สะบายดี จำปาสัก
ปากเซ เสน่ห์แห่งลาวใต้
ชมปราสาทวัดพู และหลวงพ่อขี้หอมกับการเกิดรัฐจำปาสัก
หลังจากที่ศูนย์ข้อมูลมติชนและมติชนอคาเดมีจัดทริปพิเศษที่เวียงจัน-วังเวียง-หลวงพระบาง เมื่อพฤศจิกายน 2565 เพื่อทำความรู้จักเพื่อนบ้านของเราให้ดียิ่งขึ้น แต่ถ้าจะให้รู้จักมากกว่านี้ ก็ต้องไป ลาวใต้ ด้วย จึงเป็นที่มาของทริป MIC INTER TRIP#02 สะบายดี จำปาสัก-ปากเซ เสน่ห์แห่งลาวใต้ ในวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2566 นำเที่ยวโดย สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระทางด้านสังคมวัฒนธรรมในอุษาคเนย์
แต่ก่อนที่จะไปสัมผัสกับสถานที่จริง ทางศูนย์ข้อมูลและมติชนอคาเดมี ขอนำข้อมูลประวัติศาสตร์สำคัญแบบย่อๆ ของปราสาทวัดพู ไฮไลต์สำคัญที่จะไปเที่ยว เพราะพื้นที่ตั้งของปราสาทวัดพูเกี่ยวข้องกับการกำเนิดรัฐเจนละที่มีร่องรอยหลักฐานที่พบในเขตอุบลราชธานีและยโสธรด้วย

เมืองเศรษฐปุระ
นักวิชาการชาวฝรั่งเศสเสนอว่า จุดเริ่มต้นของเจนละอยู่ที่ “เมืองเศรษฐปุระ” อยู่ในเขตลุ่มน้ำโขงตอนกลาง ปัจจุบันอยู่ในเมืองจำปาสัก ในจดหมายเหตุจีนสมัยราชวงศ์สุย กล่าวถึงชื่อของรัฐเจนละและอยู่ใกล้ภูเขาที่มีนามว่า ลิงคปรวตา [Lingaparvata] หรือลึงคบรรพต บนเขามีศาสนสถาน มีทหาร 1,000 คน เฝ้า ซึ่งศาสนสถานดังกล่าวสร้างอุทิศถวายแด่ “พระภัทเรศวร” พระนามของพระศิวะประจำวัดพู
ยังพบจารึกเทวนิกา อยู่ใกล้ปราสาทวัดพู ซึ่งยอร์ช เซเดส์ เชื่อว่าเป็นกษัตริย์จากจามปาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 10-11 นั่นหมายความว่าเมืองเศรษฐปุระนี้มีเครือข่ายสัมพันธ์กับบ้านเมืองขนาดใหญ่ตามชายฝั่งทะเลในรัฐจามปา
มีข้อเสนอจากนักวิชาการฝ่ายไทยคือ อาจารย์ธิดา สาระยา เสนอว่า บ้านเมืองศูนย์กลางที่เป็นจุดกำเนิดของเจนละนอกจากบริเวณเมืองเศรษฐปุระ น่าจะรวมไปถึงบริเวณจังหวัดอุบลราชธานีและยโสธร เพราะพบจารึกของพระเจ้าจิตรเสน ทับหลัง และซากศาสนสถานแบบสมโบร์ไพรกุกและไพรกเมง
[อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก อาณาจักรเจนละ : ประวัติศาสตร์อีสานโบราณ. ธิดา สาระยา. สนพ.มติชน. 2546 / “พลังลาว” ชาวอีสาน มาจากไหน?. สุจิตต์ วงษ์เทศ บรรณาธิการ. สนพ.มติชน 2549 และ “มรดกโลกที่วัดพู” ฟื้นฝอยหามรดกยุคอาณานิคมของอินโดจีนแห่งฝรั่งเศส. วลัยลักษณ์ ทรงศิริ จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 100 (ตุลาคม-ธันวาคม 2556)]

