เปิดประชุมนัดแรกของปี 2566 ไปแล้ว สำหรับสภากรุงเทพมหานคร เมื่อ 4 มกราคมที่ผ่านมา ณ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) ในสมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2566 พร้อมด้วยฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร มีผู้เข้าร่วมได้แก่ ส.ก. คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครทั้งคณะ ทีมคณะที่ปรึกษา ผู้ว่าฯกทม. คณะเลขานุการผู้ว่าฯกทม.
โดยมี วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี นั่งเป็นประธานสภา กทม. และ ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ส.ก.เขตคันนายาว เป็นรองประธานสภา กทม.คนที่ 1

ก่อนฉลุย 2 ร่าง ได้แก่ ญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย พ.ศ. … และ ญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง รางวัลคุณภาพการให้บริการของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. … ได้รายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ
นอกจากนี้ ยังมีหลากญัตติแนว น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี ฝุ่น PM2.5 ทางม้าลายลบเลือน ป้ายรถเมล์อันตราย และอื่นๆ อีกมากมายที่เหล่าสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ออกมาพูดแทนชาวบ้านในเขตของตน อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ที่ต้องขีดเส้นใต้คือช่วงที่เหล่า ส.ก.ร่วมลุกขึ้นคอมเมนต์คึกคัก อย่าง การจัดตั้งสภาคนเมืองประจำเขต กระทั่ง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่วิ่งรอกมาจากวงประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ต้องลุกยืนชี้แจง
ต่อไปนี้ คือส่วนหนึ่งของบรรยากาศสภา กทม.นัดแรกแห่งปีที่เผ็ดไม่มีแผ่ว ต่อเนื่องจากปี 2565

ถก ‘ตั้งสภาคนเมืองฯ’
เฮียล้าน หวั่นสร้างภาระ แนะผู้ว่าฯ คิดใหม่
สำหรับวาระร้อนในสภา กทม.ครั้งนี้ คือประเด็นสภาคนเมืองฯ โดย สุทธิชัย วีรกุลสุนทร หรือ ‘เฮียล้าน’ ส.ก.เขตจอมทอง พรรคเพื่อไทย ลุกขอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาทบทวนการจัดตั้งสภาคนเมืองประจำเขต โดยตั้งคำถามว่า เอามาทำอะไร เป็นภาระด้านงบประมาณหรือไม่ และมองว่ายังไม่มีกฎหมายรองรับ
ประเด็นดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการที่ผู้ว่าฯกทม.กำหนดนโยบายในการบริหารจัดการกรุงเทพมหานคร อาทิ นโยบายสร้างการสื่อสารสองทางระหว่าง กทม.และประชาชนผ่านสภาคนเมืองประจำเขต นโยบายให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดงบประมาณกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นนโยบายในการเพิ่มช่องทางและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกรุงเทพมหานคร ด้วยโครงสร้างประชาคมเขต โดยให้ทุกสำนักงานเขตดำเนินการจัดตั้ง‘สภาคนเมืองประจำเขต’ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสภาคนเมืองประจำเขต ในสัดส่วนที่เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่เขต แต่อย่างน้อยต้องประกอบด้วย
ผู้อำนวยการเขต ผู้แทนภาคประชาชน หัวหน้าหน่วยงานหรือส่วนราชการอื่นหรือผู้บริหารสถาบันการศึกษา ผู้แทนภาคธุรกิจ หรือองค์กรเอกชน กลุ่มบ้านในรั้วหรือหมู่บ้านจัดสรร อาคารชุด ผู้แทนชุมชน นักวิชาการ หรือปราชญ์ชาวบ้าน กลุ่มประชาสังคมที่ขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ ในพื้นที่เขต และอื่นๆ อย่างน้อย 30 คน เป็นคณะกรรมการฯ
