พลิกโจทย์ให้ตรงใจ ผุดเทรนด์ใหม่ต้านมะเร็ง ‘ติดเตียง’ หมดห่วงแผลติดเชื้อลุกลาม

8.12.22 | 13:28 น.
พลิกโจทย์ให้ตรงใจ ผุดเทรนด์ใหม่ต้านมะเร็ง ‘ติดเตียง’หมดห่วงแผลติดเชื้อลุกลาม

พลิกโจทย์ให้ตรงใจ
ผุดเทรนด์ใหม่ต้านมะเร็ง
‘ติดเตียง’หมดห่วงแผลติดเชื้อลุกลาม

แน่นอนว่าคงไม่มีใครยอมปล่อยให้คนที่รัก ต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ไร้การเหลียวแล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเกิดขึ้นกับปู่ ย่า ตา ยายของเราที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่ายปัสสาวะ และอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ในฐานะนักวิจัยและนวัตกร ผู้มีศักยภาพสูงในการนำเทคโนโลยีวิศวกรรมชีวการแพทย์มาใช้แก้ปัญหาของผู้ป่วยไทย อย่าง รศ.ดร.นรเศรษฐ์ ณ สงขลา รองคณบดีฝ่ายวิจัย และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงเดินหน้าค้นคว้า ก่อนเปิดตัวเทคโนโลยีล่าสุด “Nano Coating” ที่นำมาใช้กับแผ่นรองนอน โดยเคลือบสารที่มีฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อ

คือหนึ่งในผลงานวิจัยคุณภาพ ที่มุ่งมั่นทำให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยและผู้ป่วยติดเตียงของไทยดีขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าแผ่นรองนอนจากต่างประเทศที่มีราคาแพง ทั้งยังได้ออกแบบแผ่นรองนอนเคลือบสารนาโนต้านแบคทีเรียดังกล่าว ให้เป็นแผ่นรองนอนแบบพร้อมใช้ เหมาะสำหรับนำไปใช้ในบ้าน และสถานพยาบาล-พักฟื้น เพื่อขจัดปัญหาผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวพลิกตัวจนเกิดแผลกดทับ ซึ่งเสี่ยงกับการติดเชื้อจากการที่แผลกดทับนั้นไปสัมผัสกับแผ่นรองนอนที่เปื้อนปัสสาวะเป็นเวลานาน

นับเป็นทิศทางการสร้างสรรค์และพัฒนางานวิจัยจากโจทย์จริง ที่ได้จากผู้ป่วยโดยตรง

นอกจากเทคโนโลยี Nano Coating จะถูกชูมาใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยและผู้ป่วยติดเตียงแล้ว รศ.ดร.นรเศรษฐ์ยังได้สร้างสรรค์และพัฒนาระบบส่งยาต้านมะเร็ง โดยการใช้ชีววัสดุเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพ และยืดระยะเวลาการรอดชีวิตของเซลล์ ด้วยการทดลองบรรจุยาต้านมะเร็งในสารอนุภาคนาโน แล้วทำการรักษาโดยฉีดเข้าเส้นเลือด จากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่า ไม่เป็นพิษต่อสัตว์ทดลอง และสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งตับได้

Advertisement

เป็นเทรนด์ใหม่ของการนำเทคโนโลยีวิศวกรรมชีวการแพทย์มาใช้ เพื่อแก้ปัญหาของผู้ป่วยไทยในอนาคต

สำหรับศักราชหน้า 2566 รศ.ดร.นรเศรษฐ์เตรียมวางแผนเดินหน้าโครงการวิจัยด้วยเทคโนโลยีวิศวกรรมชีวการแพทย์ถึง 12 โครงการ โดยเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพแห่งนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล จะสามารถพิสูจน์ได้ถึงปณิธาน “ปัญญาของแผ่นดิน” ที่พร้อมสร้างสรรค์และพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ เพื่อให้ผู้ป่วยชาวไทยได้มีโอกาสเข้าถึงการรักษา และมีชีวิตที่ยืนยาวได้ต่อไป