ดุเดือดสูสีสภาใหญ่ เกียกกาย สำหรับ สภากรุงเทพมหานคร ชุดใหม่ที่มาจากเสียงของประชาชน
นับแต่เปิดสภา ณ ศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง
ก็เข้มข้นด้วยข้อมูลหลากประเด็นที่ ส.ก.เขตต่างๆ คัดสรรมาพูดแทนใจชาวบ้านในพื้นที่
นับคร่าวๆ ราว 6 เดือนที่ผ่านมา จนสิ้นสุดปี 2565 ญัตติน่าสนใจมากมายถูกนำเสนอเพื่อนำไปสู่การแก้ไข
ล่าสุด วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี ในฐานะประธานสภากทม. ลั่นระฆังเรียกบรรดา ส.ก.ทั้ง 50 เขต ร่วมประชุมสามัญสมัยแรก ประจำปีพุทธศักราช 2566 ในวันนี้ 4 มกราคม เพื่อระดมความเห็น ถก 4 ญัตติทั้งที่คั่งค้าง บวก 2 เรื่องใหม่ๆ ที่อยากให้จัดตั้ง ‘สภาคนเมืองประจำเขต’ แก้ฟุตปาธเรียบไม่เท่ากัน หวังสะสางปัญหาให้คนกรุง มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นในเมืองที่น่าอยู่มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง สายไฟรุงรัง ออกกฎหมายจัดการขยะ และอุดจุดเสี่ยง ฯลฯ
น่าจับตาว่าตัวแทนคนกรุง จะมุ่งคลายปมทีละเปลาะได้อย่างไร ปีที่พ้นผ่านเรื่องที่ถกกันในสภา คืบหน้าจริงไหม ?
ต่อไปนี้ คือ 5 ญัตติโดดเด่นแห่งปี 2565 ที่ขอชี้ชวนให้เห็นผลการขับเคลื่อนงานของผู้แทนที่ผ่านการเลือกตั้ง
ทวงนโยบาย ปลอดภัยดี ตามหาเจ้าของอุโมงค์บางซื่อ–จตุจักร
‘ร้างจนมีระบบนิเวศ’
ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ อภิปรายจี้ให้กรุงเทพมหานครเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเปิดใช้อุโมงค์ทางลอดถนนกำแพงเพชร 6 เลียบทางรถไฟ ช่วงบางซื่อ–จตุจักร–วัดเสมียนนารี และทางลอดอื่นๆ หลังการรถไฟแห่งประเทศไทย สร้างไว้เพื่อเชื่อมต่อสถานีกลางบางซื่อกับวัดเสมียนนารี เสร็จมา 2 ปี แต่มีแบริเออร์กั้นอยู่ ผู้คนร้องเรียนว่าถูกทิ้งร้าง
“อุโมงค์นี้เชื่อมต่อระหว่างเขตบางซื่อและจตุจักร คนที่อาศัยอยู่
ทั้ง 2 เขตร้องว่า 2 ปีแล้ว ตอนแรกพี่น้องดีใจที่จะได้ใช้ทางลัด ไม่ต้องขับอ้อมโลก จะเห็นว่าเป็นระยะทาง 11 กม. ถ้าเกิดอุโมงค์เปิดใช้จะลดเหลือ 3 กม. แต่หน่วยงานที่สร้างอุโมงค์ก็ไม่เปิดให้ใช้ ฝั่งบางซื่อมีชุมชนหัวรถจักรตึกแดง ประชาชนกว่า 4,000 ชีวิต รอใช้อุโมงค์นี้อยู่
“ท่านผู้ว่าฯเองก็เคยมาหาเสียงที่นี่ ก่อนหน้านี้เคยเปิดให้มอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านในสภาพอุโมงค์ที่ร้างๆ เกิดอุบัติเหตุ เสียชีวิต วันดีคืนดีก็มีโจรมาตัดสายไฟ คราวนี้ไฟดับก็ยิ่งไปกันใหญ่ เป็นที่ซ่องสุม ส่งเสียงดังเวลากลางคืน
ยิ่งไปกว่านั้นมีขยะอุดตันท่อระบายน้ำ ตอนฝนตกน้ำท่วมน้ำขัง มีปลา จนในอุโมงค์นี้มีระบบนิเวศเป็นของตัวเอง ปลาออกลูกออกหลาน มีข่าวว่าที่ไม่เปิดเพราะว่าซ่อมไฟและระบบระบายน้ำ ถามว่าก่อนหน้านี้ 2 ปีที่ยังอยู่ในสภาพดีทำไมถึงไม่เปิดใช้ ไม่รู้ใครเป็นเจ้าของอุโมงค์ที่แท้จริง ยิ่งกว่าหนังสืบสวน”