“อย่างน้อยต้องตั้งบุคคลเหล่านี้ 30 คน ถามว่าเอามาทำอะไร เพื่อใช้กลไกจัดตั้งสภาคนเมืองประจำเขต แต่ผมดูว่าในขณะนี้ เราไม่มีกฎหมายรองรับ แต่จะมาตั้ง ผมห่วงว่าการตั้งขึ้นมาโดย ผอ.เขต ตั้งเป็นที่ปรึกษา บางคนก็อาจจะไปใช้หน้าที่โดยตำแหน่ง มาเป็นที่ปรึกษาประชาคมเขตนั้นนี้ ภาษาชาวบ้าน คืออาจจะใช้ความเป็นที่ปรึกษาไปทำอะไรสุดแล้วแต่ เพราะว่าได้รับการแต่งตั้งจาก ผอ.เขต 50 เขต ท้ายที่สุด ถ้าตั้งไปนานๆ อาจจะต้องจัดสรรงบในการจ้าง ซึ่งเป็นภาระงบของ กทม.ได้เช่นกัน” สุทธิชัยกล่าว พร้อมย้ำว่า ไม่ขัดข้องที่จะมีให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความเห็น แต่ขอให้ทบทวนว่ามีการซ้ำซ้อนอย่างไรบ้าง โดยมองว่าการจัดตั้งสภาคนเมืองประจำเขต ยังไม่มีความชัดเจน เรื่องการได้มาของคณะกรรมการดังกล่าว แต่มีความเร่งรีบดำเนินการ โดย ป.กทม. มีหนังสือลงวันที่ 6 ธ.ค.65 ให้ทุกสำนักงานเขตแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 29 ธ.ค.65
“ผมไม่แน่ใจ ปลัด กทม.ออกคำสั่งเร็วมาก” สุทธิชัยกล่าว
“นโยบายของผู้ว่าฯ คือเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง แต่การจัดตั้งสภาคนเมืองประจำเขตในขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับ จึงเป็นห่วงว่าการแต่งตั้งอาจมีการใช้ตำแหน่งในทางอื่นที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และอาจมีการใช้งบประมาณที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ ไม่ขัดข้องในการมีภาคประชาชนมาร่วมบริหารงาน แต่เนื่องจากการจัดตั้งสภาคนเมืองประจำเขตไม่มีความชัดเจน ประกอบกับหลายเขตมีการประชุมเครือข่ายในลักษณะเช่นนี้เป็นประจำอยู่แล้ว โดยเป็นการประชุมเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะของชุมชน ผ่านทางกรรมการชุมชนซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากคนในชุมชน และได้รับค่าตอบแทน โดยมีกฎหมายรองรับถูกต้อง เช่นเดียวกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่ได้รับการเลือกตั้งมาเพื่อดูแลพี่น้องในชุมชน การที่ฝ่ายบริหารมีหนังสือไปยัง 50 เขต เร่งรัดให้มีการแต่งตั้ง เห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ…จึงขอให้ฝ่ายบริหารได้ทบทวนให้รอบคอบ” เฮียล้านทิ้งท้าย
รุมทวงคืน ‘ส.ข.’ ตัวแทนประชาชนจาก ‘การเลือกตั้ง’

จากประเด็นข้างต้น นำมาซึ่งการร่วมอภิปรายในญัตติดังกล่าวของ ส.ก.หลายราย อาทิ กนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง กล่าวว่า ในอดีตมีตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ต่อมาเป็นตำแหน่งสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) และตำแหน่งนี้ก็หายไป ซึ่งหน้าที่หนึ่งที่สำคัญของสมาชิกสภาเขตคือ ต้องทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการเขต ปัจจุบันหลายเขตมีผู้บริหารซึ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่ จึงไม่แน่ใจว่าการแต่งตั้งสภาคนเมืองประจำเขต โดยผู้บริหารเขตใหม่ที่ยังไม่เชี่ยวชาญในพื้นที่ จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยหรือไม่ รวมทั้งขอให้ฝ่ายบริหารได้ดูแลกรรมการชุมชนที่ทำหน้าที่ในขณะนี้ให้ดีก่อน

ด้าน สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง กล่าวว่า ปัจจุบันเงินเบี้ยประชุมสำหรับกรรมการชุมชนที่เข้าประชุม คือ 1,000 บาทต่อท่าน ต่อการประชุม 1 ครั้ง หากมีสภาคนเมืองประจำเขตขึ้นมาจะซ้ำซ้อนและต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นหรือไม่ รวมถึงกังวลว่าการตั้งสภาคนเมืองประจำเขต จะสามารถเชิญรัฐวิสาหกิจมาร่วมด้วยได้หรือไม่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีการบูรณาการให้ครบทุกภาคส่วน
