‘ม็อบแผ่ว’
ไม่ได้เพิ่งเกิดในปี’65 ที่เพิ่งผ่านพ้น
ทว่า กระแสของผู้คนที่ออกมาเรียกร้องบนท้องถนนค่อยๆ ซาลงตั้งแต่ปีก่อนหน้า หากเทียบกับปี’63 ที่แฟลชม็อบคนรุ่นใหม่เฟื่องฟู
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความถึงการยกธง ‘หยุดสู้’ หากแต่เป็นช่วงเวลาที่นักกิจกรรมจำนวนมากต้องใช้เวลาไปกับการต่อสู้ทาง ‘คดีความ’ หลายรายยังคงถูกจองจำโดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว
ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ตลอดปี 2565 ที่ผ่านมามีผู้ถูกคุมขังในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง อย่างน้อย 47 ราย ในจำนวนนี้ได้รับการปล่อยตัวแล้ว 31 ราย และยังคงถูกคุมขังอยู่ 15 ราย
“ปล่อยเพื่อนเรา” เป็นคำที่ถูกกล่าวถึงมาตลอดทั้งปี แม้จะมีนักกิจกรรมทางการเมืองบางส่วนได้ประกันตัว
ออกมาแล้ว แต่ก็ถูกจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างรัดกุม พร้อมติดพันธนาการอย่าง ‘กำไลอีเอ็ม’ ตลอด 24 ชั่วโมง เกิดศัพท์ใหม่อย่างคำว่า #วัยรุ่นอีเอ็ม ที่ ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง เป็นผู้เริ่มติดแฮชแท็กคำนี้พร้อมโพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกับเพื่อนนักกิจกรรม อาทิ พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, ธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือปูน ทะลุฟ้า, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า, เบนจา อะปัญ, และธัชพงศ์ แกดำ หรือบอย
การเลือกตั้งที่คาดหวังว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในปี 2566 นี้ คืออีกหนึ่งสาเหตุที่ถูกนำมาอธิบายว่าเหตุใดกระแสบนท้องถนนจึงลดน้อยถอยลงไป แต่ใช่ว่าจะหยุดม็อบ
แม้ม็อบจะน้อยลงมากทั้งความถี่และจำนวนผู้เข้าร่วม แต่ตลอดปีที่ผ่านมาก็ยังคงมีการจัดการชุมนุมต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพอย่างอย่างต่อเนื่อง ไม่มีขาดช่วง
‘ยืนหยุดขัง’
เฟส 3 ยังไม่หยุดสู้

เริ่มต้นปี 2565 ด้วยกลุ่มพลเมืองโต้กลับที่ทำกิจกรรม “ยืนหยุดขัง” หน้าศาลฎีกา โดยมี ‘ราษมัม’ ร่วม ‘ยืนหยุดขัง’ วันแรกของปี หวังให้ลูกเป็นอิสระ เรียกร้องให้ปล่อยตัวเพนกวิน, ไผ่ ดาวดิน, ไมค์ ระยอง และอานนท์ นำภา ต่อมา กลุ่มพลเมืองโต้กลับแถลงการณ์ยุติกิจกรรมยืนหยุดขังรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2565 ที่ยืนมานับ 193 วัน และด้วยการจับกุมนักกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นทำให้กลุ่มพลเมืองโต้กลับมาจัดกิจกรรมยืนหยุดขังอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ยาวนานต่อเนื่องมาถึงปลายปีด้วยข้อเรียกร้องที่ยังไม่สำเร็จ ยาวนานถึง 209 วันแล้ว
‘ของแพง ค่าแรงถูก’
ม็อบปากท้อง’65 สุดปัง

