“พระคุณที่สาม งดงามแจ่มใส
แต่ว่าใครหนอใคร เปรียบเปรยครูไว้ว่าเป็นเรือจ้าง”
เ ชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเพลง ‘พระคุณที่สาม’ เปิดคลอไปกับพิธีไหว้ครูในรั้วสถานศึกษา สื่อสารความหมายถึงผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา ที่เฝ้าอบรมสั่งสอนศิษย์ให้รู้ผิดชอบชั่วดี เปรียบเสมือนเรือจ้าง ที่คอยรับ-ส่งให้ลูกศิษย์ให้พิชิตเป้าหมาย ไปถึงฝั่งฝัน
แต่ในความจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่ แล้วเด็กนักเรียนไทยมองว่า ครูคือใคร?…
ถ้าไม่ฟาด จะได้ดี?
เจอแทบทุกหน้าข่าว ‘ทำโทษไม่สมเหตุ’
เชื่อว่าในประเทศไทย มีครูหลายคนทำหน้าที่ได้ดีในการสอนวิชาความรู้และดูแลเด็กนักเรียน แต่ในขณะเดียวกัน ยังคงมีเหตุการณ์ความรุนแรงภายในสถานบ่มเพาะที่เหมือนจะปลอดภัยสำหรับเยาวชน เกิดขึ้นวนซ้ำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน สำคัญคือ ความรุนแรงเหล่านี้มาจากการลงโทษของครู
ส่งผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจของนักเรียน ไม่ว่าจะมาจากการถูกทำร้ายร่างกาย, ถูกกล้อนหรือตัดผม, ถูกยึดสิ่งของ, ถูกใช้คำพูดทำร้ายจิตใจ, ถูกประจานหรือทำให้อับอาย ไปจนถึงการถูกคุกคามทางเพศ!
แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย ความรุนแรงเหล่านั้นก็ยังมีให้เห็นตามหน้าข่าวแทบทุกวัน
‘เพื่อนนักเรียน สุดทน! ส่งคลิปครูโหด ลงโทษ ม.2 รัวหมัด-ศอก ไม่ยั้ง’

คลิปจากนักเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ใน อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ที่เด็กแอบถ่ายขณะครูฝ่ายกิจการนักเรียน ลงโทษนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการกระชากคอมาตบ 2 ครั้ง ก่อนฟันศอกซ้ำไป 1 รอบ ท่ามกลางสายตาของนักเรียนที่ต่างตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
‘เกินไปมั้ย! ครูโหดฟาดรัว 26 ครั้ง ลงโทษ ป.5 วิ่งเล่นในห้อง’
เป็นเหตุการณ์ที่ครูผู้ก่อเหตุเล่าว่า ต้นตอของเรื่องนี้เกิดจากในห้องเรียนมีการกำหนดกฎเกณฑ์กันไว้แล้ว ว่าห้ามเด็กนักเรียนวิ่งเล่นกันในห้อง ถ้าใครฝ่าฝืนจะถูกลงโทษด้วยการตี 1 ครั้ง แต่ในกรณี ‘น้องนิว’ ครูเรียกมาลงโทษแล้วน้องวิ่งหนี บทลงโทษจึงถูกนับเพิ่มไปเรื่อยๆ แต่น้องนิวก็ยังไม่มาอีก จนถึงครั้งที่ 26 น้องนิวก็มา ถูกตีตามจำนวนครั้งที่คาดโทษไว้ ซึ่งครูยืนยันว่าไม่ได้ตีแรงมาก แต่ตีเพราะให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่ได้ตกลงกันไว้ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับนักเรียนคนอื่น
“อยากถามสังคมว่า ถ้าครูไม่ลงโทษนักเรียนที่ทำผิดระเบียบแล้ว จะสอนให้นักเรียนเป็นคนดีมีวินัยได้อย่างไร ถึงอย่างไรก็ตาม พร้อมที่จะขอโทษผู้ปกครองที่ได้ลงมือรุนแรงกับบุตรหลานเขา แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร ทำไปเพราะความหวังดี อยากให้นักเรียนเป็นคนดี” ครูผู้ตี คิดเห็นเช่นนี้
