สยายปีก ‘แอร์เอเชียกัมพูชา’ ‘เราฝันว่าจะทำให้อาเซียนใกล้กันมากขึ้น’

“การก่อตั้งแอร์เอเชีย กัมพูชา เป็นข้อพิสูจน์ถึงความสำเร็จอย่างแท้จริง ในฐานะหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่เปิดให้เดินทางระหว่างประเทศโดยไม่มีการกักกันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 กัมพูชาเป็นผู้นำการฟื้นฟูการเดินทางระหว่างประเทศของอาเซียนหลังช่วงการแพร่ระบาดโควิด โดยมีประเทศอื่นๆ ในอาเซียนได้ทยอยเปิดประเทศต่อไปตามความเหมาะสม วันนี้เราภูมิใจที่ได้เป็นตัวเร่งให้เกิดสายการบินราคาประหยัด
รายใหม่ที่มีฐานปฏิบัติการให้บริการจากประเทศกัมพูชา”

วิสธ นัม แห่งศิวิลัย เอเชีย และ โทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แคปปิตอล เอ พูดคุยอย่างเป็นกันเองขณะทำการลงนามความร่วมมือ

คือคำกล่าวของ วิสธ นัม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทศิวิลัย เอเชีย ภายในงานแถลงข่าวที่กลุ่มแอร์เอเชีย เอวิเอชั่น (AirAsia Aviation Group Limited: AAAGL) ธุรกิจสายการบินภายใต้แคปปิตอล เอ เบอร์ฮาร์ด ลงนามความร่วมมือกับ บริษัทศิวิลัย เอเชีย ก่อตั้งสายการบินแอร์เอเชีย กัมพูชา สายการบินราคาประหยัดรายใหม่ ในประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

ความมุ่งหมายของสายการบินแอร์เอเชีย กัมพูชา คือ การสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์เอเชียในประเทศกัมพูชาและในภูมิภาคอินโดจีน ทำให้แอร์เอเชียเข้าถึงตลาดภายในประเทศได้มากขึ้น และที่สำคัญที่สุด คือ เชื่อมโยงแอร์เอเชียกับตลาดต่างประเทศทั่วอาเซียน เอเชียเหนือ และอื่นๆ อีกมากมาย สายการบินใหม่นี้จะช่วยให้ AAAGL สามารถดำเนินการไปยังตลาดต่างๆ ที่มีให้บริการเดิมอยู่แล้ว เพื่อยกระดับของการเชื่อมต่อเครือข่ายบิน และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ แอร์เอเชียกัมพูชาตั้งเป้าที่จะกระตุ้นอุตสาหกรรมการบินของกัมพูชา โดยพร้อมจะเปิดตัวจุดหมายปลายทางใหม่ที่น่าตื่นเต้น สร้างงาน และนำการดำเนินงานในรูปแบบสายการบินราคาประหยัดมาสู่ประเทศกัมพูชา

การลงนามร่วมลงทุนในครั้งนี้ดำเนินการโดย โทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แคปปิตอล เอ และวิสธ โดยได้รับเกียรติจาก มาว ฮาวานนัล รัฐมนตรีผู้ดูแลกิจการการบินพลเรือน, โบ ลินกัม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแอร์เอเชีย เอวิเอชั่น และซูบาชินี ซิลวาดาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอร์เอเชีย คอนซัลติ้ง พร้อมแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในอุตสาหกรรมการบิน โดยการร่วมลงทุนในครั้งนี้คาดว่าจะเริ่มการปฏิบัติการได้ในปี 2566

Advertisement
คณะผู้บริหารแคปปิตอล เอ และ บริษัทศิวิลัย เอเชีย

กัมพูชา ตลาดที่คุ้นเคย โยงเครือข่ายสู่พิกัดสำคัญ

โทนี่ กล่าวว่า กลุ่ม Capital A มุ่งเน้นการขยายตลาดอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดหลักที่แบรนด์ของเราแข็งแกร่งที่สุด ประเทศกัมพูชานับเป็นประเทศที่ 5 ที่เราได้เข้ามาให้บริการและจะยังคงก้าวต่อไปในการเป็นผู้ขนส่งผู้คนและสินค้าอันดับหนึ่งของภูมิภาค และเป็นแกนหลักในการเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับประเทศในอาเซียน เครือข่ายการบินของแอร์เอเชียเป็นสินทรัพย์ที่ประเมินค่าไม่ได้ จะเป็นอีกธงหนึ่งของการเชื่อมโยงที่กว้างขวางระหว่างกัมพูชาและภูมิภาค ได้แก่ จีน อินเดีย และเอเชียเหนือ ในปี 2565 เป็นช่วงเวลาของการเริ่มต้นสายการบินใหม่และจะพัฒนาให้เติบโตสู่ระดับปกติก่อนที่จะมีโควิด เครื่องจักรดังกล่าวพร้อมทำงานและจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่สองของปี 2566 โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 จะเป็นช่วงที่มุ่งเน้นการเติบโต โดยเรามั่นใจว่าจะได้เห็นผลกำไรในปีแรก เนื่องจากกัมพูชาเป็นตลาดที่เราคุ้นเคยและมีโครงสร้างพื้นฐานเชิงลึกอยู่แล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่สายการบินในอนาคตทั้งหมดของเราจะตั้งอยู่ในอาเซียน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เรารู้จักดีและสามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว และเชื่อมโยงเครือข่ายขนาดใหญ่ของเราเข้ากับจุดสำคัญๆ ของกัมพูชา ได้แก่ พนมเปญ เสียมราฐ และสีหนุวิลล์

“ในขณะที่เราฉลองวันเกิดครบรอบ 21 ปีในวันที่ 8 ธันวาคม 2544 เราฝันว่าเราจะทำให้อาเซียนเข้าใกล้กันมากขึ้น ในวันนี้ภารกิจของเรายังคงเหมือนเดิม นั่นคือทำให้การเดินทางทางอากาศเป็นไปอย่างเสรีเชื่อมต่อผู้คนและสถานที่ต่างๆ มอบคุณค่าที่ดีที่สุด ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในอาเซียน Capital A จะยังคงสร้างการเติบโตนี้ต่อไป และผมมั่นใจเกี่ยวกับโอกาสในการให้บริการในประเทศที่เศรษฐกิจที่มีพลวัตและเติบโตเร็วที่สุดในอาเซียนทั้งในภาคดิจิทัลและการบิน” โทนี่กล่าว

วิสธ นัม ลงนามความร่วมมือกับ โทนี่ เฟอร์นานเดส โดยมี มาว ฮาวานนัล ร่วมเฟรม

ต้นทุนต่ำ คุ้มค่า มอบประสบการณ์

เดินทางท่องเที่ยว-ธุรกิจ-ศึกษาต่อ

ด้าน วิสธ แห่งศิวิลัย เอเชีย กล่าวว่า การเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับค่าโดยสารที่คุ้มค่าที่สุด จะกระตุ้นความต้องการเดินทางทางอากาศให้มากขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากมีทางเลือกสายการบินและจุดหมายปลายทางที่เพิ่มขึ้น สิ่งนี้จะเปิดประตูสำหรับนักเรียนที่เดินทางไปต่างประเทศ สนับสนุนการเดินทางที่เกี่ยวข้องกับการธุรกิจ ส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า และพร้อมมีส่วนในการสนับสนุนส่งเสริมการเติบโตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

“สิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่นและพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวในกัมพูชา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ และ AAAGL เราขอขอบคุณจากใจจริงสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในการทำให้ แอร์เอเชีย กัมพูชาเป็นจริง และสำหรับการให้โอกาสเราในการมีส่วนร่วมกับกลยุทธ์ของรัฐบาลกัมพูชาในการขยายการเชื่อมต่อและส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค เราแทบรอไม่ไหวที่จะเชื่อมโยงชาวกัมพูชากับส่วนที่เหลือของอาเซียนและที่อื่นๆ ในเร็วๆ นี้” วิสธกล่าว

โบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแอร์เอเชีย เอวิเอชั่น กล่าวว่า การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในกัมพูชาเป็นความคืบหน้าตามเป้าที่วางไว้ของกลุ่ม เนื่องจาก AAAGL เป็นสายการบินต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุด และเป็นกลุ่มสายการบินที่ใหญ่เป็นอันดับสองโดยรวมที่ดำเนินงานในกัมพูชาในแง่ของอัตราการให้บริการ ก่อนเกิดโรคระบาด แอร์เอเชียให้บริการ 90 เที่ยวบินต่อสัปดาห์จากมาเลเซียและไทย และปัจจุบันให้บริการอยู่ 49 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ไปยังประเทศกัมพูชา การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในกัมพูชาสอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่อาเซียนของเรา เราวางแผนที่จะดำเนินการส่วนใหญ่กับสถานีที่มีอยู่ภายในรัศมี 4 ชั่วโมงจากมาเลเซีย แอร์เอเชียกัมพูชาจะเพิ่มเครือข่ายการให้บริการของกัมพูชาด้วยการเปิดตัวบริการใหม่สู่อาเซียน เอเชียเหนือ และที่อื่นๆ ในอนาคต

“นี่คือข้อพิสูจน์ที่แท้จริงถึงความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จระหว่าง AAAGL และศิวิลัย เอเชีย เรารู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสในการนำเสนอการเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศต้นทุนต่ำที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อมอบประสบการณ์และความสะดวกสบายให้แก่ประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของอาเซียน” โบกล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบัน กลุ่มแอร์เอเชีย เอวิเอชั่น ให้บริการ 5 เส้นทางสู่ประเทศกัมพูชา จากกัวลาลัมเปอร์ไปยังเสียมราฐและพนมเปญ จากปีนังไปยังพนมเปญ (เริ่มวันที่ 3 มกราคม 2566) รวมทั้งจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ไปยังเสียมราฐและพนมเปญ โดยตั้งแต่ที่แอร์เอเชียเริ่มมีเที่ยวบินเข้าสู่ประเทศกัมพูชาในปี 2548 ได้ให้บริการผู้โดยสารไปแล้วกว่า 10 ล้านคน ทั้งขาเข้าและขาออกจากกัมพูชา

พรสุดา คำมุงคุณ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image