ชัชชาติถึงกับออกปากว่าจีพีเอสก็เคยพาไปติดอยู่ตรงนั้นเหมือนกัน ขอให้ วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. ผู้รับผิดชอบสำนักโยธาและจราจรขนส่ง ชี้แจง ก่อนนำมาซึ่งผลลัพธ์ เปิดใช้งานได้อย่างเป็นทางการเมื่อ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา
ส.ก.รายนี้ยังลุกทวงถามถึง 6 รอบ ที่ 6 เดือน ถนนสายหลัก ประชาราษฎร์สาย 1-ประชาชื่น ยังมืดตึ๊ดตื๋อ แม้ร้องเรียนผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ สายด่วน 1555 หรือส่งหนังสือไปแล้วเรื่องยังกริบ ผู้ว่าฯจึงลุกรับปากว่าจะเร่งติดให้
โดยรองผู้ว่าฯบอก แยกเป็น 2 กรณี หากไฟเสียเป็นดวงต่อดวง สำนักการโยธาไปซ่อมได้ทันที แต่กรณีที่เป็นถนนทั้งแถบจะใช้วิธีการจ้างเหมาเพื่อซ่อมแซม พร้อมยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจ จะเสร็จในมีนาคม 66
“ดิฉันหวังว่านโยบายปลอดภัยดี กรุงเทพฯต้องสว่างของฝ่ายบริหาร จะเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด” ภัทราภรณ์ทวง 1 ในนโยบาย
ลูกจ้างกทม.‘ได้โบนัส’กันถ้วนหน้า ทั้งสร้างขวัญ ทั้งกระตุ้น ศก.
สิ่งที่เป็นปลื้มหนักสำหรับลูกจ้าง กทม. คือสภามีมติเห็นชอบให้ประกาศใช้ข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง ให้เงินรางวัลประจำปีแก่ข้าราชการกรุงเทพมหานคร และลูกจ้างกรุงเทพมหานคร พ.ศ. … เมื่อ 7 ก.ย. ก่อนมีผลบังคับใช้ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา
ซึ่งชัชชาติลงนามจัดสรรโบนัสปี 2565 ให้ 90,000 บุคลากร มอบเป็นของขวัญปีใหม่ โดยข้าราชการได้ 1.2 เท่าของเงินเดือน ลูกจ้าง 1.4 เท่า ซึ่งใช้เงินงบปี’65 ที่ชัชชาติยื่นญัตตินี้ ขอกันเหลื่อมไว้เบิกจ่าย รวม 2,200 ล้านบาท และผ่านฉลุยจากสภาแห่งนี้
ก่อนได้ยินเสียงเฮ สุทธิชัย วีรกุลสุนทร หรือเฮียล้าน ส.ก.เขตจอมทอง ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญฯ พิจารณางบ
ปี 2566 บอกว่า ได้กลั่นกรอง ถกเถียงกันนานพอสมควร กว่าจะตกผลึกออกมาเป็น 4 กลุ่มที่ได้จ่ายเงินรางวัลนี้ ซึ่งมีคนสอบถาม รอลุ้นกันเยอะมาก
“ที่สำคัญที่สุดผมว่าจะสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการผู้ปฏิบัติอย่างเจ้าหน้าที่ลอกท่อระบายน้ำ เก็บขนมูลฝอยที่ทำงานหนัก เงินรางวัลไม่เคยได้รับเลยที่ผ่านมา 4-5 ปี จะได้อานิสงส์ตรงข้อบัญญัติฉบับนี้ โดยเฉพาะผู้ว่าฯกทม.ก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ว่าจะต้องสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการ กทม.ให้มีความเป็นธรรมที่สุด”
“ขอชี้แจงว่า กลุ่มแรก บางท่านอาจจะบอกว่าน้อยจัง เพราะท่านมีเงินประจำตำแหน่งอยู่แล้ว มีค่ารถ ค่าอะไรกันค่อนข้างจะมากกว่าข้าราชการระดับล่างที่ไม่มีเงินประจำตำแหน่งเลย เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันพอสมควร”
เฮียล้านยังตามถามในสภาแทนประชาชน ว่าจะจ่ายเงินโบนัสได้เมื่อไหร่?
จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ตอบชัดสิ้นปีได้แน่ เกษียณปี’65 ก็ได้ด้วย
ส่วนชัชชาติขอบคุณที่ ส.ก.เห็นความสำคัญ พร้อมสัญญาว่าจะทำการเบิกจ่ายโดยโปร่งใส ยุติธรรม
“เชื่อว่านอกเหนือจากการสร้างขวัญกำลังใจแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ กทม.ด้วย เงินที่แจกไปก่อนสิ้นปีคงใช้หมด สถานการณ์ประมาณนี้คนคงต้องการจับจ่ายใช้สอยทำให้เกิดเงินหมุนเวียนใน กทม.เพิ่มขึ้นด้วย” ผู้ว่าฯทิ้งท้าย
ญัตติด่วน อาลัย‘เหตุกราดยิง’ ผุดไอเดียล้อมคอก ย้ำต้นตอ‘สุขภาพจิต’
เพื่อเลี่ยงเหตุน่าสะเทือนใจเกิดซ้ำ กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อสอบถามแนวทางเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน กทม. เมื่อ 12 ต.ค. สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ซึ่ง ส.ก.เห็นตรงกันว่าเป็นญัตติเร่งด่วนที่ต้องคุย
เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเหตุหญิงวิกลจริตแทงนักเรียนในโรงเรียนมาแล้ว ทั้งยังหยิบยกเหตุการณ์นักเรียนนำปืน (ปากกา) มายิงในห้องคอมพิวเตอร์ รวมถึงกังวลที่คนนอกที่เข้ามาภายใน ร.ร.ได้
“ผมลองไปดูโมเดลของธนาคารจะมีปุ่มที่ให้เจ้าหน้าที่ด้านหลังเคาน์เตอร์สามารถกดได้ทันที จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามา โรงเรียนของเรามีแบบนี้หรือยัง ถ้าไม่มี ถึงเวลาแล้วที่จะมีสัญญาณเตือนภัย”
ด้าน ณภัค เพ็งสุข ส.ก.เขตลาดพร้าว ขอเป็นตัวแทน ส.ก.แสดงความเสียใจและส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ชี้ต้นเหตุเกิดจากปัญหาสุขภาพจิตและภาวะเครียด จึงขอให้ทุกหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงทหาร และตำรวจ หยุดวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งผลต่อกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน และให้มีความจริงใจในการดูแลข้าราชการ ลูกจ้างและกำลังพลให้มากขึ้น เห็นควรมีบริการทางด้านสุขภาพจิต ตรวจสุขภาพจิตเชิงรุก พร้อมเสนอให้หน่วยบริการเคลื่อนที่เข้าไปอำนวยการแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเพื่อสร้างพื้นที่ผ่อนคลาย
ขณะที่ สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง เสนอเพิ่มให้ติดตั้งกล้อง CCTV และปรับปรุงศูนย์เด็กเล็กให้มีทางออกฉุกเฉิน รวมถึงสร้างระบบขอความช่วยเหลือกับ สน.ในพื้นที่ และจ้างเหมา รปภ.
ถกเดือด ฟันนายทุน ตร.ว.เป็นล้าน‘แสร้งปลูกกล้วย’หลบภาษี
หลัง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ถูกนำมาใช้แทน พ.ร.บ.ภาษีที่ดินโรงเรือนและภาษีประมงท้องที่ ในปี’62 พบปัญหาในทางปฏิบัติ นอกจากเก็บภาษีได้ต่ำกว่ามาตรฐานยังเจอความไม่เป็นธรรมอีกมาก
พุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก.เขตยานนาวา จึงเสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาการจัดเก็บภาษี ซึ่ง สุทธิชัยวีรกุลสุนทร หรือเฮียล้าน ส.ก.เขตจอมทอง ก็เสนอพร้อมกันในการประชุมสมัยที่ 4 (ครั้งที่ 1) เมื่อ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา
“ปี 2564 จัดเก็บได้ 1,800 ล้านบาท คาดว่าในปี 2566 ควรจะเป็น 18,000 ล้าน แต่ กทม.กลับตั้งไว้เพียง 7,700 ล้านเท่านั้น ต่ำกว่าความเป็นจริง 10,290 ล้าน นายทุนอสังหาริมทรัพย์ใช้ช่องว่าง
ทางกฎหมายแบ่งซอยที่ดินเป็นเส้น เพื่อให้ที่ดินมีหน้ากว้างแคบลง และราคาประเมินต่ำลง หรือถ่ายโอนให้ผู้ถือครองบริษัทลูก รวมทั้งนำพืชล้มลุกมาปลูกเพื่ออ้างว่าเป็นที่ดินเกษตรกรรม ทั้งที่ดินดังกล่าวอยู่ในผังเมืองพาณิชย์” ส.ก.เขตยานนาวา จี้จุดบอดที่ทำให้งบแก้ไขปัญหาเพื่อประชาชนลดลงเรื่อยๆ
โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อย ในชุมชนซึ่งเช่าที่วัดอยู่ จัดสรรกันเองผ่านกลไกสหกรณ์ ซึ่งเมื่อคำนวณภาษีแล้วกลับต้องจ่ายเยอะมาก
“ผู้มีรายได้น้อยต้องแบกรับภาษีที่เพิ่มขึ้น เป็นการรีดเลือดกับปู นายทุนใหญ่เสียภาษีที่ดินถูกลง แต่คนจนกลับถูกรีดเพิ่มขึ้น หากไม่มีการศึกษาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบจะทำให้ความเหลื่อมล้ำใน กทม.มากยิ่งขึ้น”
“เมื่อ 1 สิงหาคม ประชาชนรวมตัวกัน 150-200 คน เดินเท้าจากชุมชนวัดช่องนนทรี ไปเขตยานนาวา ขอร้องให้เรียกสำนักพุทธฯ และกรมธนารักษ์เข้ามาชี้แจงว่าทำไมปกติจ่ายค่าภาษีที่ดินหนึ่งปี 3,000 บาท 5,000 บาท แต่ครั้งนี้โดน 20,000 30,000 50,000” พุทธิพัชร์ยกตัวอย่างกลางสภา กทม.
“รายได้ส่วนนี้เอื้อประโยชน์ต่อใคร อยากฝากให้ไปคิดว่า ‘การเปลี่ยนแบบภาษี เพื่อพี่น้องประชาชน เพื่อคุณกรุงเทพฯ แต่คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือใคร? คือนายทุนบางคนเท่านั้นหรือเปล่า’ ประชาชนเดือดร้อน กทม.เดือดร้อน รายได้ลดลง การจัดเก็บภาษีไม่ได้คุณภาพ ไร้ประสิทธิภาพ ท่านต้องชัดเจน ทำตามสิ่งที่ท่านได้พูดไว้” ส.ก.เขตยานนาวา ฝากให้ผู้บริหารคิด ปลูกพืชเกษตร ห่างกัน 3 เมตร ไม่มีที่ไหนทำกัน
ด้านเฮียล้าน ส.ก.เขตจอมทอง บ่นกลางสภา ข้าวของขึ้นทุกวัน ห่วงคนจนไม่มีจ่ายภาษี ฝากผู้ว่าฯผ่อนปรน แนะหารือกับภาครัฐ เก็บเป็นขั้นบันได และปรับผังเมืองใหม่
“ถ้าไม่มีเงินจ่ายทำอย่างไร ถูกฟ้อง ยึดที่ดินในท้ายที่สุด ผมคาดเดา เชื่อว่าพี่น้องที่ดูการถ่ายทอดสภาคงจะพูดว่า ช่วยบอกทีเถอะ ผู้ว่าฯจะผ่อนปรนอย่างไรให้พี่น้องไม่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บรายได้ บางคนที่ดินอยู่บางรัก ไปปลูกกล้วย เกษตร พื้นที่วาเป็นล้าน ไปแลกกับมีนบุรีไหม คนไม่มีเงินจริงๆ จะทำอย่างไร อาจจะถูกบังคับขายที่ถูกๆ กับนายทุน เพราะบางคนได้มรดกมา ไม่มีอาชีพ ไม่มีปัญญาจ่าย หลายครอบครัวเป็นอย่างนี้” เฮียล้านพ้อ
ขณะที่ เอกกวิน โชคประสพรวย ส.ก.เขตราชเทวี ได้รับการร้องเรียนว่าเจ้าของที่ดินต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นจึงต้องขึ้นค่าเช่าหอพัก อยากให้ผู้ว่าฯสร้างเมืองที่คนเท่ากัน
ตัดมาที่ ฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา ลั่น ไม่มีประเทศไหนในโลกที่เอาเกษตรกรรมมาอยู่ในเมืองหลวง เจ้าของที่ดินสามารถยกให้เป็นสาธารณะได้ ฝ่ายบริหารควรมีการปรับเพิ่มภาษีที่ดินให้เหมาะสม
ด้าน สมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน ชี้แนะหลักการจัดเก็บภาษีที่ดีคือ ‘เป็นธรรม’ เต็มใจจ่ายและไม่หลีกเลี่ยงภาษี พร้อมเสนอจัดเก็บ ภาษีน้ำเสีย ส่วน นภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย ออกไอเดีย ให้แบ่งผู้ที่ต้องเสียภาษีออกเป็นกลุ่ม