ขณะที่ สมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน กล่าวว่า เข้าใจว่าผู้ว่าฯอยากมีองค์กรเล็กๆ ช่วยดูแลในเขตเพิ่มขึ้น แต่เห็นว่าสภาคนเมืองประจำเขตไม่มีวาระการทำงานที่ชัดเจน รวมถึงอยากให้ผู้ว่าฯให้ความสำคัญกับ ส.ข.ที่มีกฎหมายรองรับอยู่ก่อน เนื่องจากในขณะนี้อดีต ส.ข.หลายท่านก็ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือในพื้นที่อยู่ จึงอยากให้ผู้ว่าฯช่วยผลักดันในเรื่องของ ส.ข.ให้ชัดเจน
ส่วน นภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย กล่าวว่า สภากรุงเทพมหานคร เคยมีมติขอคืนตัวแทนพี่น้องประชาชนในตำแหน่ง ส.ข.มาแล้ว ซึ่งผู้ว่าฯได้ตอบในสภาด้วยว่า เห็นด้วยที่จะมีการเลือกตั้ง ส.ข.และรับจะไปประสานงานให้ ต่อมาผู้ว่าฯได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะตั้งสภาคนเมืองประจำเขตที่มาจากการแต่งตั้ง และกรรมการไม่มีความหลากหลาย ไม่เหมือนกับ ส.ข.ที่มาจากการเลือกตั้งและเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ประกอบกับฝ่ายบริหารได้เร่งรัดให้แต่งตั้งสภาคนเมืองประจำเขตให้เรียบร้อยในระยะเวลากระชั้นชิด ซึ่งอาจจะไม่เรียบร้อย และเห็นว่าคนที่ได้รับการแต่งตั้งโดย ผอ.เขต คงไม่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของคนที่แต่งตั้งตนเองได้
ติง ‘หวังดี แต่ไม่ตอบโจทย์’
เชื่อ สภาคนเมืองฯ ไม่คุ้มค่า หน้าที่ไม่ชัดเจน
ในประเด็นเดียวกันนี้ พีรพล กนกวลัย ส.ก.เขตพญาไท ลุกขึ้นกล่าวว่า ทุกหน่วยงานหากมีการตั้งประชาชนเข้ามาทำงานให้ จะเหมือนการตั้งกลุ่มทุนเพื่อไปทำงานให้ตนเอง ความหวังดีของฝ่ายบริหารเป็นสิ่งที่ดี แต่การแต่งตั้งในลักษณะนี้ไม่ตอบโจทย์และไม่ใช่การทำงานร่วมกับประชาชนที่แท้จริง สิ่งที่ประชาชนต้องการคือการแก้ปัญหาใกล้ตัว รวมถึงการแต่งตั้งครั้งนี้ต้องใช้งบประมาณเป็นเบี้ยประชุม การตั้งกรรมการเขตละ 30 คน หากคิดรวมทั้ง 50 เขต และต้องมีการประชุมทั้งปี ต้องใช้งบประมาณมากเพียงใด อาจเป็นความหวังดีในการแต่งตั้ง แต่วิธีการไม่น่าจะถูกต้อง จึงขอให้ทบทวนและหาวิธีที่ดีกว่านี้ ซึ่งกฎหมายอาจให้อำนาจในการแต่งตั้งได้ แต่การอนุมัติงบประมาณเป็นหน้าที่ของสภา กทม.ที่จะพิจารณาอนุมัติหรือไม่อีกครั้ง
ด้าน รัตติกาล แก้วเกิดมี ส.ก.เขตสายไหม กล่าวว่า การจัดตั้งสภาคนเมืองประจำเขตเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องรู้ว่าจะเป็นประโยชน์อย่างไรบ้าง ปัจจุบันการประชุมเขตทุกเดือน ได้เชิญหลายหน่วยงานในพื้นที่มาประชุมแล้วแต่ก็ไม่ได้มาร่วมประชุมแต่อย่างใด หากฝ่ายบริหารได้กำหนดให้ตั้งสภาคนเมืองฯและมีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง จะทำให้เขตไม่มีเวลาในการดูแลพื้นที่ ดังนั้น จึงเห็นว่าการจัดตั้งสภาคนเมืองประจำเขต ไม่มีความคุ้มค่า และไม่มีความชัดเจนในหน้าที่
ส่วนรุ่นใหญ่อย่าง วิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ กล่าวว่า การตั้งสภาคนเมืองประจำเขตเป็นเรื่องที่มาจากแนวคิดของผู้บริหาร แต่สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาจากกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งนานาประเทศได้ให้การยอมรับในกระบวนการประชาธิปไตยดังกล่าว ต่างจากที่มาของสภาคนเมืองประจำเขต ที่มาจากการแต่งตั้ง
“ผู้อำนวยการเขตทำงานหนักมากอยู่แล้ว แต่การตั้งสภาคนเมืองฯจะเป็นการเพิ่มหมวกเพิ่มงานให้ผู้อำนวยการเขตอีกหนึ่งใบ และซ้ำซ้อนกับการประชุมของกรรมการเขต ที่มีทุกภาคส่วนเข้าร่วม ควรตรวจสอบว่าปัญหาที่เขตได้รับข้อร้องเรียนจากการประชุมมีการแก้ไขแล้วกี่เรื่อง กี่เปอร์เซ็นต์จะมีประโยชน์มากกว่า” วิรัชกล่าว
ชัชชาติ ลุกแจง ไม่ได้เอามาแทน ส.ข.
