หน้าแรก ประชาชื่น คอลัมน์ เดือน...

คอลัมน์ เดือนหงายที่ชายโขง: จากราชมรรคา สู่เส้นทางการค้าอีสานใต้ (1)

30.11.16 | 16:46 น.

เมื่อพูดถึงการค้าชายแดนกับประเทศกัมพูชา สายตาและความสนใจของภาคเอกชนและนักธุรกิจ มักจะเล็งจ้องมองไปที่ชายแดนด้านภาคตะวันออก ที่จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว และตราด เป็นส่วนมาก โดยเฉพาะตลาดโรงเกลือ ด่านอรัญประเทศ-ปอยเปต เนื่องจากมีชื่อเสียงด้านการค้า กาสิโน และสามารถนั่งรถต่อไปยังเสียมเรียบและพนมเปญทางบกได้โดยง่าย แต่การค้าชายแดนกับกัมพูชายังมีอีกหลายจุดที่มีศักยภาพ และก่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว คือ ด่านชายแดนทางอีสานใต้

เส้นทางเชื่อมต่อแผ่นดินเขมรกับภาคอีสานตอนใต้นั้นสืบทอดต่อเนื่องมายาวนานนับแต่สมัยจักรวรรดิขอม ราชมรรคาของพระเจ้าสุริยวรมันเป็นถนนต่อเนื่องเพื่อค้าขายและส่งทหารทอดยาวตลอดภาคอีสานจรดศรีสัตนาคนหุตเวียงจันและศรีโคตรบูรณ์นครพนม มีธรรมศาลาและอโรคยาศาลตลอดหนทาง ชาวเขมรสูงและเขมรต่ำไปมาหาสู่กันเป็นเครือญาติใช้ภาษาเดียวจากบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ พระตะบอง เสียมเรียบ หากแต่การขีดเส้นแบ่งเขตแดนและสงครามก็ทำให้การไปมาหาสู่และการค้าเสื่อมลง ยิ่งไปกว่านั้น ภัยสงครามกลางเมืองในยุคเขมรสี่ฝ่าย และกับระเบิดของเขมรแดงทั่วแนวชายแดน ยิ่งทำให้เกิดอันตรายปิดกั้นความสัมพันธ์ของสองประเทศเช่นเดียวกับข้อพิพาทเส้นเขตแดนทางการเมือง

เมื่อกัมพูชาเริ่มเข้าสู่ภาวะสงบ ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคก็เพิ่มสูงขึ้น เมื่อยังไม่สามารถผลิตเองได้ก็ต้องเข้ามาจับจ่ายหาซื้อกันตามชายแดนของไทย ชายแดนฝั่งตะวันออกนั้นใกล้กรุงเทพมหานครและเป็นที่ราบเดินทางสะดวกจึงเป็นด่านการค้าใหญ่ แต่ระยะทางจากชายแดนเข้าสู่เมืองใหญ่นั้นก็ถือว่าไกล เมื่อเทียบกับด่านชายแดนทางอีสานใต้ที่เคยเป็นราชมรรคาหน้าด่านยุทธศาสตร์เทือกเขาพนมดงรักมุ่งตรงสู่เมืองใหญ่ต่างๆ ทั้งทางรถและต่อเรือเข้ากรุงพนมเปญ

ด่านชายแดนสำคัญทางอีสานใต้ มีด่านผ่านแดนถาวรสองแห่ง ได้แก่ ด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ ตรงกับอัลลองเวง อดีตศูนย์กลางอำนาจเขมรแดง และด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ ตรงกับโอสะเม็ด จังหวัดอุดรมีชัย และยังมีจุดผ่อนปรน และจุดผ่านแดนชั่วคราว เช่น ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ช่องตะกู จ.บุรีรัมย์ ช่องตาเฒ่า จ.ศรีสะเกษ และช่องกร่าง จ.สุรินทร์

ผลของการค้าชายแดนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งอิทธิพลต่อเมืองเป็นสองประการ คือ ผลต่อเมือง และผลต่อเขตชายแดน

Advertisement

เม็ดเงินที่ไหลสะพัดเข้ามาส่งผลให้เมืองอีสานใต้เจริญขยายตัวไปด้วย โดยเฉพาะเมืองที่เคยอยู่อย่างเงียบเชียบมาตลอดอย่างสุรินทร์และศรีสะเกษ กลับมามีห้างสรรพสินค้าและร้านรวงมากมายเปิดต้อนรับ ห้างที่รุกและเห็นศักยภาพของการค้าและการเติบโตคือโรบินสันในเครือเซ็นทรัล และเทสโก้ โลตัส โดยเฉพาะห้างโรบินสันที่ทยอยเปิดสาขา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ต่อเนื่องกัน เปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งของเศรษฐีและชนชั้นกลาง นักเรียนนักศึกษาในจังหวัดอีสานใต้ให้ได้กลิ่นความเจริญแบบกรุงเทพฯ และดักเอาชาวกัมพูชาข้ามแดนมาช้อปปิ้งและดูหนังในระยะทางไม่ไกลจากอุดรมีชัยและเสียมเรียบไม่ถึงร้อยกิโลเมตร

โรงพยาบาลเอกชนคึกคักไปด้วยผู้ป่วยมีเงินจากฝั่งเขมรข้ามมารักษาเช่นเดียวกับโรงพยาบาลใหญ่ชายแดนลาวทางอีสานเหนือ แต่เนื่องจากกัมพูชาใช้เงินดอลลาร์เป็นหลัก และใช้เงินหลายสกุลที่ได้จากการค้าการท่องเที่ยวมากกว่าลาวที่ใช้เงินกีบสกุลเดียว ทำให้ธุรกิจแลกเงินเฟื่องฟูตามไปด้วย เช่นเดียวกับธุรกิจการศึกษา ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ ราชมงคล และมหาวิทยาลัยเอกชนได้เปิดสาขารอรับนักศึกษาจากทั้งในท้องถิ่นและจากกัมพูชา มีหลักสูตรและครูภาษาเขมรรองรับ

อย่างไรก็ตาม ด่านชายแดนทั้งที่ช่องจอมและช่องสะงำ ไม่ได้มียอดการค้าเก็บสถิติมากเท่าด่านทางอื่น สัปดาห์หน้ามาดูกันว่าสินค้าที่ชาวกัมพูชานิยมซื้อผ่านด่านอีสานใต้มีอะไรบ้าง และชายแดนเขมรยังต้องการอะไร