หน้าแรก ประชาชื่น พระโกศจันทน์ ...

พระโกศจันทน์ ในประวัติศาสตร์แห่งความอาลัย

30.11.16 | 13:55 น.
(ซ้าย) พระโกศจันทน์รัชกาลที่6ขณะตั้งบนจิตกาธาน (ขวา)พระโกศจันทน์สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีจากนิทรรศการที่จัดขึ้นหลังงานพระบรมศพ

14 นาฬิกา 9 นาที ของวันที่ 14 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2559

คือฤกษ์ยามสำหรับการตัดไม้จันทน์ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อใช้จัดสร้างพระโกศจันทน์ทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศในพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนจะได้รับการแปรรูปในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดการณ์ว่าใช้เวลาราว 10 วัน

หลังจากนั้นจะถูกส่งไปเก็บรักษาไว้ที่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ย่านศาลายา จ.นครปฐม เพื่อดำเนินการสร้างงานประณีตศิลป์แห่งความโศกเศร้าของปวงชนชาวไทย โดย อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เอ่ยว่า มีแนวคิดที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีฝีมือจากทั่วสารทิศมีส่วนร่วมในการทำพระโกศจันทน์ เช่น การขัดและฉลุลาย ภายใต้การดูแลของช่างฝีมือผู้ชำนาญการ หลายท่านเคยเป็นช่างทำพระโกศจันทน์มาแล้ว 2 หรือ 3 ครั้ง ในงานพระเมรุตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เรื่อยมาจนถึงงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

ส่วนแบบพระโกศจันทน์พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศนั้น ถูกออกแบบอย่างงดงาม สมพระเกียรติแห่งพระมหากษัตริย์ในราชจักรีวงศ์ ผู้ทรงครองราชย์มาอย่างยาวนานถึง 70 ปี โดยมีการเปิดเผยแบบสู่สาธารณะพร้อมกับแบบพระเมรุมาศเมื่อ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา

มาย้อนดูเรื่องราวของพระโกศจันทน์ อันเป็นเครื่องเฉลิมพระเกียรติที่มีการกระทำสืบตามโบราณราชประเพณี โดยเริ่มกันที่วัสดุล้ำค่าอย่าง “ไม้จันทน์”

Advertisement
พระโกศจันทน์
พระโกศจันทน์ทรงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ออกแบบโดยสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างศิลปกรรม สำนักช่าง 10 หมู่

ไม้จันทน์ ในบันทึกฝรั่งครั้งกรุงเก่า

ไม้จันทน์ เป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการทำพระโกศจันทน์ รวมถึงดอกไม้จันทน์ในการถวายพระเพลิง มีหลักฐานในบันทึกของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในสยามยุคสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา

นันทพร อยู่มั่งมี ผู้เรียบเรียงหนังสือ “ธรรมเนียมพระบรมศพ และพระศพเจ้านาย” ได้ค้นคว้าเรื่องราวดังกล่าว พบว่า ฟรังซัว อังรี ตุรแปง ชาวฝรั่งเศส บันทึกถึงการนำไม้จันทน์มาใช้ประโยชน์หลายประการ รวมถึงพิธีศพ

ข้อความตอนหนึ่ง มีดังนี้

“ต้นจันทน์มีสองชนิด ชนิดขาวมีอยู่บนเกาะตีมอร์มากและชนิดแดงซึ่งเป็นของหายากกว่าชนิดขาวมาก มีอยู่ในประเทศสยาม ชาวสยามใช้ต้นจันทน์ทำประโยชน์หลายประการ เช่น เผาเป็นแผ่นเล็กๆ ให้เกิดมีกลิ่นหอม ใช้ฝนกับน้ำบนหินทำให้แป้งมีกลิ่นหอม เพื่อทาถูร่างกายเมื่ออาบน้ำแล้ว และยังใช้เผาข้างศพผู้ตายด้วย”

ข้อความดังกล่าว สอดคล้องกับบันทึกของ ลาลูแบร์ ราชทูตชาวฝรั่งเศสร่วมสมัยกัน โดยระบุว่าชาวสยามเผาเครื่องหอมไว้ใกล้ๆ โลงศพ

ประเด็นนี้ ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านพรรณไม้ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย อธิบายว่า ในสมัยโบราณ ไม้จันทน์ถือเป็นไม้ชั้นสูง เนื้อไม้มีกลิ่นหอม “ดอกไม้จันทน์” ที่ใช้ในงานเผาศพ ในอดีตเกือบทั้งหมดทำจากไม้จันทน์หอม เพราะถือว่ามีสีขาวบริสุทธิ์และมีกลิ่นหอม เป็นการให้เกียรติกับผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย

นอกจากนี้ยังมีการสันนิษฐานว่า ในอดีตเมื่อยังไม่มีการฉีดยาเพื่อรักษาสภาพศพ จึงต้องใช้ไม้จันทน์ซึ่งมีกลิ่นหอมมาเป็นส่วนในการประกอบพิธีเพื่อบรรเทากลิ่นนั่นเอง

08
ตัดไม้จันทน์ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อใช้จัดสร้างพระโกศจันทน์ทรงพระบรมศพในหลาง ร.9

โกศจันทน์แปดเหลี่ยม

เครื่องเฉลิมพระเกียรติพระบรมศพ

พระโกศจันทน์ มีลักษณะเป็นโกศแปดเหลี่ยม มียอดประกอบด้วยโครงลวดตาข่ายประดับลายฉลุเป็นลายไม้ซ้อนทั้งองค์อย่างวิจิตรพิสดาร องค์พระโกศจันทน์สามารถถอดแยกได้เป็น 3 ส่วน สำหรับประกอบกันเป็นองค์พระโกศ

พระโกศจันทน์ ถือเป็นเครื่องเฉลิมพระเกียรติแก่พระบรมศพและพระศพ จะถูกใช้เมื่ออัญเชิญพระโกศพระบรมศพหรือพระศพประดิษฐานยังพระจิตกาธานภายในพระเมรุ หลังจากเปลื้องพระลองชั้นนอกออกแล้ว เจ้าพนักงานจะนำพระโกศจันทน์เข้าประกอบพระโกศลองในซึ่งประดิษฐานบนตะแกรงเหล็กช่วงรัดเอวของพระจิตกาธานเพื่อถวายพระเพลิง

พระโกศจันทน์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระโกศจันทน์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระโกศจันทน์ในประวัติศาสตร์สยาม

หลักฐานด้านรูปแบบของพระโกศจันทน์ ปรากฏแจ่มชัดในภาพถ่ายเก่าพระโกศจันทน์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีทั้งภาพถ่ายระยะใกล้และภาพถ่ายขณะพระโกศจันทน์ทรงพระบรมศพประดิษฐานบนพระจิตกาธาน

ครั้นต่อมา เมื่อครั้งพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็มีการบันทึกข้อมูลไว้อย่างละเอียด โดยมีนิทรรศการหลังเสร็จงานพระบรมศพซึ่งแสดงถึงขั้นตอนต่างๆ รวมถึงภาพถ่ายและแบบพระโกศจันทน์ซึ่งทำขึ้นเพื่อใช้จัดนิทรรศการโดยเฉพาะ

สมควร อุ่มตระกูล ผู้อำนวยการสำนักช่างสิบหมู่ อธิบายถึงการทำพระโกศจันทน์ โดยลักษณะลวดลายเป็นลายที่ออกแบบตามชั้นยศ เมื่อออกแบบแล้วมีการดำเนินการทำตามขั้นตอน เช่น การติดบนแผ่นไม้และฉลุ แยกแต่ละชั้น แล้วจึงตกแต่งรายละเอียดให้สวยงาม แล้วนำมาประกอบตามแบบที่ออกแบบไว้

การจัดสร้างพระโกศจันทน์ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งออกแบบโดยนายนิยม กลิ่นบุบผา นักวิชาการช่างศิลปกรรม (ช่างศิลปะไทย)
การจัดสร้างพระโกศจันทน์ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งออกแบบโดยนายนิยม กลิ่นบุบผา นักวิชาการช่างศิลปกรรม (ช่างศิลปะไทย)

ครั้นล่วงมาถึงการสร้างพระโกศจันทน์ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี มีการออกแบบโดย นิยม กลิ่นบุบผา นักวิชาการช่างศิลปกรรม (ช่างศิลปะไทย) แล้วเขียนแบบตามมาตราส่วน 1:5 จากนั้นเขียนขยายแบบลายเท่าจริง จากนั้นเขียนคัดลายเส้นจากแบบขยาย คัดลอกแบบลาย คัดลอกแยกชั้นลายไม้ ต่อมาเป็นการแปรรูปไม้จันทน์ การเพาะต่อไม้ ตามด้วยการจัดทำโครงสร้างโลหะ และปะติดกระดาษแบบลวดลายบนไม้จันทน์ โกรกฉลุลายไม้ ขัดแต่งรูปทรง คัดแยกชนิดลาย แล้วประกอบซ้อนลายไม้ ประกอบลายกับโครงสร้างและการทดลองประกอบชิ้นส่วนพระโกศจันทน์

