เพื่อเอกภาพในความหลากหลาย ฮีโร่แห่งปี‘ฮีโร่ อวอร์ด’ เมื่อโลกไม่ได้มีเพียงหญิง-ชาย

5.12.22 | 13:21 น.
งานฮีโร่อวอร์ด

ความหลากหลายทางเพศเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ เพราะดาวเคราะห์ดวงนี้ ไม่ได้มีแค่หญิงและชายเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ความเหลื่อมล้ำทางเพศยังคงมีอยู่ในสังคมปัจจุบัน แม้แต่ประเทศไทยที่มักถูกมองว่ามีทั้งโอกาสและพื้นที่ให้เพศหลากหลาย ส่งผลให้คนกลุ่มนี้ยังคงต้องเดินหน้าขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด 25 พฤศจิกายน ณ สถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย มูลนิธิแอ็พคอม จัดงานมอบรางวัลฮีโร่อวอร์ด 2022 ขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ภายใต้แนวคิด เอกภาพในความหลากหลาย (Unity and Diversity) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในระดับนานาชาติเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศมารวมตัวกัน เพื่อเฉลิมฉลองฮีโร่แห่งปีที่อุทิศตนเพื่อชุมชนเครือข่ายของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยมี ชลวิศว์ วงศ์ศรีวอ หรือโจ้ และแอนชิลี สก๊อต-เคมมิส มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ประจำปี 2564 รับหน้าที่พิธีกร

โดยมูลนิธิแอ็พคอมร่วมกับ 3 องค์กรเครือข่าย ได้แก่ APN+ APTN และ ILGA Asia ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินคัดเลือกผู้รับรางวัลในปีนี้ ได้แก่

1.Foodpanda จากไทย ได้รับรางวัลสาขาพันธมิตรธุรกิจดีเด่น 2.Tebeio Tamton จากคิริบาส ที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร BIMBA ได้รับรางวัลสาขาพันธมิตรชุมชนดีเด่น

Advertisement

3.Rosanna Flamer-Caldera จากศรีลังกา ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหารองค์กร EQUAL GROUND ได้รับรางวัลสาขา “ฮีโร่” ชุมชนดีเด่น

4.Blue Sky Society Company Limited จากเวียดนาม ได้รับรางวัลสาขาองค์กรชุมชนดีเด่น

5.APL+ จากลาว ได้รับรางวัลสาขา “ฮีโร่” โควิด-19 ดีเด่น

Dr.Wong Chen Seong เจ้าของรางวัลสาขาสุขภาพและสุขภาวะดีเด่น

6.Dr.Wong Chen Seong จากสิงคโปร์ แพทย์ที่ปรึกษาองค์กรชุมชนความหลากหลายทางเพศ ได้รับรางวัลสาขาสุขภาพและสุขภาวะดีเด่น

7.Yasir Ali Khan จากปากีสถาน บุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงเอชไอวี ได้รับรางวัลสาขา “ฮีโร่” ด้านเอชไอวีดีเด่น

8.นาดา ไชยจิตต์ จากไทย ที่ปรึกษาในการรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชน ได้รับรางวัลสาขาความยุติธรรมทางสังคมดีเด่น

9.Rully Mallay อาสาสมัครชุมชน Transpuan เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ได้รับรางวัลสาขา “ฮีโร่” คนข้ามเพศดีเด่น

Jeremy Tan เจ้าของรางวัลสาขาคนรุ่นใหม่กับความสำเร็จดีเด่น

10.Jeremy Tan จากมาเลเซีย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเยาวชน ได้รับรางวัลสาขาคนรุ่นใหม่กับความสำเร็จดีเด่น

11.Senator Risa Hontiveros จากฟิลิปปินส์ วุฒิสมาชิกผู้สนับสนุนด้านสุขภาพและสิทธิสตรี ได้รับรางวัลสาขาชีพอนันดา คาน เพื่อเชิดชูความสำเร็จยอดเยี่ยม

เวทีย้ำจุดยืน สะท้อนปัญหา
การกลับมาครั้งแรกหลังโควิด

 

