เริ่มที่‘ภาชนะบนโต๊ะอาหาร’
ก้าวแรกเตรียมความพร้อมไทย
ก่อนถึงวัน‘สังคมผู้สูงวัย’เต็มขั้น
มากกว่า 7 ล้านคน หรือนับเป็น 1 ใน 5 คนที่เดินสวนกันบนถนนคือตัวเลขของประชากรสูงวัย ตามที่กระทรวงสาธารณสุข คาดการณ์เอาไว้ว่าในปี พ.ศ.2568 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” เป็นสังคมที่จะเต็มไปด้วยคนอายุ 60 ปีขึ้นไป ด้วยสัดส่วนการเกิดใหม่และจำนวนประชากรในวัยทำงานลดน้อยลง ซึ่งปีที่แล้ว 2564 มีผู้สูงอายุทะลุ 7 ล้านคน หรือร้อยละ 10 ตัดภาพมาปีนี้ 2565 ไทยมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 18.3 หรือมากถึง 12,116,199 คนแล้ว
ตัวเลขซึ่งเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นนี้ ถือเป็นประเด็นที่น่าห่วงใย เพราะประชากรเหล่านี้อยู่ใน ‘วัยพึ่งพิง’ ที่ไม่สามารถใช้แรงงานสร้างรายได้เลี้ยงตนเองได้ ตามมาด้วยปัญหาสุขภาพ จากโรคเรื้อรังต่างๆ ในขณะที่แนวโน้มยอดผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทุกปี คนรุ่นใหม่ก็มีแนวโน้มย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยมากขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจัยเศรษฐกิจ สวัสดิการและชีวิตดีๆ ที่ประชาชนในรัฐไทยเข้าถึงได้แสนยากเย็น
ขณะเดียวกัน เราเห็น ‘ญี่ปุ่น’ ประเทศที่เป็น ‘สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด’ มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก ปรับตัวด้วยการเร่งพัฒนาสินค้า บริการ เพิ่มสวัสดิการและนวัตกรรมด้านสุขภาพ ด้วยความคำนึงถึงปัญหาดังกล่าว
แต่สำหรับไทย นวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตของผู้สูงวัย ยังถือว่ามีน้อยมากล่าสุด โรงพยาบาลวิมุต ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจด้านการสาธารณสุขชั้นแนวหน้าของประเทศ เริ่มต้นเดือนใหม่ด้วยโครงการดีๆ เดินหน้าความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย ไปพร้อมๆ กับการเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุได้อย่างมีคุณภาพ
1 ธันวาคมที่ผ่านมา นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท ออล แคร์ พลัส จำกัด ภายใต้การสนับสนุนของศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี ดร.ภัทรารัตน์ ตันนุกิจ ประธานกรรมการ บริษัท ออล แคร์ พลัส จำกัด และที่ปรึกษา รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมด้วย
เป็นการจรดปากกาที่จะช่วยให้ชีวิตคนไทยง่ายขึ้นอีกมากในช่วงชีวิตบั้นปลาย เพราะหลังจากนี้มีการร่วมศึกษาวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ด้วยความมุ่งมั่น ส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้สูงอายุและผู้ดูแล
นำร่องด้วย เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมนวัตกรรมที่ช่วยลดความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ป้องกันการดึงสำหรับผู้สูงอายุ/ผู้ป่วย รถสระผมเคลื่อนที่ ซึ่งจะช่วยให้การสระผมผู้ป่วยติดเตียง เป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่ายและสะดวกขึ้นอีกเยอะ
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ มองความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากจะครอบคลุมการสนับสนุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์แล้ว ยังเป็นการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม
เพราะสิ่งสำคัญคือ การสร้างความภาคภูมิใจ และการเพิ่มความมีคุณค่าในตนเอง ซึ่งการลงนามครั้งนี้จะช่วยให้ผู้สูงวัยลดการพึ่งพาผู้อื่น ลดภาระสำหรับญาติหรือผู้ดูแล และสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ราคาไม่แพง ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน มีการออกแบบเน้นทั้งความสวยงามและเหมาะสมกับสรีระของคนไทย สามารถใช้งานในสถานพยาบาลและที่พักอาศัยทั่วไป เช่น ชุดอุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร อุปกรณ์ป้องกันการดึงสำหรับผู้สูงอายุ/ผู้ป่วย รถสระผมสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ตลอดจนผลิตภัณฑ์อื่นๆ
สำหรับการดำเนินงานในช่วงแรก ทั้ง 2 องค์กร ได้วางขอบเขตไว้ว่าจะเริ่มจากการนำชุดอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารสำหรับผู้สูงอายุ มาใช้งานในการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกของโรงพยาบาลวิมุต และโรงพยาบาลวิมุต บางนา-วงแหวน ให้สามารถรับประทานอาหารด้วยตนเองได้สะดวกขึ้น โดยอุปกรณ์ดังกล่าวออกแบบพิเศษ ประกอบด้วย ชุดจาน ชาม ช้อน แก้ว มีการออกแบบใช้สีเขียวอ่อน ซึ่งโทนสีตัดกับสีของอาหารทั่วไป เพื่อให้มองเห็นอาหารในจานได้ชัดเจนขึ้น ส่วนฐานของชามมีความลาดเอียงเล็กน้อย เพื่อให้ง่ายต่อการตักอาหาร ส่วนช้อนออกแบบให้มีน้ำหนักเบา และมีรูปทรงที่เหมาะสมกับอุ้งมือ มีปริมาณความจุของช้อนเพียง 5 มิลลิลิตร เพื่อป้องกันการตักอาหารมากเกินไป เสี่ยงต่อการสำลัก ขณะที่ด้ามช้อน มีพื้นผิวที่เหมาะแก่การกระตุ้นการสัมผัสของผู้สูงอายุ และมีความโค้งสูงขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้อาหารไหลเลอะมือผู้ใช้ เป็นต้น