ต่อมาในคราวพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีการสร้างพระโกศจันทน์ โดยใช้ไม้จันทน์ยืนต้นตาย 3 ต้น จากป่าในอุทยานแห่งชาติกุยบุรีอันอุดมสมบูรณ์

06
ดอกไม้จันทน์ในงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี

โกรกฉลุ กลึงไม้ ประดับลายอลังการ

สำหรับขั้นตอนการสร้างพระโกศจันทน์เริ่มจากการใช้ลวดโครงเหล็กตัดตามรูปร่างและขนาดตามแบบมาเชื่อมกัน แล้วจึงนำตะแกรงลวดตาข่ายมาบุทับโครงภายนอกเพื่อติดลวดลายไม้จันทน์ โดยจะนำไม้จันทน์ที่เป็นท่อนซอยเป็นแผ่นบางๆ เพื่อใช้ฉลุลวดลาย ไม่ว่าจะเป็น แผ่นรูปโค้งตามลักษณะลวดบัวต่างๆ รวมทั้งการกลึงไม้เป็นยอดพระโกศ

จากนั้นช่างโกรกฉลุจะจัดแยกลวดลายตามขนาดและตำแหน่งต่างๆ แยกชิ้นส่วนแต่ละลายเพื่อใช้โกรกฉลุลายซ้อนไม้ แล้วจึงนำมาประกอบซ้อนตัวลายแต่ละชนิด แต่ละส่วน

ส่วนที่เป็นดอกไม้ไหว ดอกไม้เอว ส่งกลับไปให้ช่างโลหะติดลวดไม้ไหวก่อน แล้วจึงนำชิ้นส่วนทั้งหมดส่งช่างประดับลาย นำไปติดกับโครงด้วยการจัดวางลวดลายที่เหมาะสม สวยงาม น้ำหนักสมดุล และมีความพริ้วไหว

ดอกไม้จันทน์และการถวายพระเพลิง

นอกเหนือจากพระโกศจันทน์ ไม้จันทน์ยังถูกนำมาใช้ประดิษฐ์เป็นดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในการถวายพระเพลิง

หลักฐานสมัยอยุธยา มีระบุไว้ในตำรามหาดเล็ก ข้อความตอนหนึ่งว่า

“มหาดเล็กถวายหน้าพระเพลิง เหล็กเพลิง และเทียนฉลองพระหัตถ์ เทียนจุดเพลิงนั้น หมื่นเทวาทิศเบิกมาส่ง ครั้นถวายเหล็กเพลิงแล้ว สนมถวายไม้เชื้อเพลิงชุบน้ำพิมเสนให้ทรงจุดเพลิงท่อนจันทน์และธูปด้วยเทียนเพลิงนั้น ส่งให้หมื่นเทวาทิศใส่โคมเลี้ยงเพลิงไป ให้สังฆราชจุดดอกไม้เพลิงเพลาค่ำ”

ในสมัยรัตนโกสินทร์ ปรากฏหมายรับสั่งในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องเกณฑ์กระบวนแห่พระบรมศพของสมเด็จพระศรีสุลาลัยไปประดิษฐานที่พระเมรุทอง ว่า

“อนึ่งให้ชาวพระคลังในซ้ายจัดกฤษณา จันทน์เทศ จันทน์คนา กรักขี สน ใส่พานแว่นฟ้าเชิญขึ้นตั้งบนรถเครื่องหอม”

ทั้งนี้ ไม้จันทน์ที่ใช้ในการถวายพระเพลิงแต่โบราณ ใช้ไม้จันทน์ที่มีชื่อว่า จันทน์หิมาลัย (Sandal wood หรือ White wood) ซึ่งปลูกมากทางตอนใต้ของอินเดีย ตั้งแต่ไมซอร์ถึงมัทราส แต่ปัจจุบันหายากมาก ในยุคหลังจึงใช้จันทน์พื้นเมืองแทน

05
การจัดสร้างพระโกศจันทน์ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งออกแบบโดยนายนิยม กลิ่นบุบผา นักวิชาการช่างศิลปกรรม (ช่างศิลปะไทย)

นี่เรื่องราวเพียงส่วนหนึ่งเกี่ยวกับพระโกศจันทน์ อันเป็นงานประณีตศิลป์ชั้นสูงที่ไม่ใช้ฝีมือเท่านั้น หากแต่เชื่อแน่ว่าช่างทุกคนที่บรรจงสลักเสลาลวดลายประณีตวิจิตรบรรจง ล้วนทำด้วยใจอันรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งจะสถิตอยู่ในใจราษฎรทั้งปวงตราบนิจนิรันดร