ปัญหาปากท้องยังเป็นเรื่องสำคัญที่เป็นประเด็นในสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีในเดือนมกราคม 65 โดย 5 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน, กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี, องค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกลุ่มทะลุฟ้า ร่วมจัดการชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามการยื่นข้อเสนอแก้ปัญหาปากท้อง พร้อมโชว์ป้ายทวงนโยบายพรรคพลังประชารัฐ ทั้งนี้ ยังมีเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยจัดม็อบ ‘ตู่อยู่หมูแพง’ เพื่อแสดงออกถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล พร้อมนำผักกาดขาวที่เปรียบเป็นผลผลิตทางการเกษตรโยนข้ามรั้วเหล็กกั้น
อีกม็อบหนึ่งที่เป็นกระแสในโซเชียลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ อย่าง ม็อบชาวนา ที่เป็นม็อบปักหลักเพื่อเรียกร้องเรื่องเเก้ปัญหาหนี้สินทางการเกษตรเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยาวนานถึง 2 เดือน จนกระทั่งประกาศว่าจะโกนศีรษะและอดอาหารหากยังไม่ดำเนินการ ส่งผลให้ข้อเรียกร้องได้รับการตอบรับ และได้ยุติการชุมนุมในภายหลัง
กระทั่งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม เครือข่ายแรงงานรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอีกครั้ง ตั้งขบวนพร้อมอุปกรณ์และป้ายเรียกร้องค่าแรงขั้นต่ำ 492 บาทเท่ากันทั่วประเทศ รวมถึงสวัสดิการต่างๆ มุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ และวันกรรมกรสากล
ม็อบสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ประเด็นสากลที่คนไทยไม่ทิ้ง

นอกจากประเด็นในประเทศที่ถูกหยิบยกขึ้นมาแล้ว ยังมีประเด็นในระหว่างชาติ อย่าง สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่เป็นประเด็นสืบเนื่องให้เกิดกระแสที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง โดยชาวยูเครนที่มารวมตัวหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซีย ประจำประเทศไทย เรียกร้องให้ยุติความรุนแรง และต่อต้านสงคราม
รำลึก 12 ปี
เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง

อีกม็อบงานรำลึกในวาระครบรอบ 12 ปี 10 เมษายน 2553 เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง โดยมีนักกิจกรรมแนวร่วมประชาธิปไตยหลากหลายกลุ่ม นัดหมายชุมนุม ‘คาร์ม็อบ ทะลุโลง’ ที่แยกราชประสงค์ โดยมีการทำพิธีไว้อาลัยผู้เสียชีวิต ผูกผ้าที่แยกราชประสงค์ ก่อนยืนไว้อาลัยและเคลื่อนขบวนไปสมทบที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เพื่อร่วมกิจกรรมกับกลุ่มคนเสื้อแดง
สงกรานต์มหาซน
รดน้ำหมุดราษฎร-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

We Volunteer และเพจทะลุฟ้า จัดกิจกรรม “สงกรานต์มหาซน” เมื่อวันที่ 13 เมษายน โดยมีการแห่ขบวนสงกรานต์ที่สะพานผ่านฟ้าไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และรดน้ำบนหมุดราษฎรและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมทำความสะอาดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกและต้อนรับสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต
ม็อบดินแดงเดือด ราษฎรไล่ตู่-ครย.122
สู้ จี้ปล่อย ‘ใบปอ-บุ้ง’

กลุ่มคนแดงปฏิวัติจัดกิจกรรมการชุมนุม “ราษฎรไล่ตู่” เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 65 โดยเดินทางจากแยกด่วนดินแดงไปที่พักหลวงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตั้งอยู่ภายในกรมทหารราบที่ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต
ต่อมา กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มโรนินฝั่งธน ได้จัดคาร์ม็อบ ‘ม่อน อาชีวะ’ นัดห้าแยกลาดพร้าวบุกกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ทวงข้อเรียกร้องราคาน้ำมัน

ในวันเดียวกัน คณะราษฎรยกเลิก 112 (ครย.112) นำโดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย และ นายเจษฎา ศรีปลั่ง หรือ เจมส์ เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี จัดกิจกรรมคาร์ม็อบจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองที่ยังถูกคุมขัง
นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมครบรอบ 2 ปี ม็อบ 10 สิงหา 63 โดยกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมนัดชุมนุมที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 10 สิงหาคม ที่ลานพญานาค นับเป็นวันครบรอบ 2 ปี นับตั้งแต่มีการจัดชุมนุมที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 พร้อมติดแฮชแท็ก #ม็อบ10สิงหาประชาธิปไตยต้องไปต่อ
คณะหลอมรวมฯหยุดอำนาจ 3 ป.
6 ม็อบทั่วกรุง 8 ปีประยุทธ์

อีกกลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อเนื่องในปี’65 คือ คณะหลอมรวมประชาชน นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ จัดม็อบทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ผ่านเพจ ‘ประชาชนคนไทย’ โดยเป็นหนึ่งใน 6 ม็อบทั่วกรุงเทพฯด้วยวาระ 8 ปีประยุทธ์ เมื่อ 23 สิงหาคม 2565 ได้แก่ ม็อบเครือข่ายแรงงาน หน้าทำเนียบรัฐบาล, ม็อบเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย รัฐสภา เกียกกาย, ม็อบอาชีวะเพื่อประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, ม็อบทะลุแก๊ซ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และการยืนหยุดขังของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ หน้าศาลฎีกา ราชดำเนิน

