสัตว์คล้ายช้าง และรูปเชิงนามธรรมที่ยังเป็นปริศนา ส่งเสียงเรียกให้เพ่งพินิจพิจารณา ไขปมลับของบรรพชนที่ไม่มีคำเฉลย 

อีกหนึ่งพิกัดสำคัญที่ไม่อาจพลาดได้ คือพระพุทธบาทบัวบกรอยพระพุทธบาทมีลักษณะเป็นแอ่งลึกราว 60 เซนติเมตร ครอบด้วยพระธาตุเจดีย์ ทรงบัวเหลี่ยมคล้ายองค์พระธาตุพนม ตั้งอยู่บนภูพระบาทเฉกเช่นเดียวกัน ตามประวัติมีอยู่ว่า แต่เดิมมีอุบมง’ (มณฑป) ขนาดเล็กสร้างครอบพระพุทธบาทไว้ ต่อมาเมื่อปี พ..2463 พระอาจารย์สีทัตถ์ สุวรรณมาโจ ได้ธุดงค์มาพบจึงได้ปฏิสังขรณ์สร้างพระธาตุครอบใหม่จนแล้วเสร็จในอีก 14 ปีต่อมา คือ พ..2476 ดังปรากฏในปัจจุบัน

ครั้นเปิดตำนานพระเจ้าเลียบโลกมีเรื่องราวเล่าขานว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จมาปราบนาคสองพี่น้องที่ภูกูเวียน (ภูพระบาท) เมื่อนาคทั้งสองพ่ายแพ้แล้ว ได้ทูลขอให้พระพุทธองค์ประทับรอยพระบาทไว้ 2 แห่ง คือ  รอยพระพุทธบาทบัวบกแห่งนี้ และรอยพระพุทธบาทบัวบานอีกแห่งหนึ่ง 

ไหว้สาพระเจ้าองค์ตื้อ สักการะหลวงพ่อพระใส 

ยลพระธาตุหนองคาย กลางน้ำโขง

จากบ้านผือ อุดรธานี ลัดเลาะสู่อำเภอท่าบ่อ แห่งหนองคายที่มีพระเจ้าองค์ตื้อพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยขนาดใหญ่ เป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง  ประดิษฐานในพระอุโบสถ วัดศรีชมภูองค์ตื้อ อารามสำคัญที่ สมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช แห่งล้านช้างโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ..2105 

ก้มกราบสักการะด้วยศรัทธาแน่วแน่ แล้วเช็กโลเกชั่นยังอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เยือนหอพระแก้ว (เดิม)’ ในหน่วยเรือรักษาความสงบตามลำแม่น้ำโขงเขตหนองคาย สังกัดกองทัพเรือ ฟังเรื่องเล่าหลังเสร็จศึกคราวสงครามกรุงธนบุรีเวียงจันทน์ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานไว้ที่นี่ ก่อนอัญเชิญไปประดิษฐานยังกรุงธนบุรี จึงนับเป็นหนึ่งในจุดเช็กอินประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง 

เช่นเดียวกับพระธาตุหนองคายหรือที่ชาวบ้านเคยเรียกขานว่าพระธาตุหล้าหนองโบราณสถานล้ำค่าที่เคยปรักหักพังกลางลำน้ำโขง โดยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุฝ่าพระบาทเก้าพระองค์ตามตำนานอุรังคธาตุ หรือตำนานพระธาตุพนม องค์พระธาตุ ฐานกว้างด้านละ 17.2 เมตร ย่อมุมที่ฐานและมีความสูงประมาณ 28.5 เมตร หักออกเป็น 3 ท่อน สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 20-22 

อีกวัดคู่บ้านคู่เมืองของหนองคายที่ต้องไปเช็กอิน คือวัดโพธิ์ชัยกราบสักการะหลวงพ่อพระใสพระพุทธรูปศิลปะแบบล้านช้าง พร้อมฟังตำนานการสร้างและการอัญเชิญพระพุทธรูป 3 พี่น้อง คือ พระสุก พระเสริม และพระใส จากนครหลวงเวียงจันทน์สู่แผ่นดินสยาม 

พระธาตุบังพวน

สบตาอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ ท่องตลาดท่าเสด็จ 

กดชัตเตอร์ตึกวินเทจ ประนมกรพระธาตุบังพวน

จากประวัติศาสตร์ยุคโบราณ และต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ขยับลงมาถึงเหตุการณ์สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่ออยู่เบื้องหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของผู้สละชีพในการปราบฮ่อเมื่อ ร..105 ตรงกับพุทธศักราช 2429 โดย กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม มีรับสั่งให้สร้างอนุสาวรีย์ไว้ที่เมืองหนองคายเพื่อบรรจุอัฐิของผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว เดิมตั้งอยู่ที่หลังสถานีตำรวจภูธร จังหวัดหนองคาย ต่อมาใน พ..2492 ทางจังหวัดได้รับงบประมาณปรับปรุงอนุสาวรีย์ให้สง่างามสมเกียรติ จึงย้ายมาสร้างใหม่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด โดยจดจารคำจารึก 4 ทิศ 4 ภาษา ทั้งไทย จีน ลาว และอังกฤษ 

ตัดภาพมายังชีวิตผู้คนปัจจุบัน ซึ่งมี ตลาดท่าเสด็จ เป็นแหล่งซื้อขายของกินเครื่องใช้และสินค้านานาชนิด สะท้อนภาพชีวิตชาวหนองคายผ่านสินค้าพื้นเมือง ของสด ของแห้ง จนถึงโอท็อปและของที่ระลึก 

กวาดสายตามองทัศนียภาพโดยรอบ ยังมองเห็นตึกแถวเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้อิทธิพลศิลปะตะวันตก กดชัตเตอร์บันทึกความทรงจำในบรรยากาศวินเทจที่เหลื่อมซ้อนกับความล้ำสมัยในปัจจุบันกาล 

ก่อนปิดท้ายที่ วัดพระธาตุบังพวน พระธาตุเจดีย์เก่าแก่อันเป็นส่วนหนึ่งของสัตตมหาสถานซึ่งนักโบราณคดีเชื่อว่าพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช แห่งล้านช้างทรงได้แรงบันดาลใจมาจากวัดมหาโพธาราม แห่งเมืองเชียงใหม่ในคราวที่เสด็จไปครองล้านนา จึงโปรดให้สร้างพระธาตุบังพวนขึ้นเมื่อ พ..2109 เมื่อย้ายเมืองหลวงไปยังเวียงจันทน์ 

นี่คือเส้นทางเช็กอินที่พลาดไม่ได้ในถิ่นอีสาน ท่ามกลางอุณหภูมิเย็นสบายในบรรยากาศแห่งความสุขบนฤดูกาลสุดท้ายของปี

 

***********

ทัวร์ เช็กอินถิ่นอีสานท่องตำนานริมฝั่งโขง

อุดรธานีหนองคาย โดยมติชนอคาเดมี

26-27 พฤศจิกายนนี้ (2 วัน 1 คืน) 

นำชมโดย รองศาสตราจารย์ ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล 

นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง 

อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหง 

เจ้าของผลงานหนังสืออันลือลั่นของสำนักพิมพ์มติชน 

พระศรีสรรเพชญ์ ไม่ถูกไฟเผาลอกทอง ตอนกรุงแตก

ราคา 15,900 บาท 

เดินทางด้วยสายการบินไทยสมายล์ทั้งไปและกลับ 

พักยังโรงแรมอมันตา โฮเทล หนองคาย (หรือเทียบเท่า)  

จองทริปสอบถามเพิ่มเติมโทร 0-2954-3977

 

พรรณราย เรือนอินทร์