กัมพล ตันสัจจา
ฮีโร่ของมวลมนุษยชาติ
อัศวินเกษตรกรรม แห่งสวนนงนุชพัทยา
เสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาว รองเท้าแตะแสนสมถะ เดินคุมงานด้วยความเป็นกันเอง
มือขวาถืออาวุธคู่กาย คือกรรไกรเล็มใบไม้ที่ใช้แต่งกิ่งก้านและจัดแจงทีมงาน ตกแต่งสวนมิตรภาพ Friendship Garden แห่งที่ 13 ในสถานทูตอิหร่าน ประจำประเทศไทย ให้ออกมา
เพอร์เฟ็กต์ที่สุด
ลุคทะมัดทะแมงสวนทางกับอายุของชายที่กำลังอย่างเข้าสู่วัย 76 ในอีก 3 วัน วางมือจากงานเดินตรงมานั่งเปิดใจถึงจุดหมายต่อไปของสวนชื่อดังแห่งประเทศไทย ด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเจือรอยยิ้ม
หลังล่าสุด กัมพล ตันสัจจา หรือ โต้ง ประธานสวนนงนุชพัทยา คว้ารางวัลอันทรงเกียรติในชีวิต โดย H.E. Mr.Thierry Mathou เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เป็นตัวแทนประเทศฝรั่งเศส นำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฝรั่งเศส ชั้นอัศวิน มาประดับบนอกของชายผู้นี้ถึงที่มั่นด้วยตัวท่านเอง เพื่อเชิดชูว่าเป็นผู้มีผลงานอันโดดเด่นทางด้าน เกษตรกรรม ในช่วงเย็นย่ำ 3 มกราคม 2566 กลาง ลิโด้ภัตตาคาร ห้องจัดงานแห่งใหม่ที่สมบูรณ์พร้อม ทั้งแสง สี เสียง และจอแอลอีดี
สวนนงนุชถูกสร้างโดยแม่ของผม ตามแนวคิด สวนสำหรับทุกคน ผมเดินตามและสร้างให้เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อเด็กๆ ที่ใหญ่ที่สุด…. รางวัลนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความสัมพันธ์พิเศษระหว่างไทยและฝรั่งเศส แต่โดยส่วนตัวแล้วถือเป็นการมองเห็นคุณค่าในตัวของผม
กัมพล รับบททูตต้นไม้ ผู้เชื่อมสัมพันธ์ต่างประเทศได้ด้วยของขวัญจากธรรมชาติ กล่าวขอบคุณอย่างจริงใจที่ได้รับเกียรติ ครองรางวัลอายุ 140 ปี ที่บุคคลสำคัญของโลกอย่าง เจ้าชายแห่งเวลส์ หรือ กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร เคยได้รับมาก่อน (ค.ศ.2017)
ย้อนมองฉากแรกของชีวิต ชายผู้นี้ใช้เวลาไปกับสวนภาพยนตร์ APEX film limited หรือที่รู้จักกันชื่อ สกาลา ก่อนปิดตัวลงและเดินหน้าอุทิศแรงกายแรงใจให้กับสวนนงนุชพัทยา จนกลายเป็นที่พึ่งของชาติทางด้านศิลปศาสตร์แห่งการจัดสวน
กัมพล คือ ผู้อำนวยการ บริษัท นงนุชวิลเลจ, นงนุชแลนด์สเคป แอนด์ การ์เด้น ดีไซน์ และ แบล็คชีพ ออร์แกไนเซอร์ จำกัด จบประถม ร.ร.อัสสัมชัญ มัธยมจาก St. Stephens College ในฮ่องกง จบด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัย Arkansas คว้าปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากหลากหลายสถาบันในไทย ล่าสุด สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานช่อดอกไม้แสดงความยินดีที่ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการออกแบบ จาก ม.ศิลปากร ส่งท้ายปี 2565
ยังคงสวมหมวกใบสำคัญ ในฐานะผู้ส่งเสริมและสนับสนุนพันธุ์ไม้ ตกแต่งสวนให้กับภาครัฐ องค์กรสาธารณะ มหาวิทยาลัย ผลักดันด้านการท่องเที่ยวและการจัดประชุมนานาชาติใน จ.ชลบุรีให้มีชื่อลือเลื่อง เป็นที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ จัดมหกรรม AGRO EXPO 2000 ทั้งยังเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ, ที่ปรึกษาด้านภูมิทัศน์ ผู้ร่วมพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อ.พ.ท.)
