เจดีย์บรรจุพระธาตุเก่าแก่ อายุกว่า 500 ปี วัดศรีสุพรรณ จังหวัดเชียงใหม่ พังทลายลงมาจากแรงกัดเซาะของฝน ที่ตกติดต่อกันหลายวันในช่วงปลายเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา
สร้างความเศร้าสลดให้กับคนไทยและคนในพื้นที่ ด้วยเพราะเจดีย์วัดศรีสุพรรณ ถือเป็นหนึ่งในโบราณสถานเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางจิตใจ แหล่งรวมความเชื่อ ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีมายาวนาน

ภายหลังการพังทลาย เหลือให้เห็นเพียงซากอิฐและเศษปูนกองพะเนินสูงเกือบเท่าตึก 2 ชั้น เมื่อเทียบกับอาคารเรียนด้านหลัง ซึ่งกลายเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ ที่อาคารดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบจากการล้มลงขององค์เจดีย์แม้เพียงนิดเดียว ภายใต้ซากปรักหักพัง กลับค้นพบโบราณวัตถุ และสิ่งล้ำค่ามากมาย ที่ส่งต่อจากคนรุ่นก่อน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเชื่อ ความศรัทธา ในพระพุทธศาสนา จากอดีตถึงปัจจุบัน …
หลักฐานความรุ่งเรืองยุคทองของล้านนาใต้กองซากปรักหักพัง
ยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ เล่าเรื่องย้อนหลัง 500 ปี เจดีย์ศรีสุพรรณอาราม หรือเจดีย์วัดศรีสุพรรณ ไว้อย่างน่าสนใจว่า วัดศรีสุพรรณ ถือเป็นวัดเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดีมากที่สุดแห่งหนึ่งในพื้นที่เมืองเชียงใหม่ จากการศึกษา พบหลักฐานฐานโบราณคดีที่สำคัญ คือ จารึกวัดศรีสุพรรณ ซึ่งเป็นจารึกหินทราย อักษรฝักขาม จารึกขึ้นในปี 2052 มีใจความสำคัญ ระบุว่า เจ้าเมืองเชียงใหม่ (พญาแก้ว) และพระราชมาดามหาเทวีเจ้า ได้อัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐาน ณ มหาวิหารใช้ชื่อว่า ศรีสุพรรณอาราม เพื่อถวายกุศลแด่เจ้าแผ่นดินสองพระองค์ จากนั้นได้นิมนต์พระเถระ จากวัดหมื่นล้านให้มาอยู่เป็นอาทิสังฆนายกในพระอารามแห่งนี้ หลังจากนั้นทรงสร้างพระอุโบสถและประดิษฐานพระธาตุในมหาเจดีย์
เนื้อความข้างต้นในจารึก แสดงให้เห็นว่า ศรีสุพรรณอาราม มีความสำคัญในฐานะ เป็นวัดที่กษัตริย์อาณาจักรล้านนาทรงสร้าง มีอายุแรกสร้างอยู่ในช่วงยุคทองของอาณาจักรล้านนา

ศูนย์กลางช่างฝีมือชุมชนเครื่องเงิน
การสร้างวัดศรีสุพรรณ ตั้งแต่เริ่มจนแล้วเสร็จเกิดขึ้นในช่วงปี 2043-2052 เป็นช่วงเวลาที่พุทธศาสนาในอาณาจักรล้านนาได้รับการส่งเสริมให้เจริญรุ่งเรือง ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคพม่าปกครองเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2121-2317 วัดศรีสุพรรณ ไม่ปรากฏชื่อโดยตรงในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใดๆ ในช่วงนี้ สันนิษฐานว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ยังคงสภาพเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและมีคณะศรัทธาดูแลบำรุงเรื่อยมา กระทั่งปี 2325 เป็นต้นมา หลังจากเจ้ากาวิละฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ มีการกวาดต้อนผู้คนมาจากลุ่มน้ำคง หรือสาละวิน โดยนำกลุ่มคนช่างฝีมือทำเครื่องเงินมาตั้งถิ่นฐานบริเวณพื้นที่วัดศรีสุพรรณ ส่งผลให้วัดดังกล่าว กลายเป็นศูนย์กลางของกลุ่มชุมชนช่างทำเครื่องเงินที่มาจากลุ่มน้ำสาละวิน วัดศรีสุพรรณ กลายเป็นวัดนิกายครง หรือนิกายคง และในปี 2400 ยังคงสถานะเป็นวัดที่ได้รับการอุปถัมภ์โดยเจ้าหลวงเชียงใหม่ คือ พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์

หินควอทซ์ นิยมสร้างสมัยล้านนา
เปิดกรุสมบัติ พระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในพระเจดีย์
นักโบราณคดีชำนาญการ ยังบอกด้วยว่า ภายหลังจากเจดีย์พระธาตุ พังทลายลงมา การบูรณะองค์เจดีย์ และแนวทางอนุรักษ์ ตลอดจนการจัดการโบราณวัตถุที่ได้มีการค้นพบหลังเจดีย์ถล่ม ทั้งพระพุทธรูปโบราณสมัยล้านนา แผ่นจารึกลานเงิน และพระบรมสารีริกธาตุ กลายเป็นที่สนใจของคนในแวดวงโบราณคดี การประเมินและตรวจโครงสร้างเบื้องต้น พบโครงสร้างด้านในของเจดีย์มี 2 ชั้น ด้านในสุดสันนิษฐานน่าจะเป็นโครงสร้างสมัยล้านนา ส่วนการก่อเสริมด้านนอกเป็นโครงสร้างที่ได้รับจากการบูรณะใหญ่ โบราณวัตถุที่พบภายในเจดีย์แบ่งได้ 2 กลุ่ม ตามยุคสมัย คือ 1.กลุ่มโบราณวัตถุร่วมสมัยล้านนา พบจากการเก็บกู้โบราณวัตถุระยะเร่งด่วน ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ และทำทะเบียนแล้ว 89 รายการ ประกอบด้วย พระพุทธรูปโลหะ พระพุทธรูปแกะสลักจากหิน ประติมากรรมโลหะ ภาชนะโลหะ ประติมากรรมโลหะ แผ่นจารึกลานเงิน และพระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้น โบราณวัตถุกลุ่มนี้ กำหนดอายุทางศิลปะได้ราวช่วง พุทธศตวรรษที่ 21-22 ร่วมสมัยราชวงศ์มังรายปกครองอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันโบราณวัตถุทั้งหมด ได้รับการทำทะเบียนและมอบให้วัดศรีสุพรรณเก็บรักษา
และ 2.กลุ่มโบราณวัตถุและศิลปะวัตถุ ปี 2518 ประกอบด้วย พระพุทธรูป เรือโลหะจำลอง พระเครื่อง เกจิอาจารย์ และเหรียญกษาปณ์ เป็นต้น โบราณวัตถุและศิลปะหลายชิ้น ปรากฏชื่อ สกุล ของผู้อุทิศถวาย สันนิษฐานได้ว่า กลุ่มวัตถุชุดนี้น่าจะถูกบรรจุเข้าไปในองค์เจดีย์คราวบูรณะใหญ่ เมื่อปี 2518

สำหรับโบราณวัตถุที่ค้นพบจากเจดีย์วัดศรีสุพรรณ นักโบราณคดีระบุถึงชิ้นสำคัญอย่างจารึกวัดศรีสุพรรณ เป็นศิลาจารึกหินทรายแดง อักษรฝักขาม จารึกขึ้นในปี 2052, เจดีย์จำลองโลหะสำริด ด้านในบรรจุจารึกลานเงินวัดศรีสุพรรณ ร่วมกับพระหินแก้วควอตซ์ นิยมสร้างสมัยล้านนา พระพุทธรูปโลหะนาก มีสีสุกปลั่ง สภาพสมบูรณ์เหมือนเมื่อ 500 ปีก่อน และพระบรมสารีริกธาตุ ที่ถูกบรรจไว้ตั้งแต่ยุคทองของล้านนา
“โบราณวัตถุที่พบเป็นภาพสะท้อนของความเจริญรุ่งเรืองของล้านนา มีกษัตริย์มาสร้างวัด ส่วนใหญ่จะเป็นของอุทิศจากชนชั้นสูงในช่วงการก่อสร้างวัด ทั้งนี้ โบราณวัตถุจากเจดีย์อาจไม่ค่อยสมบูรณ์ เพราะก่อนการบูรณะครั้งใหญ่ มีการลักลอบขุดโบราณวัตถุไปจำนวนมาก ส่วนยุค 2518 จะเป็นโบราณวัตถุที่เกี่ยวกับความเชื่อ เรื่องถวายเป็นพุทธบูชา นอกจากสร้างโอกาสเรียนรู้และองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่อย่างมีส่วนร่วม ยังนำไปสู่การเฝ้าระวังและสำรวจโบราณสถานอื่นๆ ในพื้นที่โดยละเอียด ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุพังถล่มซ้ำ” ยอดดนัยกล่าว

น้ำฝน วัชพืช ความชื้น สาเหตุหลักเจดีย์ถล่มล้มทั้งองค์
จากข้อมูล เจดีย์สีทองที่พังทลายลงมานี้เป็นการก่อสร้างใหม่โดยวัดและศรัทธา ในครั้งนั้นมีการก่ออิฐ เสริมปูนซีเมนต์หุ้มทับซากเจดีย์สมัยโบราณไว้ภายในโดยไม่มีการเสริมโครงสร้างความมั่นคง น้ำหนักกดทับ การก่ออิฐใหม่หุ้มไว้นั้นเป็นการเพิ่มน้ำหนักไปกดทับซากโบราณสถานที่อยู่ด้านนอก เมื่อน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นโดยไม่มีการเสริมโครงสร้างความมั่นคง วัชพืช น้ำฝนและความชื้น เมื่อผ่านกาลเวลามาหลายสิบปีจึงเกิดรอยร้าวขนาดเล็กทำให้วัชพืชสามารถเจริญเติบโตจนรากของวัชพืชนั้นชอนไชเข้าไปภายในได้ ต่อมารอยร้าวขยายตัวจนทำให้น้ำฝนไหลซึมเข้าไปภายในและไม่สามารถระบายออกได้เนื่องจากทาสีทอง (สีน้ำมัน) เคลือบองค์เจดีย์ไว้ทั้งหมด ขณะที่ความชื้นจากใต้ดินไม่สามารถระเหยขึ้นบนผิวดินได้ตามปกติ เนื่องจากพื้นที่โดยรอบเจดีย์เป็นคอนกรีตและแอสฟัลติกคอนกรีต ปัจจัยทั้งหมดนี้คือสาเหตุสำคัญ
เมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างไม่สามารถคงอยู่ได้จึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

