การต่อต้านของชาวยิว ในเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (โฮโลคอสต์) รำลึก 80 ปี ของการต่อสู้ที่เก็ตโตวอร์ซอ

27.01.23 | 12:00 น.

วันที่ 27 มกราคมของทุกปี เป็นวันที่สหประชาชาติกำหนดให้เป็นวันรำลึกถึงชาวยิวหกล้านคน ที่ตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว หรือโฮโลคอสต์ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลนาซีทำลายล้างชาวยิวอย่างเป็นระบบและโหดเหี้ยม ชาวยิวหกล้านคน รวมถึงเด็กๆ หนึ่งล้านคน และกลุ่มคนผู้ “ไม่เป็นที่ต้องการ” อีกห้าล้านคน ถูกสังหารอย่างเลือดเย็น นอกจากเรื่องความทุกข์ทรมานและความน่าสะพรึงกลัวแล้ว โฮโลคอสต์ยังมีแง่มุมอื่นๆ อีกด้วย นั่นคือ วีรกรรมโดดเด่นที่น่าจดจำ มีเรื่องราวต่างๆ ของผู้คนที่ยอมเสี่ยงชีวิตตนเอง ด้วยการซ่อนเพื่อนบ้านชาวยิวไว้ในบ้าน เรื่องราวของหลายครอบครัวที่รับเด็กชาวยิวมาเลี้ยงดูราวกับเป็นลูกของตน นอกจากนั้น ยังมีบรรดานักการทูตที่ฝ่าฝืนคำสั่งจากรัฐบาลของพวกเขาด้วยการออกเอกสารเดินทางเพื่อช่วยชาวยิว และที่จะขาดเสียไม่ได้ คือ เรื่องราวการลุกฮือต่อสู้ของชาวยิว

การต่อต้านของชาวยิวมีขึ้นหลายรูปแบบ มีการต่อต้านที่แสดงออกทางความรู้สึกนึกคิด วัฒนธรรม การเมืองแบบไม่เปิดเผย การศึกษา และศาสนา มีบันทึกลับเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีการปลอมแปลงบัตรประจำตัวดูแลปกป้องเอกสารต่างๆ นอกจากนั้น ยังมีการช่วยหลบซ่อนชาวยิว การลักลอบพาชาวยิวหลายพันคนข้ามพรมแดนไปยังที่ปลอดภัย การหลบหนีออกจากค่ายกักกันและเก็ตโต รวมถึงการลุกฮือที่ใช้อาวุธ การเข้าร่วมขบวนการต่อต้านระดับชาติ การช่วยเหลือชาติพันธมิตร ฯลฯ

ภาพจาก German Federal Archives, Public domain, via Wikimedia Commons

ในอิสราเอล วันรำลึกถึงเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวจัดขึ้นราวเดือนเมษายน (ตามปฏิทินจันทรคติของชาวยิว) เรียกว่า “วันรำลึกถึงเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และวีรกรรมของชาวยิว”

ในบรรดาเรื่องราวของวีรกรรมต่างๆ เหตุการณ์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีคงจะเป็นเรื่องการลุกฮือที่เก็ตโตวอร์ซอในโปแลนด์เมื่อ พ.ศ.2486 ดังนั้น ยาด วาเชม หรืออนุสรณ์สถานเพื่อการรำลึกถึงเหยื่อของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ได้กำหนดให้ “การต่อต้านของชาวยิวในเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว-รำลึก 80 ปี ของการต่อสู้ที่เก็ตโตวอร์ซอ” เป็นหัวข้อของปี 2566 นี้

ระหว่าง พ.ศ.2484-2486 ขบวนการต่อต้านใต้ดินได้เริ่มก่อตัวขึ้นในเก็ตโตกว่าหนึ่งร้อยแห่ง เก็ตโต คือ อาณาเขตที่มีรั้วรอบขอบชิด เพื่อแยกชาวยิวออกจากพลเมืองอื่นๆ ที่ไม่ใช่ยิว มีอยู่ตามเมือต่างๆ ในยุโรปตะวันออกที่อยู่ภายใต้ความปกครองของนาซี จุดประสงค์สำคัญของขบวนการ คือ การรวมตัวของผู้ต่อต้าน เพื่อหลบหนีออกจากเก็ตโต แล้วไปเข้าร่วมกับสมัครพรรคพวกต่อสู้กับนาซี ชาวยิวลุกฮือต่อต้านทั้งๆ ที่ทราบดีว่า การกระทำนั้นไม่สามารถหยุดยั้งพวกนาซีได้ และคงมีเพียงผู้ต่อต้านจำนวนน้อยที่สามารถหนีออกไปได้ แต่กระนั้น แม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่เสี่ยงและอันตรายอย่างที่สุด ก็มีผู้ถูกกักขังชาวยิวสามารถรวบรวมผู้คนให้ลุกฮือขึ้นต่อต้านตามค่ายกักกันต่างๆ ของนาซี รวมถึงในค่ายมรณะที่เทรบลิงกา โซบิบอร์ และเอาชวิตซ์