คุณได้รับการแต่งตั้งเป็น ดอกเตอร์กิตติมศักดิ์ ในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศไทย จากการมีส่วนร่วมในการทำสวนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในฐานะผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ที่โดดเด่น เหรียญทองจากงาน Chelsea Flower Show ที่ได้หลายปีติดต่อกัน (2553-2557) สำหรับการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ พัฒนาเกษตรอินทรีย์ และปกป้องสิ่งแวดล้อม
คุณคือ หนึ่งในฮีโร่ของโลกนี้ ย้อนกลับไปในปี 1954 บิดาและมารดาผู้ล่วงลับของคุณ ได้ซื้อที่ดินจำนวน 1,500 ไร่ ด้วยความตั้งใจที่จะพัฒนาที่ดินให้เป็นสวนผลไม้ แต่โชคชะตาอาจเข้าข้าง ระหว่างแม่ของคุณเดินทางไปต่างประเทศ ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามของสวนระดับโลก และตัดสินใจเปลี่ยนสวนผลไม้ให้กลายเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับและพืชเมืองร้อน ตั้งแต่นั้นมาคุณไม่เพียงแค่ดูแลรักษา แต่ยังได้พัฒนาสวนแห่งนี้ให้กลายเป็นหนึ่งใน 10 สวนที่สวยที่สุดในโลก…
ไม่เพียงแต่เสกสวนนงนุช ให้เป็นสวนเขตร้อนที่งดงามสุดในเอเชีย แต่ยังได้มอบความเชี่ยวชาญในการออกแบบและพัฒนาโครงการสวนสาธารณะและสวนอันทรงเกียรติหลายแห่งในไทย
ท่านทูตฝรั่งเศส ให้เหตุผลที่ต้องมอบรางวัลเชิดชู ในฐานะผู้พิทักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ คุ้มครองพฤกษาพรรณอันเป็น หีบสมบัติ ของโลก และกุญแจสำคัญในการอยู่รอดของมวลมนุษยชาติ ที่ค่อยๆ สุ่มเสี่ยงสูญพันธุ์จากพฤติกรรมของมนุษย์
CEO ยืนกราน บทต่อไปของสวนนงนุช คือการอุทิศชีวิตเพื่อการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ และส่งต่อความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่คนรุ่นหลัง
⦁ความรู้สึกแรก หลังทราบว่าได้รับเครื่องราชฯ จากฝรั่งเศส ?
ท่านทูตได้เรียนมาว่า ผมได้รับรางวัลนี้ ผมดีใจมากๆ แสดงว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูกต้องแล้ว ทุกรางวัลที่ได้ผมดีใจหมด ถือว่าต่างชาติยังมองเห็นสิ่งที่เราทำ
⦁คิดว่าทางฝรั่งเศสเล็งเห็นอะไร?