ครั้นเมื่อประยุทธ์ได้ ‘ไปต่อ’ จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เกิดเหตุร่ำไห้กลางสกายวอล์ก เรียกรวมพลม็อบปราศรัยวิพากษ์หนัก ขณะที่คณะหลอมรวมฯจัดการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ส่วนกลุ่มทะลุฟ้านัดใส่ชุดดำพรึบเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ


นอกจากนี้ ยังมีม็อบ ‘วันอาทิตย์สีดำ’ ของ บก.ลายจุด ที่นัดหมายตามแนวรถไฟฟ้า ติดสติ๊กเกอร์ #ไล่ประยุทธ์ กระทั่งรวมพลร้านบะหมี่สายประชาธิปไตย หม่ำเมนูรสชาติดี เป็นอีกมิติใหม่ในการม็อบ
ราษฎรหยุดเอเปค
ถนนดินสอเดือด ‘พายุ’เสียดวงตา

สำหรับม็อบสำคัญที่กลายเป็นประเด็นใหญ่อย่างไม่มีใครคาดคิด คือม็อบ ‘ราษฎรหยุดเอเปค 2022’ นำโดย น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ และเครือข่ายจำนวนมาก
เพื่อคัดค้านการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค 2022 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยจัดเวทีปราศรัยปักหลักค้างคืนอยู่ที่ลานคนเมือง เสาชิงช้า จุดที่ผู้ว่าฯกทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไฟเขียวเป็นสถานที่จัดชุมนุม โดยก่อนหน้านั้นคือ 17 พฤศจิกายน มีผู้ชุมนุมอีกกลุ่มสวมชุดไดโนเสาร์เคลื่อนไหวที่แยกอโศกมนตรี โดนสกัด แต่ไม่มีเหตุรุนแรง

ในขณะที่ม็อบถนนดินสอที่ปักหลักค้างคืนลานคนเมือง ก่อนเคลื่อนขบวนแม้คนร่วมไม่มาก แต่กลับเกิดเหตุสลายชุมนุม ระหว่างความพยายามเดินเท้าไปยังศูนย์ฯสิริกิติ์ ในช่วงเช้าของวันที่ 18 พฤศจิกายน โดยมีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่บนถนนดินสอ กระสุนยางถูกรัว แก๊สน้ำตาถูกยิงสกัด
ม็อบดังกล่าวมีผู้ถูกควบคุมตัวไปกว่า 25 ราย บาดเจ็บหลายราย ทั้งสื่อมวลชนและผู้ร่วมชุมนุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของ ‘พายุ ดาวดิน’ ซึ่งโดนกระสุนยางในระยะประชิด บาดเจ็บที่ดวงตาขวา ภายหลังแพทย์วินิจฉัยว่าตาขวาไม่สามารถมองเห็นได้อีก
เคาต์ดาวน์ ‘อยู่เป็นเพื่อน’ หน้าเรือนจำ
ม็อบซานต้าทวงของขวัญ ‘ปล่อยเพื่อนเรา’

ปิดท้ายปี’65 ด้วยม็อบ ‘ซานต้ามาตามเพื่อนกลับบ้าน’ เมื่อ 25 ธันวาคม 65 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยกลุ่มทะลุแก๊ซ และ 14 ขุนพลคนของราษฎร ปราศรัยเดือด แร็พสนั่นทวงของขวัญปีใหม่ คือการปล่อยนักเคลื่อนไหวทางการเมือง
ต่อมา ในคืนเคาต์ดาวน์ 31 ธันวาคม ทะลุแก๊ซนัดจุดพลุแยกดินแดง แต่โดนตำรวจนั่งเฝ้า จุดพลุเบาๆ ไปได้ไม่กี่ลูก
ขณะที่บรรยากาศหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครคึกคัก มีการขึงป้ายผ้า ‘อยู่เป็นเพื่อน’ ให้กำลังใจนักกิจกรรมที่ยังถูกคุมขัง
เรียกได้ว่า ตลอดปี’65 ม็อบไม่เยอะ แต่ม็อบไม่หยุด ตราบที่ประชาธิปไตยไทยยังไปไม่สุด การต่อสู้ก็ยังคงดำเนินไปในหลากหนทาง