แอนเจลา แมคโดนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงานว่า สถานทูตออสเตรเลียภูมิใจที่ได้จัดงานมอบรางวัลฮีโร่ อวอร์ด 2022 ที่ช่วยยกย่องเพื่อเชิดชูเกียรติและเชิดชูผลงานที่โดดเด่นของคนทำงานในประเด็นต่อต้านเชื้อเอชไอวีทั่วเอเชีย-แปซิฟิก ตลอดเวลาที่เราสนับสนุนงานของมูลนิธิแอ็พคอมมาเป็นเวลาหลายปี เราเชื่อว่าสิทธิของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นสิทธิมนุษยชน ซึ่งเราจะยืนหยัดต่อสู้ต่อในเรื่องนี้ไปในทุกเวทีเช่นกัน งานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและกลุ่มประชาสังคมอย่างมูลนิธิแอ็พคอมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนสิทธิของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศทั่วทั้งภูมิภาคนี้

มิดไนท์ พูนเกษตรวัฒนา และแอนเจลา แมคโดนัลด์

มิดไนท์ พูนเกษตรวัฒนา ผู้อำนวยการมูลนิธิแอ็พคอม กล่าวว่าฮีโร่อวอร์ดเป็นรางวัลที่มอบแด่ผู้อุทิศตัวเองเพื่อสังคม เพื่อให้คนที่ทำงานด้านนี้ได้มีจุดยืนและมีเวทีที่ได้พูดว่าปัญหาจริงๆ คืออะไรบ้าง ในที่ชุมชน หรือที่ทำงานของเขา ไม่ว่าจะเป็นด้านสิทธิของหลายประเทศ และด้านสุขภาพเกี่ยวกับ HIV ในภูมิภาคเรายังมีปัญหาตรงนี้อยู่ เรื่องการกีดกันกลุ่ม LGBT และปัญหา HIV โดยเฉพาะกลุ่มชายขอบ ทั้งหมด 11 รางวัลที่เราได้มอบให้ในครั้งนี้หลากหลายมาก มีหลายประเทศที่ได้รับรางวัล

“ที่รู้แน่ๆ คือคนที่ทำงานตรงนี้เขาต้องการความช่วยเหลือจากทุกคน เราต้องการให้ภาคประชาสังคมทั่วไป โดยเฉพาะภาครัฐให้ความช่วยเหลือกับกลุ่มเหล่านี้ ในบางประเทศมีความยากลำบากในการที่จะทำงานของเขาเองด้วย เพราะบางประเทศคุยเรื่องอย่างนี้ไม่ได้ ถือว่าดีที่ประเทศไทยมีเวทีตรงนี้อยู่ และครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาครั้งแรกแบบเต็มตัวหลังโควิด แล้วเราก็จะทำต่อไป

ครั้งนี้มีความพิเศษคือเราจัดงานภายใต้ Thailand Pride Festival วันที่ 25-27 พฤศจิกายน ถือว่างานฮีโร่อวอร์ดก็เป็นงานเปิดตัวของ Thailand Pride Festival โดยจะมีการเดินพาเหรดกว่า 80 คน จาก 18 สถานทูตที่ให้ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการรวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง ได้เห็นพลังของ LGBT และคนที่อยากจะเห็นความเคลื่อนไหวในเอเชีย-แปซิฟิกและในประเทศไทยด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาสังคม LGBT ภาคของสื่อ ภาคธุรกิจ และความจริงอยากให้ภาคนักการเมืองเข้ามาร่วม รวมถึงภาครัฐด้วย” มิดไนท์กล่าว

คนธรรมดาที่ไม่ทนต่อความอยุติธรรม
Save หญิงข้ามเพศ แต่โดนฟ้องปิดปาก

นาดา ไชยจิตต์ เจ้าของรางวัลสาขาความยุติธรรมทางสังคมดีเด่น

นาดา ไชยจิตต์ ที่ปรึกษาในการรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการได้รางวัลในรางวัลสาขาความยุติธรรมทางสังคมดีเด่น ซึ่งได้ทำเรื่องความเป็นธรรมทางสังคมมานาน 16-17 ปีแล้ว แต่เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำงานในชุมชน

LGBTQ+ ถูกเลือกปฏิบัติ ถูกทำร้ายร่างกาย หรือใช้ความรุนแรง เขาก็จะเดินทางมาหาเรา เราก็ให้ความช่วยเหลือตามหลักการหลักสิทธิมนุษยชนที่เราได้ร่ำเรียนมา ในด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและเป็นผู้ได้รับทุนจากรัฐบาลอังกฤษ เมื่อปี 2019-2020 เราก็รู้สึกดีใจที่เราได้รับความรู้ ได้รับโอกาสมาตอบแทนให้กับชุมชนที่เราได้รู้ว่าปัญหายังอีกยาวไกล อีกหนักมากเรื่องความหลากหลายทางเพศ เรื่องสมรสเท่าเทียม เรื่องกฎหมายรับรองเพศ ความรุนแรงต่างๆ

นาดา เจ้าของรางวัลสาขาความยุติธรรมทางสังคมดีเด่น เผยอีกว่า เคยโดน SLAPP (การฟ้องปิดปาก) เพราะให้ความช่วยเหลือน้องที่เป็นผู้หญิงข้ามเพศคนหนึ่ง จาก ส.ก.รายหนึ่ง

“คิดว่าเราทำดีสุดแล้วจะไม่โดน แต่ 2 วันสุดท้ายก่อนที่คดีจะหมดอายุความฟ้องร้องก็ได้รับหมายศาล และตอนนี้ได้ต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งวันที่ 21 ธันวาคมนี้ ศาลจะวินิจฉัยว่าจะยกฟ้อง หรือรับพิจารณาคดี ซึ่งค่อนข้างมั่นใจว่าเราสู้เพื่อความยุติธรรมจริงๆ เราไม่ได้โกรธเกลียดเขา ไม่เคยรู้จักเขามาก่อน เราวิพากษ์วิจารณ์เพราะเป็นสิทธิและเสรีภาพพื้นฐานของเรา เราวิพากษ์วิจารณ์เพราะเขาคือคนที่มีอำนาจ นายกรัฐมนตรีเป็นคนที่มีอำนาจ ส.ส.คือคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจในการออกกฎหมายผลักดันนโยบาย ถ้าไม่ให้เราพูดกับเขา แล้วให้เราพูดกับใคร” นาดาเล่า

ลางานไปแปลงเพศ นโยบายสุดปัง
กับหลากโปรเจ็กต์เพื่อ‘ทรานส์เจนเดอร์’

โกโก้ เทียมไสย์ ตัวแทนรับรางวัลจาก Foodpanda Thailand สาขาพันธมิตรธุรกิจดีเด่น

โกโก้ เทียมไสย์ ผู้จัดการด้านความหลากหลายและการเปิดกว้างจาก Foodpanda Thailand ตัวแทนรับรางวัลสาขาพันธมิตรธุรกิจดีเด่น กล่าวถึงโครงการที่นำมาสู่รางวัลในครั้งนี้ว่า โดยโครงการ Diversity & Inclusion (แนวคิดการบริหารที่สนับสนุนความหลากหลาย) ถูกจัดตั้งมากับความเข้าใจของอัตลักษณ์ทับซ้อน ด้วยดีกรีปริญญาโทด้าน Gender Studies (เพศสภาพศึกษา) จาก SOAS University of London และเป็นนักเรียนทุน Chevening ซึ่งความคิดริเริ่มในโครงการ Diversity & Inclusion

“เรามองใน 3 ด้านคือ 1.Reform (ปรับปรุง) คือการที่เราดูนโยบายต่างๆ มีความเท่าเทียม และความเสมอภาคเชิงเนื้อหาหรือไม่ ถ้าไม่มีเราเพิ่มตรงไหนได้บ้างในทุกนโยบายขององค์กร อย่างที่เคยทำคือทรานส์เจนเดอร์สามารถลาไปแปลงเพศได้ คิดว่าเป็นคนทำคนแรกในประเทศไทย และมีองค์กรอื่นนำไปทำต่อ ซึ่งดีมาก เพราะคนที่ได้ผลกระทบเชิงบวกคือลูกจ้างทรานส์เจนเดอร์