เราทำเรื่องเกี่ยวกับต้นไม้ แต่สำคัญที่สุด ผมทำให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ สิ่งนี้เป็นหน้าที่ของทุกประเทศที่จะต้องอบรมเด็กๆ ให้รักธรรมชาติ รักสัตว์ และให้รู้จักประวัติศาสตร์ของเขาเอง ซึ่งเราทำได้ประสบความสำเร็จ ทั้ง 3 อย่าง
คือทุกประเทศเขาก็จัดให้เด็กมาดูสวน มาทำการบ้านในสวนตั้งแต่เด็ก แต่บ้านเราเรื่องนี้ยังใหม่เพราะเราไม่ได้ปลูกฝังตั้งแต่เด็กว่าให้รักธรรมชาติ นี่เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญ เราถึงพยายามเอาเด็กเข้ามาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ผมทำสวนสัตว์เล็กๆ สัตว์ตาย ก็ปั้นสัตว์เป็น 100 กว่าชนิด เด็กก็ไม่มา แต่พอผมปั้นไดโนเสาร์ที่ตอนนี้เรามี 1,200 กว่าตัวแล้ว เด็กก็มากันใหญ่ ผมได้เติมสิ่งต่างๆ เข้าไป ซึ่งทางสถานทูตฝรั่งเศสคงเห็นว่าเราได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่มนุษยชาติ ก็เลยให้รางวัลนี้แก่ผม ผมถือว่าทำสำเร็จแล้ว เด็กมากับโรงเรียนแล้วกลับไปบอกพ่อแม่ พากลับมาดูอีกได้ไหม ครั้งที่แล้วดูไม่ถึงใจ เพราะอะไร ? ยุคสมัยใหม่ ถ่ายรูปแล้วส่งไลน์ ให้เพื่อนตัวเล็กๆ นี่แหละ บางทีผมถามรู้ได้ไง เขาบอก ผมไม่รู้ แต่ลูกบอกผมให้พามา ผมดีใจมาก ยิ่งได้รางวัลนี้ถือว่ามีคนในโลกที่เห็นความสำคัญ และเห็นว่าเราได้ทำจริงให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ ภูมิใจที่ได้รับ
⦁วัยเด็กที่บ้านสนับสนุนให้เล่นแบบไหน พาไปคลุกคลีกับธรรมชาติตั้งแต่เล็กเลยไหม?
ในยุคผมยังเด็ก อย่างมากที่ได้เห็นก็คือ สวนสัตว์เขาดิน เห็นสัตว์แล้วทำให้เราเกิดความรัก แต่สวนพฤกษศาสตร์ไม่เคยไปสัมผัส ต้นไม้เป็นเรื่องที่เด็กไม่เคยได้รับการอบรมกันเลย ซึ่งผมเองก็เหมือนกัน
ตอนที่คุณแม่จะสร้างสวนนงนุช ผมเองยังไม่เห็นด้วยเลย ทำไปทำไม (หัวเราะ) เพราะผมก็ไม่ได้รู้เรื่องนี้ และไม่ใช่เรื่องของการค้าด้วย เรื่องของสวนสัตว์ เรื่องของสวนพฤกษศาสตร์ เรื่องพิพิธภัณฑ์ เป็นเรื่องของรัฐบาล สร้างเสร็จแล้วต้องมีค่าใช้จ่ายมหาศาลที่จะดูแล คุณแม่ผมท่านไปเที่ยวมาแล้วชอบท่านก็เลยทำ ผมไม่เห็นด้วยเลยนะตอนเปิด ด้วยท่าทีตอนนั้นคุณแม่เลยเรียกผมให้มาทำ จนใจรัก และเกิดความหลงใหลในคุณประโยชน์ที่เราได้ทำ
⦁จุดไหนถึงทำให้กลายมาเป็นคนรักสวน ธรรมชาติสร้างความรู้สึกแบบไหนขึ้นในใจ?
สิ่งแรกเลย ตอนนี้โลกเราเปลี่ยนแปลงไปมากมายเพราะเราได้ทำลายธรรมชาติไป ผมทำสวนนงนุช ก็ดีใจที่ได้เติมความสุขให้แก่ทุกๆ คน ให้เขาได้มีส่วนร่วม สร้างป่ากลับมา จากที่แค่อยากได้สวนที่ต้นไม้สวยๆ ในบ้าน ฉะนั้น เราทำอย่างไรให้คนอยากทำสวน อยากปลูกต้นไม้ ผมทำได้แค่นี้ก็ถือว่าได้จุดไฟเล็กๆ ให้คนเริ่มรักธรรมชาติ และได้คืนธรรมชาติให้แก่โลกเรา
⦁เพราะหนีไม่พ้นที่มวลมนุษยชาติจะต้องพึ่งพิงสิ่งเหล่านี้?