อนุมัติงบฉุกเฉิน 2 ล้าน เร่งอนุรักษ์ฟื้นฟู
พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพของเจดีย์วัดศรีสุพรรณที่พังทลายลงมา พบว่า เจดีย์สีทองที่พังทลายลงมานี้เป็นการก่อสร้างเจดีย์ใหม่ หุ้มองค์เจดีย์ที่บรรจุพระธาตุซึ่งเป็นโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากร โดยหลังเจดีย์วัดศรีสุพรรณพังทลายลงเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 กรมศิลปากรได้อนุมัติงบฉุกเฉินจำนวน 2 ล้านบาท เข้ามาดำเนินงานอนุรักษ์และฟื้นฟูเบื้องต้น โดยจะมีการศึกษารูปแบบสถาปัตยกรรม การศึกษาทางโบราณคดีเพื่อสร้างองค์ความรู้จากนั้นจะเพิ่มเติมงบประมาณเมื่อมีแนวทางอนุรักษ์ชัดเจนต่อไป อย่างไรก็ตาม กรมศิลปากรจะไม่ต่อเติม ไม่ทำในสิ่งที่ไม่รู้ จะรักษาความเป็นของแท้ดั้งเดิม แต่หากวัดมีความประสงค์จะสร้างเจดีย์ครอบขึ้นมา จะสนับสนุนเรื่องวิชาการ รูปแบบเจดีย์สมัยพระเมืองแก้วเป็นอย่างไร เพื่อให้ถูกต้องตามรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา เพราะเป็นวัดที่พระเมืองแก้ว กษัตริย์ราชวงศ์มังรายแห่งอาณาจักรล้านนาเป็นผู้สร้าง
“การบูรณะเจดีย์ศรีสุพรรณ ทางวัดยังไม่ได้ข้อสรุป อาจสร้างเจดีย์ครอบใหม่ นำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุจากวัดบรรจุไว้ใต้เจดีย์เหมือนเดิม หรือนำโบราณวัตถุมาจัดแสดงในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ ซึ่งกรมศิลปากรพร้อมจะช่วยด้านวิชาการและการจัดแสดงให้เป็นมาตรฐานสากล” พนมบุตรกล่าว
แม้เจดีย์วัดศรีสุพรรณพังทลาย แต่ในอีกแง่มุม ทำให้กรมศิลปากรกำหนดอายุโบราณวัตถุได้แม่นยำมากขึ้น เนื่องจากพบข้อมูลทางโบราณคดีที่เกิดประโยชน์ต่อแนวทางการอนุรักษ์เจดีย์วัดศรีสุพรรณ เป็นตัวอย่างการบูรณาการโดยใช้สรรพกำลังที่มี ได้แก่ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ นักโบราณคดีส่วนกลาง กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ภัณฑารักษ์จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ และนักจดหมายเหตุ ร่วมทำงานอนุรักษ์กับวัด ชุมชน โดยไม่มีความขัดแย้ง และเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของประเทศ

ร่วมสร้างบุญ ส่งต่อประวัติศาสตร์สู่รุ่นหลัง
พระครูพิทักษ์สุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ กล่าวว่า การพังทลายของเจดีย์ครั้งนี้ ทำให้พบหลักฐานหลายอย่างที่บันทึกไว้ในจารึก ว่าเป็นความจริงอย่างชัดเจน แนวทางการบูรณะ คงจะต้องปฏิสังขรณ์จัดสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ขึ้นมาใหม่ เพราะเป็นการล้มลงมาทั้งองค์ ถือเป็นบุญของเราที่จะได้จัดสร้างให้เหมาะสม ซึ่งต้องรอการออกแบบร่วมกันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับโบราณวัตุที่ค้นพบนั้น มีผู้สนใจอยากเข้าชมจำนวนมาก แต่ยังไม่มีโอกาสเปิดให้ประชาชนได้เข้าชม เพราะยังกังวลในเรื่องความปลอดภัย ดังนั้น จึงมีแนวคิด จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ที่มีความแข็งแรงอยู่ภายใต้องค์เจดีย์ ส่วนงบประมาณจะมาจากที่ใดนั้น เชื่อว่า ผู้มีจิตศรัทธา จะร่วมแรงร่วมใจบูรณะเจดีย์ขึ้นมาใหม่ได้ดังเดิม และถูกต้องตามหลักสถาปัตยกรรมล้านนา
สำหรับผู้สนใจ ร่วมทำบุญปฏิสังขรณ์ พระบรมธาตุเจดีย์ ศรีสุพรรณอาราม ได้ที่ เลขบัญชี 662-0-325998 ธนาคารกรุงไทย สาขาประตูเชียงใหม่ ถือเป็นบุญครั้งใหญ่ได้ร่วมสร้างและอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไป
เบญจมาศ เกกินะ