ภูเก้า ภูศักดิ์สิทธิ์
ที่ปราสาทวัดพู
ในแคว้นจำปาสักของลาวที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มี “ภูเก้า” เป็นประธานเหนือเขาทั้งปวง ยอดดอยมีแกนหินพุ่งเด่นออกมาเหมือนกับแท่งศิวลึงค์ พวกขอมโบราณที่เป็นเจ้าของดินแดนในสมัยแรก เชื่อว่าเป็นสยุมภูศิวลึงค์ คือเกิดขึ้นเองในธรรมชาติ จึงเรียกว่า “ลิงคบรรพต” เป็นภูศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมาประกอบพิธีกรรมกราบไหว้บูชา
พอถึงสมัยเมืองพระนคร กษัตริย์ขอมก็มาสร้างเทวาลัยถวายและประกาศพระนามของอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของภูเขาเป็นเสมือนพระศิวะเทพ ในทำนองเดียวกันกับการสร้างปราสาทพระวิหารบนเทือกเขาพนม
ดงเร็กนั่นเอง ปราสาทแห่งนี้คือปราสาทวัดพู มีโครงสร้างเช่นเดียวกันกับปราสาทพระวิหาร คือนอกจากมีเทวลัยอันตั้งอยู่บนตะพักสูงของภูเขาแล้ว ยังมีสิ่งก่อสร้างในตะพักที่ต่ำลงมาเป็นขั้นๆ ไป อันประกอบด้วยโคปุระ ถนน และมณเฑียรอันเป็นที่ประทับของกษัตริย์และข้าราชบริพารในยามเสด็จมานมัสการในยามนักขัตฤกษ์
แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการสร้างอ่างเก็บน้ำหรือบาราย และสระน้ำให้เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการบริโภคอุปโภคและธารน้ำ สายน้ำที่ไหลลงจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ก็ได้รับการดูแลให้เกิดความสะอาด เพราะตามเส้นทางไหลของน้ำนั้น เป็นที่ผู้คนมาตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนบ้านและเมืองกัน
[คัดบางส่วนจากหนังสือ สร้างบ้านแปงเมือง. ศรีศักร วัลลิโภดม สนพ.มติชน. 2560]

ปราสาทหินวัดพู
มรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของลาว ปราสาทวัดพูมีโบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นหลายยุคหลายสมัย หลักฐานที่เก่าที่สุดคือ ปราสาทอิฐ เป็นปราสาทประธาน ลักษณะเดียวกับปราสาทที่สร้างขึ้นในสมัยสมโบร์ไพรกุก มีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12
มีปราสาทหินทรายด้านหน้าน่าจะสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 17 ในศิลปะแบบนครวัด สอดคล้องกับลวดลายที่ปรากฏบนทับหลัง (ถึงแม้จะมีความเป็นพื้นเมืองบ้างก็ตาม) ภาพแกะสลักนางอัปสรา และหน้าบันของปราสาทก็มีลักษณะเป็นศิลปะแบบนครวัด
มีการใช้เป็นศาสนสถานสืบเนื่องต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 18 พบทวารบาลในศิลปะแบบบายน ราวพุทธศตวรรษที่ 18 และมีการดัดแปลงปราสาทวัดพูให้มีสภาพเป็นพุทธสถานอีกด้วย

หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าปราสาทวัดพูสร้างขึ้นถวายแด่พระศิวะ เป็นประติมากรรมชิ้นเอกที่ปราสาทวัดพู แกะเป็นภาพเทพเจ้าในศาสนาฮินดูทั้ง 3 พระองค์ที่สำคัญ ตรงกลางเป็นพระศิวะในภาคพระสทาศิวะ ประทับยืนอยู่ตรงกลาง และพระวิษณุ และพระพรหมประทับนั่งคุกพระชงฆ์อยู่ขนาบข้าง ซึ่งรูปสลักดังกล่าวเรียกกันว่าพระตรีมูรติ และกำหนดอายุได้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-17 ในศิลปะเขมรแบบบาปวน-นครวัด

ใกล้ๆ ปราสาทวัดพู มีร่องหินรูปจระเข้ ที่ปราสาทวัดพู ซึ่งยังเป็นปริศนาว่า สร้างไว้ทำไม? และที่พิพิธภัณฑ์วัดพู ก็มีรูปสลักจระเข้ไว้ด้วย หรือการสลักรูปจระเข้นี้จะเกี่ยวข้องกับการบูชา บูชาอะไร บูชาเกี่ยวกับผีบรรพบุรุษไหม และทำพิธีกันอย่างไร? ไปหาคำตอบกับทริปนี้กัน
นอกจากเรื่องราวประวัติศาสตร์ของรัฐเจนละ ยังมีเรื่องราวของการกำเนิดกับรัฐจำปาสัก ซึ่งเกิดจากพระสงฆ์