เราไม่รู้หรอกว่าต้องพึ่งพิงเขา แต่รู้สึกอบอุ่มที่มีเขาอยู่ข้างๆ คิดดูวันนึงเราอยู่ในบ้าน เราอยากไปไหนไม่ต้องเสียตังค์ ยากนะ ออกไปเสียตังค์ทั้งนั้น แต่ถ้าผมเดินไปข้างบ้าน มีสวน Pocket Park ของเมือง ผมก็ไปออกกำลังกายฟรี ได้เจอเพื่อนบ้านฟรี ได้คุยกันนั่นไม่ดีหรือ เราต้องการสิ่งพวกนี้
ผมเองเหมือนกับเป็นตัวแทนของธรรมชาติ ต้องทำเป็นตัวอย่างที่ดี สวนนงนุชเราถึงสร้างให้มันสวย แต่สำคัญที่สุดคือให้เด็กมาเรียนรู้ เราเลยสร้างสวนนงนุช 2 ขึ้นมาเป็นแหล่งเรียนรู้ ยืนยันเลยว่าสวนนงนุชในอนาคต เราจะทำเพื่อเด็กให้มากขึ้นเรื่อยๆ ให้เขาไม่มาไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เราฝันในช่วงสุดท้าย (ยิ้ม) ความสำเร็จขึ้นอยู่กับตรงนี้
⦁ทำไมถึงเลือกโฟกัสไปที่เด็ก?
นั่นคือหน้าที่ของสวนและความภูมิใจ บางทีผมนั่งอยู่ในสวนเห็นเด็กมาเป็นพันๆ คนในวันเดียว เจี๊ยวจ๊าว วิ่งถ่ายรูป ปีนไดโนเสาร์ฟันเฟินหักหมด (หัวเราะ) เหยียบต้นไม้ขึ้นไปขี่ถ่ายรูป ผมบอก ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราซ่อมได้ ต้นไม้เราขวางทางเขาเอง เราก็หลบให้เขา นั่นแหละความสุขที่สุดเลย ความสุขส่วนตัวและความจริงมันควรจะเป็นส่วนรวมด้วย
เราคิดถึงคนทุกกลุ่ม แต่กำลังมุ่งไปที่ผู้สูงอายุ ทั้งที่พักที่คนพิการขึ้นลงสะดวก สระว่ายน้ำสำหรับคนพิการ ทางลาดใหม่ๆ เราทำเพิ่ม ผมเห็นเด็กกับผู้สูงอายุแล้วผมดีใจ อยากให้เขาได้เที่ยวในทุกๆ วัน มากับโรงเรียน และมากับพ่อแม่ในวันหยุด นี่คือสิ่งที่เราฝันไว้
⦁ปัจจุบันคนหันมาสนใจปลูกต้นไม้กันมากขึ้น มีเคล็ดลับสำหรับคนมือร้อนไหม?
(หัวเราะ) ความจริง ผมเองก็เรียนไป ทำไป รู้ไป สถานการณ์แต่ละที่ไม่เหมือนกัน ดินเหนียวอย่างหนึ่ง ดินทรายอย่างหนึ่ง ผมว่าบางทีต้องคุยกับผู้รู้ ในการทำอะไรก็ตาม หรือแม้กระทั่งเราจะออกแบบสวนก็ต้องรู้จักต้นไม้ เราถึงจะออกแบบได้ถูกต้องตามที่ต้นไม้ควรจะเป็น เราควรจะต้องรู้จักมันก่อน ไม่ใช่ต้นอะไรก็ได้ เพราะแต่ละต้นโตไม่เหมือนกัน สปีดไม่เหมือนกัน มันคือสิ่งมีชีวิต
⦁สวนที่เป็น 1 ในสถานที่เที่ยวสำคัญของไทย และ 1 ใน 10 ของโลก มีแนวทางเตรียมรับมือนักท่องเที่ยวจีนที่กำลังจะทะลักเข้ามาอย่างไร?