ตัดภาพมายังบริษัทที่ร่วมมือในการพัฒนา อย่าง “ออล แคร์ พลัส” ซึ่งก่อตั้งขึ้นภายใต้การสนับสนุนของศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งนี้ได้นำทีมพยาบาลวิชาชีพ นักออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนนักออกแบบผลิตภัณฑ์มืออาชีพมาร่วมตั้งเป้าในการออกแบบ พัฒนา ทดลอง และวิจัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อผู้สูงอายุในมิติต่างๆ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและจำหน่ายได้จริงในเชิงพาณิชย์ เพื่อให้กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพได้ในระดับราคาที่สมเหตุสมผลและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวัน
รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม จากรั้วคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะที่ปรึกษาบริษัท ออล แคร์ พลัส จำกัด ค่อยๆ ลงลึกถึง “ชุดภาชนะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง” ชุดนี้ ที่ผ่านการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและใส่ใจในทุกๆ รายละเอียดการใช้งานอย่างจริงจัง
ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบจาน ให้ก้นจานลาดเอียงเพื่อให้อาหารไหลไปด้านที่ลึกกว่า ส่วนขอบจานก็ทำให้เอียงเช่นกัน แต่เป็นด้านตรงข้ามกับส่วนที่ลึกของก้นจาน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการตักอาหาร
“ก้นจานออกแบบให้มีส่วนยื่นออกทางด้านข้าง เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้มือที่ไม่ได้จับช้อนช่วยประคองจานให้อยู่กับที่ในขณะรับประทานอาหาร หรือการออกแบบแก้วน้ำที่สอดรับกับขนาดของมือ โดยออกแบบให้ก้นแก้วสูงขึ้นเพื่อลดปริมาณน้ำในแก้วไม่ให้มากเกินไป ป้องกันการสำลัก และขอบแก้วมีส่วนยื่นเพื่อให้อุ้งมือสามารถพยุงแก้วได้ง่ายและกระชับขึ้น บริเวณตัวแก้วไม่ให้มีรอยเว้า เพื่อแก้ปัญหาการจับแก้วผิดด้าน เหล่านี้เกิดจากการวิจัยและพัฒนามาอย่างยาวนาน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความสอดคล้องกับสรีรวิทยาของผู้สูงอายุและผู้ป่วยชาวไทยมากที่สุด” รศ.ดร.สิงห์เล่าด้วยความมั่นใจ
ในมุมของ ดร.ภัทรารัตน์ ตันนุกิจ ประธานกรรมการ บริษัท ออล แคร์ พลัส จำกัด ยืนยันว่า “ชุดภาชนะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง” สามารถแก้ปัญหาการใช้ภาชนะแบบเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยลดภาระผู้ดูแลได้อีกด้วย
“ชุดผลิตภัณฑ์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารนี้ เกิดจากการระดมความคิดเพื่อร่วมกันออกแบบโดยพยาบาลวิชาชีพ นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัดและนักออกแบบ ตลอดจนการทดลองใช้งานกับกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้อมือและแขนอ่อนแรงนานถึง 3 ปี ทำให้เราได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ในชีวิตจริง ทั้งในแง่ความปลอดภัย โดยเฉพาะการใช้วัสดุ food grade ความสวยงาม ความทนทาน นอกจากนี้ เรายังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ช่วยในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ดูแลอีกด้วย เช่น รถสระผมเคลื่อนที่สำหรับผู้ป่วยติดเตียง และถุงมือป้องกันการดึงสำหรับผู้ป่วย สำหรับอนาคต เรายังมีแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ สำหรับใช้ในสถานพยาบาล เช่น การร่วมกันออกแบบเสื้อผ้าสำหรับผู้ป่วย ที่เน้นความสะดวก ปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพผู้ป่วย โดยการพัฒนามีเป้าหมายสำคัญได้แก่ การผลิตเพื่อใช้งานและการจำหน่ายต่อไปในอนาคต เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุ/ผู้ป่วยเข้าถึงผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญอย่างหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยในเมืองไทย และต้อนรับสังคมผู้สูงอายุได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” ประธานกรรมการ บริษัท ออล แคร์ พลัส เผย
เพื่อตอบรับเทรนด์สังคมผู้สูงวัยในสังคมไทยที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน โรงพยาบาลวิมุต จึงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาผู้สูงอายุมากเป็นพิเศษ ซึ่งไม่เพียงครอบคลุมเฉพาะสุขภาพทางกายหรือโรคประจำตัวเท่านั้น แต่ยังพิจารณาในแง่องค์รวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม เพราะคุณภาพชีวิตที่ดี ต้องดีในทุกมิติ
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์สุขภาพผู้สูงอายุ ชั้น 6 โรงพยาบาลวิมุต โทร 0-2079-0044 และดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เครื่องใช้สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงจาก บริษัท ออล แคร์ พลัส ได้ที่เว็บไซต์ https://allcareplus.co/

