อาศรมมิวสิก : การประกวดเยาวชนดนตรีนานาชาติ

ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2563 เป็นต้นมา เกิดโรคระบาดโควิด ทำให้รัฐบาลประกาศหยุดโรงเรียนในทุกๆ ระดับ การเรียนการสอนดนตรีของเด็กโดยเฉพาะโรงเรียนดนตรีพิเศษทั้งหลายก็ต้องหยุดกันหมด เด็กที่เรียนดนตรีก็ต้องฝึกซ้อมและเล่นดนตรีที่บ้านกันเอง เพราะทุกคนต้องกักตัวที่บ้าน ออกไปไหนไม่ได้

ช่วงเวลาที่กักตัวก็เกิดการเรียนดนตรีออนไลน์ (on-line) อย่างน้อยๆ ก็เกิดกิจกรรมใหม่ผ่านเทคโนโลยี ที่โรงเรียนสอนดนตรีเอื้อมอารีย์ได้จัดกิจกรรมการร้องเพลง (บ้านคือวิมานของเรา) จัดกิจกรรมเล่นดนตรี (ลาวดวงเดือน) เป็นวงดนตรีออนไลน์เพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจ ทำให้การพัฒนาการเรียนดนตรีและเล่นออนไลน์กลายเป็นวิถีใหม่ การใช้เครื่องไม้เครื่องมือและเทคโนโลยีออนไลน์ได้พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในช่วงเวลา 2 ปี (พ.ศ.2563-2564) ชีวิตดนตรีออนไลน์เกิดขึ้นจนกลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ (New Normal)

การปรับตัวของโรงเรียนสอนดนตรีเอื้อมอารีย์ ต้องขยายห้องเรียนให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับระยะห่างเมื่อสอนดนตรี การรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด การใช้เทคโนโลยีมาสอนเต็มรูปแบบ การบันทึกเสียงเปียโนประกอบ การฝึกอบรมครูดนตรีให้ตื่นตัวกับความเปลี่ยนแปลงเพื่ออยู่ให้รอด

เพื่อให้การเรียนดนตรีมีสีสันมากขึ้น จึงได้จัดการประกวดดนตรีออนไลน์ในปี พ.ศ.2564 โดยมีอาจารย์ตปาลิน เจริญสุข และเพื่อนๆ ครูดนตรี เป็นกำลังสำคัญในการทำงาน เพราะว่าเป็นผู้มีประสบการณ์สอนดนตรีออนไลน์ เป็นผู้ผ่านการประกวดดนตรีมามาก และยังเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคล่องตัวในด้านการใช้เทคโนโลยี โดยใช้ชื่อการประกวด “รางวัลสุกรี เจริญสุข” ได้เปิดกว้างในระดับนานาชาติ เพราะการจัดประกวดดนตรีออนไลน์นั้นไม่มีพรมแดนอยู่แล้ว ปีแรกได้รับความสนใจมีผู้เข้าประกวดออนไลน์มาก (800 กว่าคน) ทั้งคนสมัครที่เล่นดนตรีจริงจังและคนที่สมัครเล่นสนุกๆ เพื่อทดลองการทำกิจกรรมดนตรีออนไลน์ด้วย

Advertisement

เวลาผ่านไปถึงต้นปี 2565 สถานการณ์โรคระบาดโควิดเริ่มคลี่คลายลง รัฐบาลได้ประกาศผ่อนคลายให้เด็กไปโรงเรียนได้ การเรียนการสอนดนตรีก็ได้เปิดให้เรียนได้ทั้งที่บ้านและไปเรียนที่โรงเรียน เนื่องจากดนตรีเป็นวิชาที่ต้องฝึกซ้อมและต้องพบกับครูเพื่อจะได้
“ชี้ผิดและบอกถูก” จึงจะเกิดผล