แต่ก่อนเราได้นักท่องเที่ยวจีนมากกว่า 50% ของคนที่มา เขากลับมาใหม่ก็หวังว่าเขาคงจะมาเที่ยวที่เราเหมือนอย่างเดิม แต่มันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง หลังโควิดเราเองก็เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุการณ์ คงต้องปรับปรุงไปเรื่อยๆ ให้เขาพอใจ
⦁มีการปรับโฉมสวนเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในการนี้โดยเฉพาะไหม?
เราปรับปรุงสวนนงนุช เพื่อการต้อนรับเด็กโดยเฉพาะ และสิ่งต่างๆ ก็ประกอบกัน เพื่อให้ภาพรวมของสวนนงนุชไม่ใช่แค่ สำหรับเด็ก ผู้ใหญ่ก็มา เราต้องทำให้เขาพึงพอใจ สำหรับต่างชาติหรือทัวร์ ก็ปรับปรุงทั้งในเรื่องการจัดเลี้ยง ที่พัก พัฒนาการแสดงต่างๆ ช่วง 3 ปีมานี้ สวนนงนุชพัฒนาเท่ากับ 5 ปี เดินหน้าต่อไปไม่หยุด ช่วงที่นักท่องเที่ยวไม่มี เราต้องทำเร็ว 2 เท่า สวนนงนุชในวันนี้จะไม่ใช่สวนนงนุชในวันเก่า เราเตรียมตัวไว้พร้อมแล้ว
⦁ถ้าไปอีกรอบจะได้เห็นอะไรบ้าง?
ได้เจอของใหม่ๆ สมัยก่อนนั่งรถชมวิวดูสวน ตอนนี้ได้รู้การ Nursing ต้นไม้ ตลอด 2 ข้างทางมีสัตว์เรียงราย ไดโนเสาร์เพิ่มขึ้นหลายร้อยตัว ผู้ใหญ่มาแล้วมาอีกเพราะเรามีถึง 50 สวนสวยอยู่ในนั้น ดูยังไงก็ไม่หมด และคอนเซ็ปต์เราก็เปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้เรามี Pocket park สวนด้านหน้าสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลา ลงจากรถไปได้เห็นทุกอย่าง ส่วนตัวพาร์คใหญ่ นั่งรถชมวิวผ่านจุดต่างๆ จะได้เห็นทั้งสวน ทั้งสัตว์แปลกๆ ทั้งการดูแลต้นไม้ ใช้เวลา 45 นาทีเหมือนดูหนังเรื่องหนึ่ง มีทั้งฉากบู๊ ฉากรัก ฉากอะไรครบหมดในนั้น ล่าสุดกำลังจะสร้างฉากที่ทุกคนต้องการ คือสวนไม้ดอก ที่มีไม้ดอก 365 วัน อยู่ในหลังคาฝนตกก็ไม่กลัว สังเกตไหมว่า ปีใหม่ขึ้นเหนือกันหมดเพราะอยากไปดูไม้ดอก ต่อไปไม่เป็นไร ปีใหม่ไปเชียงใหม่ หลังจากนั้นมา
สวนนงนุช เราพร้อมต้อนรับเสมอ
เราสร้างสวนเรียนรู้ ดูการปลูกผัก ทำปุ๋ย ปั้นกระถาง โชว์พันธุ์ไม้จากทวีปต่างๆ ทั้งไม้ภายในและไม้ภายนอก มีพิพิธภัณฑ์หัวโขน และมีสวนสมุนไพร ล่าสุดกำลังจะเปิดพิพิธภัณฑ์พระ และโครงการต่อไปคือ พิพิธภัณฑ์กระถางปั้น และดิน อัดแน่นอยู่ในนั้น คือเด็กมาได้เรียนรู้ทุกอย่าง มีค่ายลูกเสือรองรับถึง 2,000 คน จัดกันมาแล้วคนก็พอใจ เพราะเรามีระบบให้บริการทุกอย่าง หลายคนยังไม่รู้ก็อยากให้มาดูว่าเราเปลี่ยนไปจริงๆ และเราทำต่อไปโดยไม่หยุด ล่าสุดก็เพิ่งเปิด ลิโด้ภัตตาคาร เพิ่ม จุได้ 700 คน และกำลังลงเสาเข็มสร้างห้องอาหารริมน้ำ ที่จุได้ถึง 300 คน มีเวทีการแสดง มีอะไรครบหมด
⦁สำหรับผู้ใหญ่ ได้ยินมาว่าถ้าได้เข้าไปในอาณาจักรนั้นแล้วต้องกลับไปอีก เพราะได้ธุรกิจที่นั่น?