2.โครงการรับพนักงานทรานส์เจนเดอร์ เพราะว่าความจริงในงานวิจัยของธนาคารโลกปี 2018 จะระบุไว้เลยว่าในบรรดากลุ่ม LGBTQ+ ทรานส์เจนเดอร์เป็นกลุ่มที่ถูกกีดกันออกจากสังคมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม หรือด้านเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นทรานส์เจนเดอร์จะไม่ได้มีโอกาสเหมือนคนอื่นเขา และ 3.เราได้ทำโครงการแจกผ้าอนามัยฟรีให้กับพนักงาน เพราะไม่เชื่อเรื่อง Pink tax (ภาษีสีชมพู หรือผลิตภัณฑ์ของผู้หญิงที่ราคาสูงกว่าผู้ชาย) และเรื่อง Period Poverty (สภาวะของหญิงมีประจำเดือนไม่มีกำลังซื้อผ้าอนามัย)

นอกจากนั้น อีกด้านคือทำเรื่องการศึกษา ก็เป็นเรื่องของการฝึกอบรมต่างๆ ก็ได้เข้าไปบรรยายเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงานให้กับมหาวิทยาลัยและบริษัทต่างๆ ให้เข้าใจถึงมุมมองของความหลากหลาย ว่าการเลือกปฏิบัติ หรือการล่วงละเมิดคืออะไร และทำเรื่องพาร์ตเนอร์ชิปกับคนอื่น เพื่อที่เราจะได้ยกระดับการสนับสนุนให้เป็นการสนับสนุนในระดับสังคมที่ช่วยให้สังคมเป็นกระบอกเสียงให้ด้วย” โกโก้เผย

นอกจากนี้ ยังเล่าถึงปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงานอีกว่า ส่วนตัวเคยโดนล่วงละเมิดที่บริษัทหนึ่ง โดยการ ‘จับหน้าอก’

“พอถามว่ามาจับทำไม เขาก็บอกว่าคุณเป็นผู้ชาย เราก็บอกใช่ถ้าตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติเราไม่ใช่ผู้ชาย เขาบอกก็ทำอย่างไรได้ กฎหมายว่ามาอย่างนี้ คิดว่าในการแก้ปัญหานี้เรื่องแรกเป็นเรื่องของการรับรู้ของสังคม ไม่มีความเข้าใจเลยว่าการล่วงละเมิดทางเพศคืออะไร คนคิดว่าการล่วงละเมิดทางเพศคือการจับเนื้อต้องตัวอย่างเดียว ทั้งที่ความจริงการคุกคามมีหลากหลายรูปแบบ อย่างเช่น การล่วงละเมิดทางวาจาด้วย อาจดูเป็นความคิดที่เก่าแต่ 1.ต้องเริ่มด้วยการศึกษาอย่างแรก 2.คือเราต้องมีนโยบายและฉันทามติ ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องมีผู้บริหารที่ตามนโยบายนั้นๆ ที่ออกมา เรื่องนี้เป็นเรื่องของทั้งการวางแผนแบบล่างขึ้นบน และการวางแผนแบบบนลงล่าง ทั้งเรื่องนโยบายและเรื่องของผู้บริหารด้วย รวมถึงการใช้วัฒนธรรมองค์กร ให้คนกล้าที่จะพูด เราควรมีช่องที่เขาจะร้องทุกข์ แบบไม่ระบุตัวตน เป็นที่ปลอดภัยให้กับสังคมและทุกคนมากที่สุด” โกโก้อธิบาย

นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นความหลากหลายทางเพศ ที่หลากหลายภาคส่วนต่างร่วมมือกัน พร้อมสร้างสังคมที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม

ณัฏฐ์นรี เฮงสาโรชัย