‘ผู้ปกครอง เอาเรื่อง ครูทำโทษ นร.ตีด้วยไม้หวาย 30 ครั้ง ฟาดที่น่อง-ก้น บวมช้ำ’
อีกกรณี น้องโฟล์ค เยาวชนอายุ 17 ปี เล่าว่า เข้าโรงเรียนไปเพราะอาจารย์สั่งให้ไปรับใบเหลืองสำหรับยื่นเรียนต่อ ปวส. ทางอาจารย์แจ้งให้มาในเวลา 08.00 น. ซึ่งตัวเองไปในเวลาประมาณ 09.15 น. เพราะทราบว่าการยื่นเรื่องเรียนต่อนั้น ยื่นได้ตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น. ทางอาจารย์บอกว่า
นัดเวลา 08.00 น. โฟล์คมาสายต้องถูกทำโทษด้วยการตี 30 ที ก่อนได้ร่องรอยจากการถูกตีเป็นชุด ชุดละ 5 ครั้ง จนครบ 30 ครั้ง
‘ครูใช้กรรไกรกล้อนผมเด็ก น.ร.หัวแหว่ง ยอมขอโทษแล้ว อ้างอยากให้เด็กทุกคนมีวินัย’

เป็นภาพจากคลิปวิดีโอเด็กนักเรียนชายหลายคน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ถูกคุณครูเดินใช้กรรไกรตัดกล้อนผมจนแหว่ง
โดย ผอ.โรงเรียนชี้แจงว่า ครูคนดังกล่าวทำหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเป็นครูพลศึกษา ซึ่งคุณครูก็มีความตั้งใจอยากให้เด็กนักเรียนมีความเรียบร้อยและอยู่ในระเบียบวินัย ก็เลยได้กระทำการดังกล่าวลงไป
คุณครู ได้กล้อนผมเด็กนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีผมยาวประมาณ 10 ราย พร้อมยอมรับผิดและรับปากว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ไปจนถึงขั้นเชิญผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่ถูกกล้อนผมมาที่โรงเรียนเพื่ออธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น และกล่าวขอโทษผู้ปกครองของเด็กอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ผอ.โรงเรียนแห่งนี้ ได้สั่งกำชับไปยังที่ประชุมครูในโรงเรียนแล้วให้ระมัดระวังในเรื่องของการพูดคุย และการทำโทษเด็กนักเรียน และต้องทำตามระเบียบที่ทางกระทรวงศึกษาธิการได้วางเอาไว้อย่างเคร่งครัด
เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น จากเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนที่ตกเป็นข่าว แม้จะยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ถูกตีแผ่ให้สังคมรับรู้ ก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่า ความรุนแรงของครูที่กระทำต่อเด็กนักเรียน เกิดขึ้นแทบในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ประถม จนถึงมัธยม
‘โนบรา’ ประจานกลางสยาม
นักเรียนเลว สวมบทฉายภาพ ‘ครูโหด’
เพราะไม่ใช่ว่าเด็กยินยอม
ล่าสุด เมื่อวันครู 16 ม.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มนักเรียนเลว นำโดย อันนา และ ลภนพัฒน์ หรือมิน จัดนิทรรศการ #ครูคือใคร กลางสยามสแควร์ วัน แหล่งรวมวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา หวังสะท้อนปัญหาถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในรั้วสถานการเรียนรู้