ผมเนี่ยนั่งคิด คนไทยเราเที่ยวไม่เป็น ทำยังไงล่ะให้เที่ยวเป็น ก็ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่เขา บางทีผู้สูงอายุมาพัก นั่งวีลแชร์มา ผมก็สร้างโรงแรมที่มี 44 ห้อง สำหรับวีลแชร์โดยเฉพาะ ให้เขาได้มาเห็นสิ่งต่างๆ ผมเองก็คิด เอ๊ะ ทำยังไงจะให้คนมา ถ้าอย่างนั้นทุกวันศุกร์ อายุ 60 ปีขึ้นไปให้เข้าฟรีแล้วกัน เมืองนอกเขาให้เดือนละวันเดียวนะ ผมให้ทุกอาทิตย์เลย อยากให้เขามากัน นี่แหละคือเศรษฐกิจที่จะสร้างเมืองรองต่างๆ ให้เจริญเติบโตขึ้น เพราะถ้าเราจะรออาศัยทัวร์ ทัวร์ไม่ได้ไปทุกเมืองนี่ เขาไปเฉพาะเมืองใหญ่
ต้องทำให้ผู้สูงอายุอยากเที่ยว แต่ก่อนนี้ผมให้เข้าฟรีทั้งประเทศ เห็นทัวร์มาเป็นกลุ่ม ถาม มากันยังไง เขาบอก เนี่ย เพราะได้ฟรีนะ ก็เลยรวมตัวกันเช่ารถ ค่าเช่ารถก็แพงนะ 40 คน รถคันนึงก็ 20,000 กว่าบาทแล้ว คนละ 600 บาท แต่เข้าฟรีนี่มันแค่ 150 เองนะ (ยิ้ม) 600 ก็ยอมจ่าย หลังจากนั้นก็ซื้อของฝากกลับบ้าน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาสนุก แม้จะมากับเพื่อนๆ ที่ไม่รู้จักกัน
เราไปเมืองนอกซื้อตั๋วนั่งรถบัสไปกับใครก็ไม่รู้ทำไมเราไปได้ ถามว่าคุณยอมไหมให้คุณแม่คุณพ่อนั่งรถไปเที่ยวเชียงรายกับใครที่คุณไม่รู้จักก็คง เดี๋ยวพาไปเอง แล้วปีนึงได้พาไปหรือเปล่า ? แทนที่จะได้เที่ยวทุกๆ 2 เดือนที ถ้าเกิดผมทำแบบนั้นได้ ถือว่าประสบความสำเร็จอีกอย่างหนึ่ง
คำว่า ไทยเที่ยวไทย นี่แหละ คือการสร้างกิจการให้แก่เมืองรองทั้งหมด ทำอย่างไรให้คนสามารถซื้อตั๋วแล้วไปกับเพื่อนที่ไม่รู้จัก แล้วทัวร์ไปกัน 3 วัน แวะพักโรงแรมนี้ ไปกินข้าว ดูนั่นดูนี่ ถ้าทำอย่างนี้ได้ ผมว่าผู้สูงอายุบ้านเราเยอะนะ พ่อแม่เที่ยวเองได้ ลูกก็ไม่เดือดร้อน
⦁เหมือนไทยเราจะยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อในเรื่องการเดินทาง?