การเรียนดนตรีพร้อมการอยู่ร่วมกับโรคโควิดทำได้ดีขึ้น ทั้งการระมัดระวังตัว การดูแลสุขภาพร่างกาย การรักษาความสะอาดที่โรงเรียน ทุกชีวิตต้องปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง จึงจัดการประกวดดนตรีนานาชาติเป็นครั้งที่ 2 โดยรอบแรกเป็นการจัดการประกวดดนตรีออนไลน์ เพื่อกลั่นกรองผู้สมัครกันก่อน ส่วนรอบตัดสินให้รางวัลจึงจัดให้ได้ขึ้นประกวดบนเวที ปีนี้เยาวชนดนตรีได้พัฒนามีความสามารถสูงขึ้นมาก

วันที่ 23-25 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 เป็นการประกวดเยาวชนดนตรีนานาชาติ ต่อหน้าคณะกรรมการ ชิงรางวัลสุกรี เจริญสุข ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข สำหรับเยาวชนที่ได้ผ่านเข้ารอบออนไลน์

Advertisement

ในการจัดประกวดก็ยังต้องจัดขึ้นด้วยความระมัดระวัง อนุญาตให้ผู้ชมเข้าดูการประกวดได้ครั้งละ 25 คน การดำเนินงานต้องอาศัยเทคโนโลยีส่วนใหญ่ อาทิ การประชาสัมพันธ์งาน การประกาศผลออนไลน์ การสื่อสารทำสูจิบัตรออนไลน์ ป้ายประกาศออนไลน์ นักดนตรีใช้โน้ตเพลงบนไอแพด (iPad) หมดยุคกระดาษแล้ว ใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทย เพราะเป็นการประกวดระดับนานาชาติ มีเยาวชนจากนานาชาติเข้าร่วม

มูลนิธิได้รับเกียรติจากคณะกรรมการตัดสินการประกวด 7 ชุด ชุดละ 3 คน รวม 21 คน คณะกรรมการเป็นบุคคลที่มีความสามารถทางดนตรีสูง เป็นครูผู้ที่มีชื่อเสียง มีความน่าเชื่อถือในวงการดนตรี เมื่อได้กรรมการเป็นที่ยอมรับ การจัดประกวดก็สร้างความเชื่อมั่นให้ทุกฝ่าย เพื่อรักษามาตรฐาน รักษาคุณภาพการประกวด ที่สำคัญก็คือ การประกวดได้ให้ราคาความน่าเชื่อถือแก่ทุกฝ่ายด้วย

มีเยาวชนเข้าร่วมประกวดดนตรีประเภทเดี่ยว 520 คน ประเภทวงดนตรี 15 วง มีผู้สมัครประกวดดนตรีมาจากประเทศต่างๆ สำหรับรอบออนไลน์นั้นมีเยาวชนดนตรีจากจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ ไทย เครื่องดนตรีที่ส่งเข้าประกวดมีหลากหลาย ในครั้งนี้ผู้ที่สมัครทุกคนมีความตั้งใจสูง มีมาตรฐานสูง เพราะว่าได้ฝึกซ้อมมาอย่างจริงจังมาก

สำหรับรอบชิงชนะเลิศซึ่งต้องแสดงต่อหน้ากรรมการ มีเปียโน 64 คน ขับร้อง 56 คน ไวโอลิน 45 คน มีวงเชมเบอร์ 15 วง เชลโล 14 คน ขิม 8 คน กลองชุด 8 คน แซกโซโฟน 7 คน กีตาร์คลาสสิก 4 คน มาริมบา 4 คน ฟลุต 3 คน คลาริเน็ต 3 คน ยูโฟเนียม 2 คน ทูบา 2 คน ฮอร์น 2 คน ทรอมโบน 1 คน วิโอลา 1 คน ระนาดเอก 1 คน พิณเปี๊ยะ 1 คน รวมผู้แสดงในรอบชิงชนะเลิศ 226 คน การรวมวง 15 วง

ได้เห็นเด็กที่เล่นดนตรีเก่งๆ แล้ว ความเก่งของเด็กได้สร้างพลังเติมเต็มให้คนดู การประกวดดนตรีเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับทุกคน การได้พบกับกิจกรรมดนตรีที่ดี ทำให้รู้สึกอบอุ่นและมีความมั่นคง โดยเฉพาะความไพเราะของดนตรีทำให้ทุกคนมีความสุข เพราะเยาวชนที่เล่นดนตรีออกมาจากใจ ผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างดี มีความแม่นยำ ทำให้ผู้ฟังทุกคนรวมทั้งคณะกรรมการต่างก็มีความสุข ความสุขทำให้รู้สึกร่มเย็น อยากแบ่งปัน และเป็นมิติในการมองโลกในทางบวก ดนตรีจึงมีประโยชน์ต่อทุกๆ ชีวิต ทั้งคนเล่นและคนฟัง

เยาวชนที่ได้รางวัลชนะเลิศก็ได้แสดงกับวงไทยซิมโฟนีออเคสตรา (Thai Symphony Orchestra) ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญบนเส้นทางอาชีพของเยาวชนดนตรี มีผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ 8 คน โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นที่ห้อง ดร.ถาวร พรประภา บริษัทสยามดนตรี
ยามาฮ่า เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 13.00-15.00 น.

เยาวชนที่ได้แสดงกับวงไทยซิมโฟนีออเคสตรามีไวโอลิน 3 คน คือ ณัฐนรีย์ ประสมศรี แองเจโล
มีเกล ดีลอส (Angelo Miguel Delos Santos) เดินทางมาจากฟิลิปปินส์ และเมธาณี ธวัชผ่องศรี ส่วนนักเปียโนมี 2 คน คือ ภูริ ปึงพิพัฒน์ตระกูล และธยานะ ทวิบุญยะกร มีนักร้อง 2 คน คือ อลินลดา ลิลลี่ แว็คยอคสกี้ และพิชชาภา ชนาพรรณ และมีแซกโซโฟน 1 คน คือ รชต ศรีวิลัย ทุกคนได้แสดงความสามารถดนตรีเต็มศักยภาพ

สำหรับวงไทยซิมโฟนีออเคสตรา ควบคุมและเรียบเรียงเพลงโดย ดร.ธีรนัย จิระสิริกุล เนื่องจากต้องย่อส่วนวงไทยซิมโฟนีออเคสตราให้มีขนาดเล็กลงเพื่อรองรับการประกวดและการตัดทอนเพลงโดยเลือกท่อนใดท่อนหนึ่งตามที่เยาวชนผู้เข้าประกวดเลือกมาแสดง ดร.ธีรนัย จิระสิริกุล จึงต้องทำงานหนักมาก มีเวลาในการเรียบเรียงเพลงให้เด็กที่ได้รับรางวัลชนะเลิศได้ฝึกซ้อมกับวงไทยซิมโฟนีออเคสตรา เพียง 4 วันเท่านั้น

การประกวดเยาวชนดนตรีนานาชาติครั้งนี้ เป็นโฉมหน้าสำคัญของกิจกรรมดนตรีที่เกิดขึ้น เพราะเป็นกิจกรรมดนตรีที่ผู้จัดจะต้องพึ่งตนเองให้มากที่สุด เป็นการประกวดที่ต้องฟื้นชีวิตดนตรีโดยพัฒนาคนเก่ง ทำให้ทุกคนตั้งใจมาก เนื่องจากการระบาดของโรคโควิดมีความรุนแรง ธุรกิจทั้งหลายตกต่ำย่ำแย่ ในส่วนของชีวิตนั้นก็ต้องต่อสู้และดำเนินกันต่อไป คนที่ยอมรับกับสภาพความเปลี่ยนแปลงได้เท่านั้นที่จะอยู่รอด

พ่อแม่ผู้ปกครอง โรงเรียนดนตรี ครูดนตรี เด็กที่เรียนดนตรีทุกคนจึงต้องทำงานอย่างจริงจังมาก ทำให้เรียนรู้ได้ว่าทุกคนที่ได้เข้าร่วมในการประกวดต้องทำงานหนัก ที่สำคัญก็คือคนที่ทำงานหนักเป็นผู้ที่อยู่รอด

