เทพเจ้า ภาษา ความตาย แมวและหมาบนอารยธรรมมนุษย์

17.11.22 | 12:43 น.

เทพเจ้า ภาษา ความตาย
แมวและหมาบนอารยธรรมมนุษย์

รายงานโดย ธัญดา โอวาทศิริวงศ์
[ภาพประกอบบทความทั้งหมดจากหนังสือ ย้อนรอยโฮ่ง ตามรอยเหมียว Hu Chuan-an เรียบเรียง อารยา เทพสถิตย์ศิลป์ แปล สำนักพิมพ์มติชน ตุลาคม 2565]

“มนุษย์ในยุคปัจจุบันมักมองสัตว์เลี้ยงประหนึ่งเป็นลูกน้อยของตน เมื่อพวกมันตายบางคนถึงกับจัดงานศพให้ ส่วนในอียิปต์โบราณนั้น ไม่เพียงแต่มนุษย์ที่ถูกทำเป็นมัมมี่หลังความตาย ยังมีสัตว์จำนวนไม่น้อยถูกทำให้เป็นมัมมี่เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ในอียิปต์โบราณ”

ในอียิปต์นับถือเทพเจ้าหลายองค์ และบางองค์เชื่อมโยงกับสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือมากกว่านั้น อานูบิส (Anubis) หนึ่งในเทพที่เกี่ยวข้องกับหมา ที่จริงแล้วอานูบิสเป็นชื่อเรียกในภาษากรีก ส่วนในภาษาอียิปต์สะกดเป็นเสียงอ่านได้ว่า [Inpw] หรือ [Anpw] ในปัจจุบัน มักบรรยายอานูบิสว่าเป็นหมาไนสีดำ
แต่อียิปต์โบราณไม่ได้แยกระหว่างหมากับหมาไนเป็นพิเศษ เราจึงมองว่าเป็นหมาในความหมายกว้างๆ การบูชาอานูบิสมีมาตั้งแต่โบราณกาล

กล่าวโดยภาพรวมก็คือ อานูบิสเป็นเทพผู้พิทักษ์ทิศตะวันตก สุสาน หรือนรก ตามตำนานนพเทพแห่งนครเฮลิโอโพลิส อานูบิสเป็นบุตรของเทพโอซิริส (Osiris) และ เนเฟอร์ติส (Nephthys) เขาช่วยทำพิธีศพที่สามารถเก็บรักษาร่างกายไว้ดังเดิมเพื่อที่จะชุบชีวิตผู้เป็นบิดา อานูบิสจึงเป็นเทพแห่งการทำมัมมี่ด้วย

Advertisement

“คัมภีร์มรณะ” คือเอกสารทางศาสนาของอียิปต์ บทที่มีชื่อเสียงที่สุดคือการพิพากษาครั้งสุดท้ายเบื้องหน้าโอซิริส หัวใจของคนตายจะถูกวางไว้ที่ปลายด้านหนึ่งของตาชั่ง ถ้าหัวใจหนักกว่าขนนกอีกด้านหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของสัจธรรมและความเที่ยงตรง แสดงว่าบุคคลนั้นประพฤติไม่เหมาะสมในตอนที่ยังมีชีวิต จะถูกส่งไปเป็นเหยื่อของอสูรร้ายแอมมิต (Ammit) ที่มีร่างกายท่อนบนเป็นสิงโต ท่อนล่างเป็นฮิปโป และมีหัวเป็นจระเข้ ไม่สามารถเข้าสู่ยมโลก (Duat) เริ่มต้นชีวิตหลังความตาย ซึ่งผู้ที่ดำเนินการตรวจสอบงานที่สำคัญนี้ก็คืออานูบิสนั่นเอง

 

อานูบิส เทพผู้พิทักษ์ ทิศตะวันตก แห่งนครเฮลิโอโพลิส มีหน้าตาคล้ายหมาไนสีดำ  

เทพเจ้าหัวหมา

เวปวาเวต (Wepwawet แปลว่า “ผู้เบิกทาง”) เป็นเทพเจ้าหัวหมา (บ้างก็ว่าเป็นหมาป่า) อีกองค์หนึ่งที่คนมักสับสนกับอานูบิส ความเชื่อที่มีต่อเทพองค์นี้ก็เก่าแก่มากเช่นกัน แต่บทบาทค่อยๆ ถูกเทพองค์อื่นซึมซับไป หน้าที่อย่างหนึ่งของเวปวาเวตคือการนำวิญญาณที่ผ่านการพิพากษาเข้าสู่ยมโลก ทว่าบางครั้งก็มีอานูบิสทำหน้าที่นี้แทน