ผมว่ามันต้องจุดไฟให้เกิดความอยาก (เที่ยว) ถ้ามีคนไปกันเยอะขึ้น ก็จะรู้สึกว่ามันเป็นแฟชั่น แฟชั่นตอนนี้คือต้องไปญี่ปุ่น ไปกันทั้งประเทศ เราจะทำอย่างไรจะเกิดแฟชั่น เคยจะให้เข้าฟรีวันจันทร์ วันที่แย่ที่สุด ผมบอกคิดผิดแล้วต้องเข้าฟรีวันศุกร์ เพราะ วันเสาร์เขาอาจจะอยู่ต่อก็ได้
⦁บางประเทศชูเรื่องการวิ่งมาราธอน ไทยเราน่าจะหยิบอะไรมาชูเป็นแม่เหล็กได้บ้าง?
เรามีเรื่องที่จะช่วยเสริมการท่องเที่ยว เยอะมากนะ แต่ว่าไม่เป็นรูปธรรม ไม่อำนวยความสะดวก สมมุติว่าไปที่นี้ แล้วจะไปต่อที่นั่นยังไง อย่างเมืองนอกเนี่ย เป็นเส้นทางสายทัวร์เลยนะ เราไปอิตาลีรู้เลย ต้องไปเมืองนี้
ดูนี่ มีรถบัสพาไปทั่ว ของเราถ้ามีอย่างนี้ คนก็จะไปกันเองได้มากขึ้น นอกเหนือจากต้องรวมหัวกันไป
ต้องมีคนเริ่ม ผมยังเคยคิดเล่นๆ เลย ทำไมรัฐบาลไม่ให้รถทัวร์กับแต่ละ อบต.ฟรีไปเลยละ ให้เขานั่งรถไปเที่ยวๆๆ ให้ใครก็ได้แต่ถ้าคนมีตังค์ไปเที่ยวก็ยิ่งดีเพราะจะได้ใช้เงิน ผมว่าแบบนี้จะเท่ากับเรากระตุ้นเศรษฐกิจได้นะ ซึ่งเป็นอะไรที่กลัวกัน แต่พอไปแล้วใช้เงินมากกว่าการเดินทางอีก เพราะคนไทยซื้อของฝากกันเป็นแฟชั่นเลย นั่นแหละคือเงินหมุนเวียน
⦁มีความประทับใจต่อสวนฝรั่งเศสอย่างไรบ้าง ที่อยากเล่าสู่กันฟัง?
มันเป็นเมืองยอดฮิตที่หนึ่งของนักท่องเที่ยวในยุโรป ส่วนมากผมจะไปอังกฤษ แล้วนั่งรถไฟข้ามไปที่ปารีส แล้วก็เดินดูการแสดง และเราก็ดัดแปลงมาใช้ในโรงแสดงของเรา ไปดูสวนของฝรั่งเศสเขา ผมพยายามดูสวนทุกแห่งในโลกแต่พยายามไม่ทำเหมือนเขา เพราะถ้าทำเหมือนผมสู้เขาไม่ได้ ก็เอามาดัดแปลงพัฒนาเป็นสไตล์ของเรา ให้ไม่เหมือนใครในโลก
⦁แล้วสไตล์ของสวนนงนุช เป็นอย่างไร?