Advertisement

การต่อสู้ที่เก็ตโตวอร์ซอเริ่มต้นในช่วงเย็นของวันพาสโอเวอร์ (วันสำคัญทางศาสนาของชาวยิว) 19 เมษายน 2486 เป็นการก่อกบฏต่อต้านนาซีที่เกิดขึ้นในเขตเมืองเป็นครั้งแรกของบรรดาดินแดนที่ถูกยึดครองโดยระบอบนาซี ทั้งยังเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานที่สุด โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากที่สุดด้วย

ชาวยิวสร้างสิ่งกีดขวางเพื่อหลบซ่อนในที่หลบภัย หลังจากการต่อสู้ที่ดำเนินมาหลายวัน ทหารนาซีจุดไฟเผาและระเบิดบ้านเรือนในเก็ตโตอย่างเป็นระบบ เพื่อกดดันให้ผู้ร่วมต่อต้านออกมาจากที่ซ่อน หลายคนต้องสูญเสียชีวิตไปในกองเพลิงและกลุ่มควัน ผู้ต่อต้านชาวยิวในเก็ตโตวอร์ซอสามารถต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดเป็นเวลานานถึงหนึ่งเดือน

ภาพจาก KLUGER ZOLTAN GPO

ข่าวการลุกฮือแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว และล่วงรู้ไปถึงโลกภายนอกด้วย ขบวนการต่อต้านนี้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของผู้คนจำนวนน้อยที่ต่อสู้กับผู้คนจำนวนมาก เป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ และพลังแห่งจิตวิญญาณของมนุษย์

ในปีเดียวกันนี้เอง ผู้ที่อยู่อาศัยตามเก็ตโตต่างๆ ทั่วทวีปยุโรปก็ลุกฮือขึ้นต่อต้านชาวเยอรมันเช่นกัน พวกเขาจับอาวุธขึ้นสู้ทั้งๆ ที่ทราบดีว่า
ชาวยิวตามเก็ตโตส่วนใหญ่ถูกส่งไปยังค่ายมรณะแล้ว และการต่อต้านของพวกเขาก็ยังไม่สามารถจะปกป้องชาวยิวอื่นๆ ผู้ที่ไม่สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ได้

การอพยพเด็กๆ ก็เป็นจุดมุ่งหมายสำคัญที่อยู่ในใจของบรรดาผู้ต่อต้าน เครือข่ายใต้ดินชาวยิวร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ของชาวยิว และองค์กรอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นของชาวยิว วางแผนและดำเนินการช่วยชีวิตเด็กๆ ชาวยิวให้พ้นจากเงื้อมมือของนาซี ถึงกระนั้นเด็กๆ ที่ยังรอดชีวิตอยู่มีจำนวนเพียงร้อยละ 6 ถึง 11 ของจำนวนเด็กๆ ชาวยิวในยุโรปก่อนสงคราม

ภาพจาก KLUGER ZOLTAN GPO

แม้ว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวจะเกิดขึ้นมาแล้วกว่า 80 ปี แต่ก็เป็นเรื่องน่าสลดใจที่ความเกลียดชัง อคติ การสังหารหมู่ และเหตุการณ์น่าสยดสยองต่างๆ ยังคงมีอยู่ทั่วโลก การจุดเทียนในวันนี้ เป็นการที่เราร่วมรำลึกถึงเหยื่อของโศกนาฏกรรมในอดีต และเพื่อจดจำวีรกรรมของผู้คนที่ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการเพื่อหยุดยั้งความโหดร้ายต่างๆ

เราใคร่ขอเตือนสติบรรดาผู้คนรุ่นปัจจุบันและผู้คนรุ่นต่อๆ ไปให้ระลึกว่าพวกเราเท่านั้นที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อหยุดมิให้ความโหดร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ขอให้เราได้สอนและแนะนำเยาวชนของเราให้หยุดยั้งและแก้ไขความขัดแย้งต่างๆ โดยศึกษาจากข้อผิดพลาดในอดีต เราทุกคนต่างก็มีส่วนร่วมรับผิดชอบ เพื่อทำให้โลกของเราเป็นโลกที่ดียิ่งขึ้น เพื่อบรรดาลูกหลานของเราในอนาคต

ออร์นา ซากิฟ
เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย