หน้าแรก ประชาชื่น สุวรรณภูมิ ใน...

สุวรรณภูมิ ในอาเซียน : ปฏิทินป๋วย 2566 เทอดรัฐธรรมนูญ

29.12.22 | 12:20 น.
(ซ้าย) พานแว่นฟ้าเทินรัฐธรรมนูญ พร้อมหลักหกประการ (ขวา) หนังสือ “เทอดรัฐธรรมนูญ” พิมพ์จำหน่ายในงานฉลองรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2476

ปฏิทินป๋วย 2566
เทอดรัฐธรรมนูญ

 

ปฏิทินป๋วย จัดทำขึ้นโดยโครงการอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มูลนิธิเสฐียรโกเศศ- นาคะประทีป มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เพื่อรำลึกถึงท่านและเหตุการณ์สำคัญของสังคมไทย

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2566 ย้อนกลับไปเมื่อ 90 ปีก่อน ประเทศสยามนับวันขึ้นปีใหม่แบบเดิม เดือนมกราคมจึงยังคงเป็นเพียงเดือนที่ 10 กระนั้นก็นับเป็นมงคลกาลเริ่มต้นก้าวแรกของระบอบใหม่ ภายหลังจากคณะราษฎรสามารถสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับถาวรได้สำเร็จเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ราษฎรเกิดความหวังด้วยประชาธิปไตยที่เฉิดฉายอันดำเนินงานโดยยึดหลัก 6 ประการ และยึดเหนี่ยว 4 สถาบันหลัก คือ รัฐธรรมนูญ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์

ทิศทางการปกครองโดยรัฐสภาดูมีความหวัง ผู้ก่อการคณะราษฎรได้เริ่มก่อตั้ง “คณะการเมือง” เทียบได้กับพรรคการเมืองในปัจจุบัน ชื่อ “สมาคมคณะราษฎร” จนเป็นเหตุให้ฝั่งอนุรักษนิยมยื่นขอจดทะเบียนคณะการเมืองเช่นเดียวกัน ชื่อ “สมาคมคณะชาติ”

Advertisement

ทว่าเมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ เรื่องราวของคณะการเมืองกลับยังไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาล “สมาคมคณะราษฎร” จึงต้องเปลี่ยนชื่อเหลือเพียง “สโมสรคณะราษฎร” ในเวลาต่อมา ระยะเดียวกันนี้ รัฐบาลได้เสนอให้หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) เขียนโครงการเศรษฐกิจจนนำไปสู่การนำเสนอ “สมุดปกเหลือง” (เค้าโครงการเศรษฐกิจ) เข้าสู่สภาปลายเดือนมีนาคม 2475 ซึ่งถือเป็นช่วงสิ้นปีในการนับวันปฏิทินเก่า ทว่าสมุดปกเหลืองนี้กลับถูกฝ่ายอนุรักษนิยมต่อต้านอย่างสูง

เมื่อย่างเข้าสู่ปีใหม่วันที่ 1 เมษายน 2476 รัฐบาลของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา (ก้อน หุตะสิงห์) ออกพระราชกฤษฎีกางดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา ปิดสภา และพระราชบัญญัติว่าด้วยคอมมิวนิสต์ตามมาในวันรุ่งขึ้น 2 เมษายน ทั้งยังปรากฏการเผยแพร่ “สมุดปกขาว” (พระบรมราชวินิจฉัย) อันล้วนไม่เป็นคุณต่อหลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี) มันสมองผู้ก่อการ 2475 และรัฐมนตรีในขณะนั้น จนเป็นเหตุให้ต้องเดินทางลี้ภัยสู่ประเทศฝรั่งเศสในวันที่ 12 เมษายน พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์) กับ หลวงพิบูลสงคราม (แปลก) ได้ไปส่งหลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี) ณ ท่าเรือ บี.ไอ. ช่วงบ่ายวันนั้น และสหายรักของปรีดี คือ หลวงทัศนัยนิยมศึก (ทัศนัย มิตรภักดี) “ยอดทหารม้าจากโซมูร์” 1 ใน 7 ผู้ริเริ่มก่อการคณะราษฎรครั้งพวกเขายังศึกษา ณ กรุงปารีส ได้ลงเรือไปส่งปรีดีถึงประเทศสิงคโปร์

หลวงทัศนัยฯ ได้ถึงแก่อนิจกรรมลงกะทันหันเมื่อ 10 พฤษภาคม หลังกลับจากการเดินทางครั้งนี้ หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าท่านอาจโดนวางยาพิษ

หลังจากปรีดีนิราศเพียง 2 เดือนเศษ สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มล่อแหลมและเสี่ยงต่อการกลับไปสู่ระบอบเดิม จนเมื่อไร้ทางออกและเริ่มเห็นเค้าลางเภทภัยที่จะบังเกิดแก่เหล่าผู้ก่อการ 2475 ในที่สุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2476 พระยาพหลฯ จึงร่วมมือกับหลวงพิบูลฯ และหลวงศุภฯ พร้อมคณะผู้ก่อการบางท่านรัฐประหารซ้ำอีกครั้งเพื่อขับพระยามโนฯ ออกจากตำแหน่ง พร้อมชูหัวหน้าผู้ก่อการคณะราษฎรขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศแทน หลังรักษาการตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เพียงครึ่งเดือน พระยาพหลฯ ขอลาออกเนื่องจากคิดว่าตนยังไม่เหมาะสม แต่รัชกาลที่ 7 ทรงทัดทานไว้

ช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2476 ศาลาเฉลิมกรุงได้จัดฉายภาพยนตร์รอบปฐมฤกษ์ ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2476

ด้านวังปารุสกวันอันเป็นที่ทำการของรัฐบาล สถานการณ์การเมืองทุกอย่างกลับคืนสู่ระบอบปกติ รัฐบาลเชิญปรีดีกลับมาช่วยชาติบ้านเมืองต่อ และเริ่มพิจารณาพระราชบัญญัติจัดการป้องกันรักษารัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันมิให้เหตุการณ์เช่นเดือนเมษายนเกิดขึ้นอีก สำเร็จในวันที่ 12 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน หลวงประดิษฐ์มนูธรรมเดินทางกลับถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 กันยายน ศกนั้น “เจ้าคุณ พหลฯ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถ้อยคำแสดงความในใจที่ปีติต่อการกลับของนักปฏิวัติหนุ่ม และกอดจูบกันด้วยความรักอย่างจริงใจ เช่นเดียวกับเมื่อวันไปส่ง 12 เมษายน พ.ศ. 2476”

การกลับคืนสู่มาตุภูมิของปรีดียิ่งสร้างความแค้นเคืองให้กับเหล่าปฏิปักษ์คณะราษฎร
ครั้นถึงวันที่ 11 ตุลาคม กลุ่มก่อการที่เรียกตนเองว่า “คณะกู้บ้านกู้เมือง” ได้ยาตราทัพจากโคราชมุ่งสู่พระนครจนเกิดการปะทะอย่างรุนแรงระดับสงครามกลางเมืองย่านดอนเมืองจนถึงบริเวณบางเขน ในท้ายสุดคณะก่อการล้มเหลว ถอยร่นพ่ายแพ้จนถูกขนานนามว่า “กบฏบวรเดช” และหัวหน้าต้องขึ้นเครื่องบินหลบหนีลี้ภัยไปยังอินโดจีน ด้านรัฐบาลต้องสูญเสียวีรบุรุษผู้พลีชีพพิทักษ์รัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 17 คน ร่างของพวกเขาได้รับการฌาปนกิจอย่างสมเกียรติกลางสนามหลวงในเดือนกุมภาพันธ์ปลายปีเดียวกันนั้นแหละ อัฐิทั้งหมดได้รวมกันบรรจุอยู่ในอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรืออีกนามหนึ่งว่าอนุสาวรีย์ปราบกบฏ ที่ได้ก่อสร้างและทำพิธีเปิดในอีก 3 ปี ต่อมา เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2479

เมื่อบ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง เดือนพฤศจิกายน เริ่มเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งครั้งแรกของประเทศสยาม หนังสือพิมพ์ทยอยรายงานผลการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรประเภทหนึ่งที่ได้รับการเลือกทางอ้อมผ่านผู้แทนตำบลจาก 70 จังหวัดทั่วทั้งประเทศจนได้ ส.ส. ครบถ้วน 78 ท่าน

ต่อมา ในเดือนธันวาคม รัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนาได้เชิญพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจากจังหวัดสงขลาเพื่อทำพิธีเปิดรัฐสภาอีกครั้ง

ตลอดปี พ.ศ. 2476 จึงนับเป็นปีอันเหนื่อยยากสำหรับช่วงตั้งต้นของระบอบใหม่ แต่ก็จบลงด้วยความสงบสันติยังความไพบูลย์ให้แก่ประเทศนับต่อจากนั้นอีกหลายปี

 

(ซ้าย) มกราคม – ความหวัง A New Hope (ขวา) กุมภาพันธ์- คณะการเมือง Political Party

   

(ซ้าย) มีนาคม – สมุดปกเหลือง The Yellow Book (ขวา) เมษายน – ปิดสภา ปรีดีนิราศ Parliament Shutdown & The Exile

  

(ซ้าย) พฤษภาคม – เพื่อนตาย Dear Comrade (ขวา) มิถุนายน – ปฏิวัติซ้ำ Revolution Reloaded

  

(ซ้าย) กรกฎาคม – รัฐบาลใหม่ The New Regime (ขวา) สิงหาคม – กฎหมายพิทักษ์รัฐธรรมนูญ Safeguarding the Constitution

  

(ซ้าย) กันยายน – ปรีดีนิวัต Pridi ’s Return (ขวา) ตุลาคม– ปราบกบฏ Conquering The Rebellion

  

(ซ้าย) พฤศจิกายน – เลือกตั้งครั้งแรก Siam 1st Election (ขวา) ธันวาคม – เทอดรัฐธรรมนูญ Honoring The Constitution

100 ปี ชาตกาล ป๋วย อึ๊งภากรณ์ “ปฏิทินตั้งโต๊ะ” พร้อมส่งแล้วตั้งแต่วันนี้ ในราคาเล่มละ 120 บาท (จัดส่งฟรี)
โอนเงินได้ทางบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 024-2-72623-4 ชื่อบัญชี มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป เพื่อโครงการอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์
โดยแจ้งการชำระเงินพร้อมชื่อที่อยู่ ทางอีเมล์ ที่ [email protected] หรือ LINE ของเบอร์ 0867636644 (คุณพัชรศิริ)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่โทรศัพท์ 08 6763 6644 หรือดูรายละเอียดใน https://www.facebook.com/Puey100

 

บันทึกบรรณาธิการ

นริศ จรัสจรรยาวงศ์

ปีก่อนเมื่อครั้งจัดสร้างปฏิทินป๋วย พ.ศ. 2565 นับเป็นวาระรำลึก 90 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และ 110 ปีของปฏิวัติ ร.ศ. 130 ผู้เขียนได้รับเกียรติเชื้อเชิญให้เข้าร่วมรังสรรค์ปฏิทินในฐานะบรรณาธิการจึงได้เลือกเฟ้น 12 สมาชิกคณะราษฎรนำเสนอในรูปแบบของ “การ์ตูนอเมริกัน American Comic” ผ่านฝีมือของศิลปินนักวาดภาพมือฉมัง เฉลิมพล จั่นระยับ อีกทั้งอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ยังให้เกียรติร่วมกับบรรณาธิการบอกเล่าเรื่องราวของบุคคลทั้ง 12 ท่านนี้ ผ่านคลิปใน YouTube รวมถึงเข้าร่วมในงานเปิดตัวปฏิทินที่ตั้งชื่อตามคำนิยามภาษาอังกฤษของปรีดี พนมยงค์ ข้างต้นไว้ว่า “The 2475 Vanguard” (ติดตามชมคลิปทั้งหมดได้ตามนี้ https://www.youtube.com/playlist?list=PLgNCB7ijZfKEoT4BQsRfHwxL832DddE2W)

ด้วยเหตุที่ส่วนตัวผู้เขียนหลงใหลในการ์ตูนทุกชนิดโดยเฉพาะของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเริ่มก่อกำเนิดในระยะเดียวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ.2475 ต่อเนื่องจนถึงปฏิทินป๋วยปี พ.ศ. 2566 นี้ ผู้เขียนยังคงได้รับเกียรติให้ดำเนินงานในฐานะบรรณาธิการต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า ครั้งนี้แนวทางการนำเสนอยังคงเป็นเรื่องราวสืบต่อจากเหตุการณ์เมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 โดยยังคงได้รับความอนุเคราะห์จากนักวาดท่านเดิม คุณเฉลิมพล

รายละเอียดของปฏิทินได้บอกเล่าไปแล้วในบทความข้างต้น ยังคงมีหมายเหตุเพียงเล็กน้อยที่บรรณาธิการต้องการเก็บตกจากผลงานชิ้นนี้

1. ภาพปกปฏิทิน พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) คนกลาง หัวหน้าผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และผู้อ่านประกาศคณะราษฎร ขนาบขวา หลวงพิบูลสงคราม (แปลก ขีตตะสังคะ) และขนาบซ้าย หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) สาเหตุที่ใช้เป็นภาพหลักเนื่องด้วยปี พ.ศ. 2476 นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการเริ่มสถาปนาอำนาจทางการเมืองของสมาชิกคณะราษฎรทั้ง 3 ท่านนี้ ส่วนด้านล่างคืออนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรืออนุสาวรีย์ปราบกบฏที่ได้อันตรธานหายไปนับจากวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบันยังไม่ทราบชะตากรรม สถาปัตยกรรมนี้นับเป็นสัญลักษณ์ประชาธิปไตยชิ้นสำคัญที่ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2479 ก่อนหน้าการก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ณ ถนนราชดำเนิน ถึง 3 ปีเศษ

2. รูปภาพหลักในแต่ละเหตุการณ์คัดเลือกมาจากภาพถ่ายและภาพวาดจากหนังสือต่างๆ จำนวนมาก ต่างบริบทกันไป การนำเสนอสตอรี่บอร์ดครั้งนี้เป็นเรื่องของศาสตร์และศิลป์ อีกทั้งหลากหลายเหตุการณ์เป็นเรื่องที่ไม่พบภาพถ่ายจริง เพราะฉะนั้นการจัดสร้างภาพการ์ตูนเหล่านี้ บ้างก็แปลงมาจากเหตุการณ์จริง เช่น ภาพพระราชพิธีขณะลงพระปรมาภิไธยในรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 บ้างก็ต้องจำลองขึ้นใหม่โดยอิงจากเค้าโครงของภาพถ่ายชั้นหลัง เช่น การอภิปรายในสภา 2 ภาพ หนึ่ง ในเดือนเมษายน นำมาจากการประชุมสภาในหนังสืองานศพของ ดร. ตั้ว ลพานุกรม เมื่อปี พ.ศ.2484 หรือ สอง ในเดือนสิงหาคม นำมาจากการแถลงนโยบายในสภาของจอมพล ป.พิบูลสงคราม เมื่อปี พ.ศ. 2485 รวมถึงเดือนกันยายน ภาพของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) ก็ได้มาจากเมื่อครั้งท่านเดินทางกลับจากต่างประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2490 ทั้งนี้บนภาพปกปฏิทินปีก่อนหน้า พ.ศ. 2565 บรรณาธิการได้สร้างภาพหมู่จินตนาการ 7 ผู้ริเริ่มก่อการ ณ กรุงปารีสจากภาพต้นฉบับที่ผู้เขียนคนพบและตีพิมพ์บทความเผยแพร่เมื่อปี พ.ศ. 2563 ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม

3. ภาพปกหนังสือ “สมุดปกขาว” และ “สมุดปกเหลือง” บรรณาธิการเลือกใช้ชุดหนังสือโดยสำนักพิมพ์ ศ.ศิลปานนท์ เมื่อ พ.ศ. 2490 และ 2491 ตามลำดับ เนื่องด้วยสุนทรียศาสตร์บนปกคู่นี้ดูจะสามารถสื่อสารในภาพของการ์ตูนชุดนี้ได้งดงาม

  

(ซ้าย) ภาพปกสมุดปกขาว พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2490 (ขวา) ภาพปกสมุดปกเหลือง พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2491

4. วรรณรูปพานรัฐธรรมนูญ “ส.ค.ส. ปีใหม่” ในหน้าเครดิตผู้ร่วมจัดสร้างปฏิทินป๋วย พ.ศ.2566 นี้ ได้รับการอนุเคราะห์จากซองจดหมายเก่าที่หยิบยื่นให้โดย อัครชัย อังศุโภไคย ผ่านคำแนะนำของ กษิดิศ อนันทนาธร

5. เดือนกุมภาพันธ์ ในภาพด้านบนมุมซ้ายปรากฏ “โลโก้ทรงหยดน้ำของสมาคมคณะราษฎร” หน้าเหรียญปรากฏตราอุณาโลม หมายถึง ทหารบก ตราสมอ หมายถึง ทหารเรือ ส่วนคันไถ หมายถึง พลเรือน รวงข้าวที่อยู่ขนาบทั้งสองข้างหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ระหว่างช่อรวงข้าว เป็นรูปเล่มหนังสือ อันอาจหมายถึงรัฐธรรมนูญ

6. เดือนพฤศจิกายน ภาพมุมล่างด้านซ้ายคือ เข็มกลัดผู้แทนตำบลที่ทำหน้าที่เข้าไปเลือกผู้แทนราษฎร ด้านโปสเตอร์จำลองจากการเลือกตั้งครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2480 ของผู้สมัครจากจังหวัดธนบุรี โดยแทนรูปด้วย ส.ส. ทองอยู่ พุฒพัฒน์ ผู้ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. จังหวัดธนบุรี คนแรก อีกทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มก่อสร้างอนุสาวรีย์พระเจ้าตามสินมหาราช ณ วงเวียนใหญ่

7. เดือนธันวาคม ฉายภาพหน้าหลังเหรียญปราบกบฏ รูปลักษณ์เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 23 มิลลิเมตร ด้านหน้ามีภาพสมุดรัฐธรรมนูญวางบนพานแว่นฟ้าสองชั้น อยู่ภายในวงพวงมาลัยชัยพฤกษ์ แผ่รัศมีกระจายทั่วมณฑล ด้านหลัง มีรูปพระสยามเทวาธิราชทรงพระขรรค์ในท่าประหารปรปักษ์ ยืนลอยอยู่เหนือตัวอักษรตามขอบล่างว่า “ปราบกบฏ พ.ศ. ๒๔๗๖” ภายใต้ห่วงอันมีอักษรว่า “พิทักษ์รัฐธรรมนูญ” แพรแถบสีธงไตรรงค์ กว้าง 28 มิลลิเมตร ห้อยบนแพรแถบมีเข็มโลหะทองแดงรมดำ จารึกอักษรว่า “สละชีพเพื่อชาติ”

8. ตารางปฏิทินนอกเหนือจากวันสำคัญต่าง ๆ วันหยุดราชการ และวันพระแล้ว อัตลักษณ์พิเศษของปฏิทินป๋วยที่ยังคงดำเนินมาทุกปีคือการแสดงภาพรถถังไว้ในวันรัฐประหารครั้งสำคัญที่บังเกิดขึ้นนับจากปี พ.ศ. 2475

สัญลักษณ์รถถังในปฏิทินแสดงถึงวันรัฐประหารในอดีตกาล

สำหรับผู้สนใจปฏิทินป๋วย พ.ศ. 2566 / ค.ศ. 2023 “เทอดรัฐธรรมนูญ” สามารถอุดหนุนผ่านเฟซบุ๊ก 100 ปี ชาตกาล ป๋วย อี๊งภากรณ์ คลิกที่นี่