ผลสรุป ส.ก.พร้อมใจลงความเห็นตั้งคณะกรรมการศึกษา‘ชัชชาติ’ ขอบคุณที่เป็นห่วงรายได้ กทม. แต่ต้องคิดต่อว่า จะแยกเกษตรกรตัวปลอม–ตัวจริงอย่างไร
เรื่องนี้อีกยาว‘จดไว้หมด’ โต้‘ไม่ใช่อำนาจผู้ว่าฯ’ สภาล่มเพราะ‘สายสีเขียว’
ญัตติที่ ส.ก.แห่ลุกแย้ง ไม่เห็นด้วยและกังวลอย่างหนัก เกิดขึ้นเมื่อ 26 ต.ค. ในการประชุมสมัยที่สี่ (ครั้งที่ 4) ที่ผู้ว่าฯเสนอ 2 ญัตติ ขอความเห็นจากสภาคือ 1.แนวทางการเก็บค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต–สะพานใหม่–คูคต และช่วงแบริ่ง–สมุทรปราการ และ 2.การดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งที่ประชุมควบรวม 2 ญัตติดังกล่าว
ส.ก.หลายท่านอ้างว่า กทม.ไม่มีอำนาจกำหนดราคาได้ จนในที่สุดญัตติถูกถอนออกไปก่อน ซึ่งประธานสภาให้เหตุผลว่า เอกสารจากฝ่ายบริหารยังไม่ครบถ้วน
บรรยากาศในที่ประชุม ก่อนสภาล่ม พีรพล กนกวลัย ส.ก.เขตพญาไท พรรคก้าวไกล ห่วงว่าถ้า กทม.จะดูเรื่องนี้ เกรงไปขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2562 ซึ่งข้อ 2 บอกเป็นอำนาจ กทม. แต่ในข้อ 3 ของคำสั่ง คสช.บอกว่า การรวมส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 รวมทั้งการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการ แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น 1 คณะ ซึ่ง ส.ก.ชี้ว่า รมว.มหาดไทยได้แต่งตั้งไปแล้ว
“ในข้อ 3 ของคำสั่งนี้ แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการชุดนี้เป็นผู้กำหนดราคา ไม่ใช่ กทม.เป็นผู้กำหนดราคา ไม่ว่าจะส่วนต่อขยายที่ ‘กรุงเทพธนาคม’ ไปทำสัญญาโดยไม่ได้รับมอบอำนาจจาก กทม.ซึ่งก็ผิดอยู่แล้ว ฉะนั้น เราไม่มีหน้าที่ในการกำหนดราคา และจัดการเดินรถ ทั้ง 2 ญัตติไม่ใช่หน้าที่ของสภากรุงเทพมหานคร ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ว่าฯอีกต่อไป คำสั่งนี้เป็นคำสั่ง คสช.เทียบเท่าพระราชบัญญัติ ใหญ่กว่าข้อบัญญัติ กทม.พ.ศ.2553 ข้อที่ 3 (1) ที่ท่านมีอำนาจกำหนดค่าโดยสารตามข้อบัญญัตินี้ก็จริง แต่คำสั่ง คสช.ตัดอำนาจส่วนนี้ไปแล้ว” พีรพลยืนยัน ถ้า กทม.ยังดำเนินการต่อ จะสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย และจะวอล์กเอาต์
ส.ก.ร่วมยกมือเห็นด้วยที่จะถอนญัตตินี้ ก่อนประธานสภาปิดห้องหารือเงียบๆ กับ ส.ก.ในประเด็นสายสีเขียว หลังสภาล่ม
ในเรื่องนี้ ชัชชาติโต้กลับว่าแค่มาขอความเห็น เรื่องเก็บค่าส่วนต่อขยายที่ 2 ราคา 15 บาท
“ต้องเรียนว่าเราไม่ได้เสนอให้อนุมัติ แค่ขอความเห็น และหลายอย่างที่ท่านพูดมา ผมจดไว้หมดเลยนะ”
สุดท้าย ชัชชาติเชื่อว่าเรื่องจะวนกลับมาที่สภา ไม่มีทางหนีพ้น เพราะต้องใช้งบ กทม. ตั้งใจว่าในวาระแรกของปีนี้จะนำเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้าสภาอีกครั้ง ถกประเด็นหนี้ที่ค้างชำระ
สำหรับสภากทม.ในปีนี้จะดุเดือดเชือดเฉือนด้วยวาทะและเนื้อหาเข้มข้นเพียงใด ชาวกรุงต้องจับตา
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