แต่รอเลือกตั้ง ‘ติดคำสั่ง คสช.’

หลังถูกรุมคอมเมนต์ในประเด็นสภาคนเมืองฯ ชัชชาติ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลุกแจงในที่ประชุมว่า เรื่องสภาคนเมืองประจำเขต เป็นหนึ่งในนโยบายของตนที่แถลงกับประชาชน เป็นเพียงการต้องการกระจายอำนาจที่ไม่มีค่าตอบแทนหรือเบี้ยประชุมใดๆ ทั้งสิ้น อาจมีหลายกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในชุมชน แต่ในเรื่องของ ส.ข.ยังคงสนับสนุนเพราะอยากให้มีคนที่มาจากการเลือกตั้ง ขอน้อมรับความเห็นของสมาชิกทั้งหมดและจะปรับปรุงให้ดีขึ้น
สำหรับการเร่งรัดการแต่งตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็วนั้น ชัชชาติอธิบายว่า เนื่องจากเข้ามาทำงานแล้ว 6 เดือน จึงต้องติดตามความคืบหน้าการทำงาน
ไม่ได้เป็นมิติของการทดแทนตำแหน่ง ส.ข. ยืนยันว่ายังเห็นคุณค่าของการเลือกตั้งเสมอ จุดนี้เป็นเพียงตัวเชื่อมก่อนที่จะมี ส.ข. บางอย่างอาจมีข้อบกพร่องแต่จะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้น และหารือ ส.ก.ในพื้นที่เพื่อให้มีความเหมาะสมมากขึ้น
เรื่องประเด็นของสภาคนเมืองประจำเขต ความจริงแล้วอยู่ในนโยบายประจำเขตที่ทางตนได้แถลงกับประชาชนก่อนที่จะเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ อยู่ในนโยบายข้อ 44 ความจริงแล้วไม่ได้มีอะไร ไม่ได้มีเรื่องที่จะทดแทนสภาเขตกรุงเทพมหานคร (ส.ข.) อะไร ส.ข.เราก็ยืนยันว่าเราสนับสนุนตามความเห็นของสภา เพราะเรามาจากการเลือกตั้ง ยังไงเราก็อยากให้เห็นคนที่มาจากการเลือกตั้งอยู่แล้ว
“เราก็ยืนยันไปหลายครั้งแล้ว เห็นตามที่สภาเห็น อย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงตั้งแต่วาระแรกๆ ที่เราเข้าประชุมกัน แต่ความจริงแล้วก็เป็นหลักการที่อยู่ในนโยบายที่เราอยากจะกระจายอำนาจ อาจจะเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ก็ได้ ไม่ได้มีผลตอบแทนอะไร และไม่ต้องมีข้อผูกมัดที่เราต้องทำตามหรือเราต้องมีอำนาจหรืออะไร เป็นแค่คำแนะนำฟังความเห็นที่หลากหลาย” นายชัชชาติกล่าว
“ส.ข.ไม่ใช่อำนาจของผู้ว่าฯ ที่จะไปอนุญาตให้มีการเลือกตั้งได้ เข้าใจว่าเป็นคำสั่งของ คสช.ที่ยังค้างอยู่ บอกว่าต้องปรับปรุงกฎหมายให้เรียบร้อยก่อน ในคำสั่งถึงจะให้มีการเลือกตั้ง ส.ข.ได้ เพราะฉะนั้น เราก็พยายามทำตามขั้นตอนเพราะตามจริงแล้วอยากให้เป็นตัวเชื่อมก่อนที่เราจะได้เลือกตั้ง ส.ข.อีกครั้ง” ชัชชาติแจง
นับเป็นประเดิมเปิดสภาปี’66 ที่ถกกันอย่างเข้มข้นเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวกรุงในปีนี้
อธิษฐาน จันทร์กลม
ณัฐวรรณ ทองพันภิญโญ