จัดเรียงกล่องกระดาษลังขนาดใหญ่ที่มีภาพวาดครูในบทบาทต่างๆ กำลังกระทำการลงโทษนักเรียนด้วยความรุนแรง พร้อมข้อความบอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
ข้างๆ กันยังมีบอร์ดที่ให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นว่า ‘ครูคือใครสำหรับคุณ…’ และ ‘คุณเคยโดนครูทำสิ่งเหล่านี้หรือไม่’ แบ่งย่อยออกเป็น 6 ช่อง ให้ติดสติ๊กเกอร์ออกความเห็น
“ถูกกล้อนผม/ตัดผม, ถูกยึดสิ่งของ, ถูกทำร้ายร่างกาย (ตี/ตบ/เตะ), ถูกคุกคามทางเพศ, ถูกใช้คำพูดทำร้ายจิตใจ, และถูกประจาน/ทำให้อับอาย”

ช่องที่มีคนแปะสติ๊กเกอร์ว่าถูกกระทำมากที่สุดคือ ถูกใช้คำพูดทำร้ายจิตใจ ถูกกล้อนผม/ตัดผม และถูกยึดสิ่งของ
ขณะที่อีกบอร์ด ตั้งคำถามปลายเปิดว่า ‘ครูคือใครสำหรับคุณ…’ ถูกเขียนลงด้วยนิยามต่างๆ มากมาย ทั้งเปรียบเปรยว่า ‘ครู’ คือ นักสะสมของนักเรียน, คือคนสร้างภาพ, คือแบบอย่างที่ไม่ดี, คือคนที่ไม่ได้รับฟังปัญหาจริงๆ ของเรา, ครูชอบพูดทำร้ายจิตใจ!, คนทำลายความฝัน, ผู้ใช้อำนาจบังคับ, เป็นฝันร้ายในวัยเด็ก และอื่นๆ อีกมากมายที่สาธยายได้ไม่หมด
จากนั้นไม่นาน สมาชิกกลุ่มนักเรียนเลวทั้งชายและหญิง แต่งชุดนักเรียน สวมบทบาทเป็นเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงโดยครู เพื่อขยายภาพเหตุการณ์ให้สมจริงยิ่งขึ้น บอร์ดที่เขียนหัวข้อว่า ‘ครูคือผู้สร้างบาดแผล’ ยังเล่าถึงเหตุการณ์ที่ครูใช้เข็มขัดฟาดนักเรียนเป็นรอยแดง โผล่ทำผิดซ้ำสอง ณ โรงเรียนแห่งเดิม ครูคนนี้ก่อเหตุทั้งหมด 2 ครั้ง กับเด็กนักเรียน 4 ราย ถูกลงโทษด้วยการย้ายราชการและปัจจุบันได้กลับมาสอนที่โรงเรียนเดิมจนเกษียณอายุราชการ เบื้องหน้าของบอร์ด มีการสวมบทเป็นเด็กนักเรียนชายที่ถูกเข็มขัดฟาดบริเวณหลังและน่องขาจนเป็นแผลเหวอะ
‘ครูคือฆาตกร’ คือหัวข้อบอร์ดที่เล่าถึงเหตุการณ์ ‘ครูลงโทษนักเรียนป่วย’ ด้วยการให้ลุกนั่ง 100 ครั้ง กระทั่ง ‘เสียชีวิต’ ลงโทษโดยไม่ทราบว่า นักเรียนรายดังกล่าวมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ ซึ่งในวันก่อนเกิดเหตุปวดหัวและมีไข้ จึงไปรักษาที่โรงพยาบาลพร้อมขอใบรับรองแพทย์มายืนยันอาการป่วย หลังจากกลับมาเรียนก็ถูกครูวิชาภาษาอังกฤษสั่งลงโทษให้ลุกนั่ง 100 ครั้งเนื่องจากไม่มีการบ้านมาส่ง วันถัดมา นักเรียนมีอาการปวดต้นขาจึงนอนพักอยู่ที่บ้าน จนรุ่งเช้าทราบข่าวว่า นักเรียนคนดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว
หลังเกิดเหตุ โรงเรียนโร่ชี้แจงและตกลงกับผู้ปกครอง ก่อนที่ครูภาษาอังกฤษจะถูกพักงานเป็นเวลา 1 ภาคเรียน แต่ปัจจุบันยังคงได้สอนอยู่ที่โรงเรียนแห่งเดิม เช่นเคย
ด้านหน้าบอร์ดนี้ จึงมีการตั้งภาพวาดขาว-ดำของเด็กนักเรียนชายรายนั้น พร้อมห้อยพวงมาลัยที่รูปภาพหน้างานศพ เพื่อย้ำเตือนสังคมถึงเรื่องสลดนี้