การสร้างและพัฒนาเด็กให้เก่งดนตรีนั้นเป็นเรื่องยาก อาจจะเป็นเรื่องลี้ลับสำหรับสังคมไทยด้วยซ้ำไป พ่อแม่จะต้องแสวงหาครูและทิศทางเดินให้ลูก เคยมีความเชื่อเรื่องพรสวรรค์เข้ามาเกี่ยวข้อง ที่จริงแล้วเป็นเรื่องของการลงทุนอย่างทุ่มเทในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ความทุ่มเทแรงกายแรงใจและทุนทรัพย์เพื่อการเรียน ต้องมีเครื่องดนตรี การรับส่งลูกไปเรียนดนตรี การหาครูดนตรีที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการลงทุนของพ่อแม่ผู้ปกครอง ครูดนตรี และตัวเด็กที่เรียนดนตรีก็ต้องมีใจเกินร้อย ทั้งความเอาใจใส่และตั้งใจฝึกซ้อมดนตรี

การเรียนดนตรีจึงไม่ใช่เรื่องของเด็กพิเศษหรือเป็นเรื่องของเด็กที่มีพรสวรรค์ดนตรีอีกต่อไป กลายเป็นความรักในดนตรี ความรับผิดชอบ ความพยายามในการฝึกซ้อม มีเป้าหมายในการเรียนดนตรี ความทุ่มเทในการฝึกซ้อมดนตรี เด็กๆ ทุกคนสามารถที่จะเก่งได้ ที่สำคัญมากก็คือการมีครูดนตรีที่เก่ง เพราะครูคือต้นแบบของเด็ก ครูดนตรีที่เก่งสามารถสร้างนักเรียนดนตรีให้เก่งได้

หากดูจากคุณสมบัติพื้นฐานของเด็กที่เก่งดนตรีเหล่านี้ กลายเป็นเด็กที่มีความพร้อมอยู่บนยอดเจดีย์ของสังคมในทุกด้าน อาทิ ฐานะทางเศรษฐกิจ โอกาสทางการศึกษา ครอบครัวได้ลงทุนสนับสนุนลูกอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง มีครูสอนดนตรีที่เก่งและจริงจัง ครอบครัวยังสามารถที่จะส่งลูกไปเรียนดนตรีในต่างประเทศที่ไหนก็ได้เพราะว่าเด็กเป็นคนที่มีฝีมือ สถาบันดนตรีทั่วโลกต้องการคนเก่ง จึงเป็นโอกาสของเด็กดนตรีที่เก่ง

จากความสามารถของเยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันดนตรีนานาชาติครั้งนี้ ได้เห็นพลังของเสียงดนตรีที่ออกมาจากเยาวชนที่มีความสามารถสูง ตอกย้ำว่าพรสวรรค์สร้างได้ มองเห็นศักยภาพความเป็นเลิศทางดนตรีที่ไร้พรมแดน เยาวชนดนตรีที่มีความสามารถไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น เด็กเหล่านี้จะเรียนดนตรีที่ไหนก็ได้ คนเก่งได้สร้างพลังผ่านเสียงดนตรี ทำให้เกิดเป็นพลังที่ไร้พรมแดน เมื่อไปรวมกับการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมของการจัดการ การใช้ภาษาของเยาวชน ดนตรีจึงไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป

การประกวดดนตรีนานาชาติรางวัลสุกรี เจริญสุข เป็นที่รวมคนเก่งทั้งผู้สมัครและคณะกรรมการตัดสิน ทำให้มองเห็นพัฒนาการด้านดนตรี เห็นความสามารถที่เป็นเลิศทางดนตรีของเยาวชน การใช้ภาษานานาชาติ การใช้นวัตกรรมใหม่ในการจัดการ การนำเทคโนโลยีมาใช้กับดนตรี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เคยเป็น “ยาขม” ของคนรุ่นเก่าๆ แต่สำหรับวันนี้โลกเปลี่ยนเป็นวิถีชีวิตและเป็น “ขนม” สำหรับคนรุ่นใหม่ไปแล้ว บอกได้ว่าโลกนี้เปลี่ยนไป สังคมไทยก็เปลี่ยนไป ต่อไปนี้เป็นโลกของผู้ที่มีความสามารถเท่านั้นที่จะอยู่รอดได้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image