ผมใช้คำว่า แปลก ดีกว่า เราเป็นแห่งแรกของโลกที่มีสวนทั้งที่ลาด ทั้งลอยกลางอากาศ ทั้งห้อยลงมา ทั้งริมกำแพง สิงคโปร์สร้าง การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ มีโดมมีอะไร เขาถือว่าไปไกลที่สุดในโลกและเราเป็นคู่แข่งเขา ที่จริงผมไม่ใช่ แต่เขาบอกเองว่าผมเป็นคู่แข่งเขา ผมก็เลยต้องสร้าง Garden In The Sky ขึ้นมาตามหลัง
สวนไม้ดอกที่ผมกำลังสร้างขึ้นมาใหม่ มันไม่มีใครหรอกที่สร้างสวนไม้ดอกให้ดูทั้งปี เพราะค่าใช้จ่ายเยอะ บ้านเราทำหน้าหนาวเพราะคนเที่ยวเยอะสุด แต่ผมจะสร้าง เราจะโชว์บนหลังคากระจกใส ดังนั้น คุณดูได้ทั้งปีไม่กลัวหน้าฝน อย่างญี่ปุ่นก็มีทุ่งดอกไม้ใหญ่ ที่ฮอลแลนด์ก็มี แต่เปิดแค่ 2 เดือนจบ ของผม 365 วันเลย
⦁ที่ผ่านมาต้องฟันฝ่าทั้งวิกฤตเศรษฐกิจและโควิด เคยคิดเลิกทำสวนไหม เป้าหมายต่อไปที่ต้องทำให้ได้คืออะไร?
มันเป็นแพสชั่นไปแล้ว คำว่าเลิก ไม่เคยอยาก เคยแต่กลัวเวลาจะไม่พอมากกว่า ผมอายุ 76 แล้วก็อยากจะทำให้มากที่สุดจนนาทีสุดท้าย ดึงผู้สูงอายุมาให้ได้ เพราะเด็กทำได้แล้ว วัยรุ่นผมกลัวมากที่สุดเพราะเขาไปตามแฟชั่น สร้างตามเขาเสร็จ เขามูฟไปอย่างอื่น ถ้างั้นเราเอา 2 กลุ่มนี้ให้ได้แล้วกัน สร้างสิ่งที่มีคุณค่าไปเรื่อยๆ นั่นคือแพลนของผม เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ กำลังวังชา กำลังทรัพย์ และตลาด เรา Flexible ตามตลอด
⦁ทุกวันนี้ยังคุมงานเองอยู่ คิดว่าการทำสวนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แข็งแรงไหม?
มันเป็นแพสชั่นไปแล้ว อย่างมาทำสวนที่นี่ก็มาร์กทุกต้นเอง คิดกันว่าจะใช้ต้นอะไร เราชินกับมัน เดินได้เยอะขนาดนี้ได้ไง ก็เดินอยู่ทุกวันมันเลยเป็นเรื่องธรรมดา ออกกำลังกายไปในตัวก็ไม่เชิง ออกกำลังกายต้อง 30 นาทีต่อเนื่องกัน อันนี้ทำไปพักไป (หัวเราะ)
⦁ผู้ว่าฯชัชชาติ มีนโยบาย สวน 15 นาทีให้คนกรุงเข้าถึงง่าย มองเป็นเรื่องที่ดีไหม มีอะไรอยากแนะนำหรือเปล่า?
Pocket park เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าคืออะไร มันคือสวนเล็กๆ อย่างในหมู่บ้านจัดสรรจะมีสวนส่วนกลาง นั่นแหละ Pocket park ผมอยู่ในบ้าน ตกเย็นจูงหมาไปเดินเล่น ไปวิ่งออกกำลังกาย สิ่งพวกนี้ต้องเข้าใจและทำให้ถูกทิศ แต่ไม่ใช่ทำ Pocket park ให้มองแล้วสวยแล้วไปถ่ายรูป มันคนละเรื่องกัน ต้องออกแบบให้คนใช้งานได้ประโยชน์จริงๆ ก็หวังว่าท่านจะเข้าใจ
⦁แสดงว่ามีอะไรปรึกษาได้?
ทางเรายินดีอยู่แล้ว
อธิษฐาน จันทร์กลม – เรื่อง
ภิญโญ ปานมีศรี – ภาพ