หลวงพ่อขี้หอมของกลุ่มชนสองฝั่งโขง
ทำให้เกิดรัฐจำปาสัก
หลวงพ่อขี้หอมของกลุ่มชนสองฝั่งโขงมีหลายชื่อ เช่น ยาคูขี้หอม (หรือญาคูขี้หอม), ราชครูขี้หอม, เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก, พระครูโพนสะเม็ก (บางทีก็เรียก โพนสะเม็ด), พระครูยอดแก้ว ฯลฯ เป็นพระสงฆ์สำคัญรูปหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญเป็นผู้นำชุมชนและการเมืองสองฝั่งโขง ที่ให้เกิด จำปาสัก
เหตุทำให้เกิดจำปาสัก เพราะเกิดความขัดแย้งหลังจากที่สิ้นรัชกาลสมเด็จพระไชยเชษฐาแล้ว เกิดความวุ่นวาย จึงทำให้ลาว แยกออกเป็น 2 แคว้น คือ 1.แคว้นเวียงจัน 2.แคว้นหลวงพระบาง ผลของการขัดแย้งทำให้เจ้านายและไพร่ฟ้าพลเมืองลาวหนีความวุ่นวายไปตั้งบ้านเมืองอยู่เป็นอิสระ
จนเกิดความขัดแย้งของลาว 3 แคว้น ราว พ.ศ.2237 ทางเวียงจันเกิดความวุ่นวาย เสนาบดีชิงราชบัลลังก์ พวกราชตระกูลต้องลี้ภัย มาอยู่นครกาลจำบากฯ โดยมีพระครูยอดแก้ว แห่งวัดโพนสะเม็ก ติดตามกลุ่มราชตระกูลลงมาด้วย และนครกาลจำบากฯ ก็ตกอยู่ในอำนาจของราชตระกูลลาว แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น นครจำปาสักนัคบุรี สถาปนาเชื้อวงศ์ลาวชื่อ เจ้าหน่อกษัตริย์ ที่อพยพลงมาด้วยเป็นเจ้าสร้อยศรีมหาสมุทรพุทธากูร ขึ้นครองราชย์ พ.ศ.2256
ตั้งแต่นั้นมา ดินแดนลาวแบ่งออกเป็น 3 รัฐ คือ หลวงพระบาง (ลาวเหนือ) เวียงจัน (ลาวกลาง) จำปาสัก (ลาวใต้)
[อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก หลวงพ่อขี้หอม (เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก) พระสงฆ์ผู้นำชุมชนและการเมืองสองฝั่งโขง. สุจิตต์ วงษ์เทศ บรรณาธิการ. สนพ.มติชน 2544]

MIC INTER TRIP#02
สะบายดี จำปาสัก-ปากเซ เสน่ห์แห่งลาวใต้
วิทยากร สมฤทธิ์ ลือชัย
ฟังประวัติศาสตร์นอกตำรา เจ้าชายจิตรเสนกับรัฐเจนละ ราชวงศ์ลาวใต้ ณ จำปาสัก และเรื่องราวของยาคูขี้หอม พระภิกษุผู้ตั้งอาณาจักรลาวใต้ ชมที่ราบสูงบอละเวนแหล่งปลูกกาแฟ และน้ำตกที่สวยงามขึ้นชื่อ
ทานอาหารกลางวัน กับร้านระดับ ‘บิบ กูร์มองด์’ มิชลินไกด์ ปี 2023
11-14 กุมภาพันธ์ 2566 ราคา 29,500 บาท
สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
สำรองที่นั่ง Add LINE โดยคลิก line.me/ti/p/zM-t9v3Y9w
หรือ LINE ID : MatichonMIC
สอบถามรายละเอียด : หญิง โทร 09-2246-4140
รายละเอียดการเดินทาง https://www.facebook.com/MatichonMIC/posts/