ส่วนบอร์ดหัวข้อ ‘ครูคือช่างกล้อนผม’ บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่ครูฝ่ายปกครองไล่กล้อนผมเด็ก ม.2 กว่า 10 ราย ที่ไว้ทรงผมผิดระเบียบจนเป็นรอยแหว่งติดหนังศีรษะในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ แต่เพราะนักเรียนได้ถ่ายคลิปพร้อมโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย จึงเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังจากนั้นไม่นาน ผู้อำนวยการโรงเรียนได้เรียกครูมาสอบถาม พร้อมตักเตือน แต่ก็ไม่ถูกลงโทษทางวินัย ยังคงได้สอนต่ออยู่ที่โรงเรียนเดิมจนถึงปัจจุบัน
นักเรียนเลวจึงจำลองเหตุ ให้เด็กนักเรียนชาย ถูกกล้อนผมจนเห็นหนังหัว นั่งอยู่ข้างกรรไกรและเศษผมที่ถูกตัดกระจายอยู่บนพื้น
อีกบอร์ดที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน คือ ‘ครูคือผู้ทำให้อับอาย’ เล่าเรื่องครูที่ยึดเสื้อชั้นในของนักเรียนหญิง ม.ต้น และปล่อยให้เดินโนบรา ทั่วโรงเรียน
ต้นเหตุเพราะนักเรียนหญิง 3 คน ไม่ได้สวมเสื้อซับในมาโรงเรียน จึงถูกครูพละสั่งให้ถอดเสื้อชั้นในออกและยึดไว้ตั้งแต่เข้าเรียนจนเลิกเรียน เด็กหญิงทั้ง 3 ต้องใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนโดยที่ไม่ได้สวมเสื้อชั้นในตลอดทั้งวัน ซึ่งหลังจากเกิดเรื่อง ครูคนดังกล่าวถูกเรียกตัวไปชี้แจงต่อเขตพื้นที่การศึกษาและผู้ปกครองของเด็ก ต่อมา ทางโรงเรียนตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาบทลงโทษ
แต่ก็ไม่ได้เอาจริง ครูรายนี้ยังคงสอนอยู่ที่โรงเรียนเดิมโดยไม่ถูกดำเนินคดีทางกฎหมายใดๆ นักเรียนหญิง 2 คนที่นั่งอยู่บนโต๊ะและเก้าอี้นักเรียนกลางสยาม จึงเป็นภาพสะท้อนความบิดเบี้ยวของผู้ให้การศึกษาในสังคมไทย
รายหนึ่งกอดเสื้อชั้นในไว้ อีกรายไม่ได้สวมใส่
เชิดชูผู้ทำร้ายเด็ก
แก้ไม่จริงจัง ปัญหาวนซ้ำ
“เราอยากให้ภาครัฐตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ก็ไม่ทราบว่าสารเหล่านี้จะถูกส่งไปยังภาครัฐหรือเปล่า แต่อย่างน้อยเราอยากให้ประชาชนและภาครัฐตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเรื่องความรุนแรงในโรงเรียน และคิดถึงปัญหาเหล่านี้”
อันนา หนึ่งในผู้จัดนิทรรศการ เผยความมุ่งหมายในวันครูแห่งชาติ วันที่ภาคส่วนต่างๆ ของรัฐ กระทั่งนายกรัฐมนตรี ต่างมีคำขวัญออกมาเชิดชูคุณครู
“แต่เราก็อยากให้มองอีกมุมหนึ่ง ว่าครูที่พวกคุณสนับสนุนกัน ก็มีมุมที่ครูทำร้ายเด็กและยังไม่เคยถูกพูดถึง แม้กระทั่งวันเด็กก็ตาม ก็ไม่เคยพูดถึงมุมของเด็กที่ถูกทำร้าย แต่ทุกคนกลับเชิดชูคนที่ทำร้าย”
อันนามองลึกถึงปัญหา แม้กระทรวงศึกษาจะมีกฎระเบียบเรื่องการลงโทษนักเรียนอยู่ แต่ภาครัฐไม่ค่อยจริงจังกับการแก้ไข จึงทำให้เกิดเรื่องเหล่านี้ซ้ำๆ
ทั้งหมดทั้งมวล คือความรุนแรงที่ไม่ควรเกิดขึ้นในรั้วสถานศึกษา บทลงโทษที่ครูได้มอบให้เด็กคนหนึ่ง จำซึ้งถึงบาดแผลทั้งร่างกายและจิตใจไปยันโต
แล้วสำหรับผู้อ่าน ‘ครูคือใครสำหรับคุณ…?’
พรสุดา คำมุงคุณ