เวปวาเวต เทพเจ้าหัวหมา มีหน้าที่นำวิญญาณที่ผ่านการพิพากษาเข้าสู่ยมโลก

เทพเจ้าแห่งแมว

แมวยังเป็นหนึ่งในรูปลักษณ์ของเทพเจ้าหลักแห่งไอยคุปต์ หรือก็คือ “รา” (Re หรือ Ra) เทพแห่งดวงอาทิตย์

ตำนานปรัมปรากล่าวว่า ราเป็นผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างและความยุติธรรม โดยมีศัตรูนิรันดร์คือ “เทพแห่งความโกลาหล” หรืออะเพพ (APEP) มีลักษณะคล้ายกับงูยักษ์ และเป็นผู้ต้องการทำให้โลกตกอยู่ในความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด ทุกค่ำคืนคือช่วงเวลาแห่งสงครามระหว่างรากับอะเพพ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นเท่ากับเป็นชัยชนะของรา แสงสว่างหวนคืนสู่โลกได้ในที่สุด

นักวิชาการสันนิษฐานว่าการที่แมวเข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตมนุษย์ได้นั้นเกี่ยวข้องกับ “การควบคุมศัตรูพืช” เมื่อมนุษย์เริ่มตั้งถิ่นฐานและทำเกษตรกรรมเป็นกิจกรรมการผลิตหลัก มนุษย์เล็งเห็นความสามารถของแมวในการฆ่างูและหนูได้ จึงเริ่มล่อพวกมันด้วยอาหาร จนกระทั่งเวลาผ่านไป พวกมันก็กลายเป็นสัตว์เลี้ยงในครอบครัว ความน่าสนใจคือ เทพราที่แปลงร่างเป็นแมวในภาพวาดไม่ได้โจมตีอะเพพ-งูยักษ์โดยตรงด้วยกรงเล็บ แต่กลับใช้มีดฟันแบบมนุษย์ เนื่องจากอะเพพอาศัยอยู่ในความมืดหรือใต้พิภพ บางครั้งก็ถูกมองว่าเป็นปีศาจที่กินวิญญาณ ดังนั้นใน “คัมภีร์มรณะ” ส่วนหนึ่งจึงมีคาถาต่อต้าน อะเพพ รวมถึงพรรณนาเรื่องที่เทพราโจมตีอะเพพเพื่อช่วยให้คนตายผ่านยมโลกได้อย่างปลอดภัย

แมวเป็นหนึ่งในรูปลักษณ์ของเทพเจ้าหลักแห่งไอยคุปต์ หรือก็คือ “รา” (Re หรือ Ra) เทพแห่งดวงอาทิตย์

 

หมาในโลกหลังความตาย

ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง “Coco” หรือในชื่อภาษาไทย “วันอลวน วิญญาณอลเวง” ที่ออกฉายทั่วโลกในปี 2017 ผลิตโดยพิกซาร์แอนิเมชั่นสตูดิโอส์ มีแนวคิดหลักมาจากเทศกาลแห่งความตายของชาวเม็กซิกัน หนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นและเป็นที่น่าจดจำในเรื่องคือ ดันเต้ (Dante) เจ้าหมาลิ้นห้อยเพื่อนรักของมิเกล ตัวเอกของเรื่อง

เจ้าดันเต้เป็นหมาที่นำทางมิเกลไปสู่โลกแห่งความตาย หากมองในแง่รูปลักษณ์ภายนอกและการวางโครงเรื่อง หมาดันเต้น่าจะเป็นหมาพันธุ์เม็กซิกัน แฮร์เลส (Mexican Hairless) ในภาษาเม็กซิกันเรียกว่า [Itzcuintli] ซึ่งมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับเทพเจ้าแห่งสายฟ้าและความตาย [Xolotl]

ในปัจจุบันชื่อเรียกของหมาเม็กซิกัน แฮร์เลส จึงถูกรวมจากคำ 2 คำนี้ กลายเป็น [Xoloititzcuintli] การวางบทดันเต้ให้เป็นหนึ่งในสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเหมาะสมอย่างยิ่ง

หมาพันธุ์เม็กซิกัน แฮร์เลส ในภาษาเม็กซิกันเรียกว่า [Itzcuintli] ซึ่งมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับเทพเจ้าแห่งสายฟ้าและความตาย [Xolotl]

ในรูปอักขระมายา อักขระที่เกี่ยวข้องกับหมา ได้แก่ [Tzi], [Tzul] และ [Oc] อย่างเช่นรูปภาพประกอบที่ยกมาเป็นลักษณะการประกอบคำอ่านของคำว่า “หมา” หลายคนอาจสับสนกับความหมายตามตัวอักษรของคำว่า “อักษรภาพ” เพราะคิดว่าอักขระมายาไม่สามารถนำมาประกอบคำอ่านได้ แต่หลังจากนักวิชาการระดับนานาชาติศึกษาวิจัยมาหลายทศวรรษ ก็ค่อยๆ พบว่าอักขระมายาเป็นอักขระแบบผสม ความหมายของคำหนึ่งคำอาจมีวิธีการเขียนต่างกันหลายวิธี

รูปอักขระมายา ประกอบเป็นคำว่า “หมา” 

ทางฝั่งซ้ายมือของรูปอักขระในตัวอย่าง ตัวที่หน้าตาเหมือนพิณเครื่องดนตรี เป็นอักขระแทนเสียงของ [Tzu] ซึ่งนักศึกษาจารึกบางคนเชื่อว่าอักขระนี้อาจมีวิวัฒนาการมาจากอักษรภาพของซี่โครงหมา ส่วนทางขวามือเป็นอักขระแทนเสียง [lu] อักขระมายาคล้ายกับภาษาญี่ปุ่นที่ต้องประกอบคำด้วยเสียงพยางค์ ดังนั้นพยัญชนะ [l] ของ [Tzul] จึงต้องเสริมด้วยสระซึ่งจะกลายเป็นเสียงพยางค์ กฎของการเสริมเสียงสระเรียกว่าหลักการ [CVC] คำนี้อิงเสียงสระของเสียงพยางค์ก่อนหน้า จึงออกมาเป็น [lu]

ส่วน [Oc] ไม่ได้หมายถึงหมาเสียทีเดียว แต่มันเป็นสัญลักษณ์ของปฏิทินโซลคิน(Tzolkin) ซึ่งเป็นปฏิทินทางศาสนาที่ใช้ระบบ 260 วัน ประกอบด้วยตัวเลข 13 ตัวและรอบวัน 20 วันที่มีชื่อต่างกัน 1 รอบของปฏิทินโซลคิน [Oc] ก็คืออักขระปฏิทินตัวที่ 10 อักขระนี้เป็นภาพหมาที่ล้อมไว้ในวงกลม

นอกจากนี้ ข้อมูลชาติพันธุ์วิทยาทำให้เราทราบว่า ชาวมายายุคใหม่เชื่อว่าเด็กที่เกิดในวันนี้อาจมีพรสวรรค์ในการเลี้ยงหมา แต่เราไม่แน่ใจว่าชาวมายาในยุคคลาสสิกมีความเชื่อเช่นนี้ด้วยหรือไม่ หมายังปรากฏร่องรอยอยู่ในตัวอักษรบนปฏิทินของวัฒนธรรมต่างๆ ในอเมริกากลาง เช่น ในปฏิทินของแอซเท็กและมิกซ์เท็ก (Mixtec) และในอีกหลากหลายความเชื่อ

บทบาทของเจ้าเหมียวและเจ้าตูบที่เราเอ็นดูกันในทุกวันนี้มีวิวัฒนาการเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์มนุษย์อย่างแนบแน่น “ย้อนรอยโฮ่ง ตามรอยเหมียว” ได้ฉายให้เห็นประวัติศาสตร์ของแมวและหมาที่ไม่จำเพาะเพียงเรื่องราวที่พวกมันถูกนำมาเลี้ยงให้เชื่องเท่านั้น แต่ยังศึกษาไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับแมวและหมาซึ่งต่างเชื่อมโยงกัน ไหลเวียนไปด้วยกัน และสร้างสรรค์ให้แก่กันและกัน พวกเราเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงวิวัฒนาการของแมวและหมา ทำให้พวกมันเข้ามาอยู่เคียงข้างเราในอารยธรรมมนุษย์


 

ย้อนรอยโฮ่ง ตามรอยเหมียว (A History of Civilization with Cats and Dogs)
Hu Chuan-an เรียบเรียง
อารยา เทพสถิตย์ศิลป์ แปล
สำนักพิมพ์มติชน ตุลาคม 2565 จำนวนหน้า 320 หน้า ราคา 320 บาท
สั่งซื้อได้ที่ www.matichonbook.com