‘ฐานเป็นเกลียวคลื่น สื่อถึงที่สถิตย์ของพญานาคซึ่งอาศัยอยู่ในบาดาล มหาสมุทร แม่น้ำ หนองน้ำ บ่อน้ำทั้งหลาย
ทรงกลม สื่อถึงเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นแกนกลางของโลกและจักรวาล
ดอกบัว เป็นสัญลักษณ์ของโลกุตร คือ การหลุดพ้น
พญานาคเลื้อยพันรอบเขาพระสุเมรุ มีนัยยะถึงการปกป้องคุ้มครองธรรมชาติและรักษาพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงสถาวรสืบไป’
ข้อความข้างต้นคือถ้อยคำจาก พระเมธีวรญาณ คณบดีคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่อธิบายถึงประติมากรรมงดงามซึ่งตั้งตระหง่านในงานแถลงข่าวรางวัล ‘โพธิคยานาคาธิบดี’ ออกแบบโดย กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ.2540
เตรียมมอบแด่บุคคลและองค์กรที่ทุ่มเทและเสียสละในการเผยแผ่พระศาสนา และเรื่องราวอันเกี่ยวเนื่องกับ ‘พญานาค’ ในวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ ณ สวนสาธารณะองค์พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร
ย้อนไปเมื่อพุธที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ห้องประชุมชั้น 6 บริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด คึกคัก แน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการประกาศ 11 รายนามของผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ รวมถึงจับจ้องนาทีจรดปากกาลงนาม ข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการส่งเสริมสนับสนุนทางวิชาการทางพระพุทธศาสนาและงานวิจัย ระหว่าง คณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กับ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ซึ่งคาดหวังถึงความก้าวหน้าในเชิงวิชาการด้านพุทธศาสนาและพญานาคในหลากมิติบนแผ่นดินอุษาคเนย์ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความคิด ความเชื่อและ ‘วัฒนธรรมร่วม’ มาช้านาน


16 ปีแห่งความร่วมมือ ฝันเชื่อมโยง ‘แผ่นดินพุทธเป็นหนึ่งเดียว’
ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กล่าวสัมโมทนียกถาของ พระธรรมโพธิวงศ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรสถาบันโพธิคยาฯ หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย–เนปาล ถึงการดำเนินงานของสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 แล้วเปิดเผยถึงการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ว่ามีขึ้นเพื่อสนับสนุน ต่อยอดงานวิจัยด้านพระพุทธศาสนาทั้งในระดับชาติ และภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งขณะนี้ได้สรุปงานวิจัยชุดแรกไปแล้ว ในหัวข้อ ‘อิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคที่มีต่อพระพุทธศาสนาในประเทศไทย’ ภายใต้แผนการวิจัยหัวข้อ ‘อิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาในลุ่มแม่น้ำโขง’ และมีแผนลงพื้นที่ศึกษาวิจัยในหัวข้อเดียวกันที่ลาว กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา เร็วๆ นี้
“สถาบันโพธิคยาวิชชาลัยกับ มจร ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องมา 16 ปี ไม่เคยหยุด รวมถึงมูลนิธิวีระภุชชงค์ โดยคุณพ่อวินัย วีระภุชงค์ได้ให้การสนับสนุนปัจจัยมาตลอด จนเกิดโครงการธรรมยาตรา
พุทธศาสตร์การทูต พุทธพลิกสุวรรณภูมิ มาถึงงานวิจับเกี่ยวกับพญานาค ผมเองเดินทางเข้าออกอินเดีย ถ้านับรวมแล้วเกือบ 40 ครั้ง ตอนนี้รวบรวมกัลยาณมิตรจาก 5 แผ่นดิน ซึ่งการลงนามวันนี้ มีขึ้นเพื่อสานต่อการทำงานไปอีก 5 ปี ในการวิจัยพญานาคทั้ง 5 ประเทศที่นับถือพุทธเถรวาทเป็นหลัก เปรียบเสมือนเรามีพ่อคนเดียวกัน คือองค์พระตถาคต หรือองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เราเกิดในลุ่มน้ำโขงก็เหมือนเราเกิดในภูมิลำเนาเดียวกัน มีแม่คนเดียวกันคือ แม่น้ำโขง ผมฝันเห็นความร่วมแรงร่วมใจเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของรัฐบาลกลุ่มลุ่มน้ำโขง ในการขึ้นทะเบียนมรดกโลกภูมิปัญญาท้องถิ่นกับยูเนสโก นี่คือจุดยืนหรือเป้าหมายหลัก…เรามีความฝันที่จะเชื่อมโยงแผ่นดินพุทธให้เป็นหนึ่งเดียว” ดร.สุภชัยกล่าว

เปิดตัว ผอ.หลักสูตร ‘พุทโธปนายิกศาสตร์’
อัพเดตคืบหน้า เตรียมลงพื้นที่ศึกษา พญานาค 15 ตระกูล
นอกจากนี้ ดร.สุภชัยยังอัพเดตความคืบหน้าว่าทางสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้ทำจดหมายไปยัง สปป.ลาว เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตอบรับอย่างเป็นทางการ
“ถ้ามีการตอบรับแล้ว ทาง มจร คงนำคณะนักวิจัยลงพื้นที่วิจัยเรื่องพญานาค 15 ตระกูล ใน สปป.ลาวต่อไป รวมทั้งผ่านไปยังกัมพูชาศึกษาความเชื่อเรื่องพญานาคตั้งนครวัด นครธมที่มีเรื่องราวสนุกสนานอิงพระไตรปิฎกอีกเยอะมาก” เลขาสถาบันฯแย้ม ก่อนเล่าต่อไปว่า นอกเหนือจากที่กล่าวมา ยังมีความร่วมมือด้านการจัดการบริการวิชาการแก่สังคมด้วยหลักสูตรพระพุทธศาสนาระยะสั้น โดยปีนี้มีแผนเปิดหลักสูตร ‘พุทโธปนายิกศาสตร์’ หรือ ‘ภาวะผู้นำที่มั่นคงในวิถีพุทธ’ อีกด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ยังประกาศเปิดตัวผู้อำนวยการหลักสูตร นามว่า มาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา รวมถึงเนปาล ทั้งยังเคยบวชเรียนที่ประเทศอินเดียมาแล้ว
“หลักสูตรที่ดำเนินมานั้น ความฝันของพวกเราคือต้องการสร้างองค์ความรู้ในทางพุทธธรรมที่ทำให้เกิดขึ้นในจิตใจของผู้นำ และผู้นำสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเห็นจริงเป็นรูปธรรมในชีวิตและสามารถสั่งสอน อบรม พุทธบริษัท 4 ได้ตามแนวทางพุทธปณิธาน เติมเต็มให้พุทธบริษัท 4 มีความรู้ ความเข้าใจ นอกจากรู้และเข้าใจยังต้องปฏิบัติได้ เผยแผ่ได้ แก้ข้อติฉินนินทาว่าร้ายได้ เราคงมีงานต่างๆ ออกมาอีกเยอะในอนาคต” ดร.สุภชัยกล่าว
สำหรับรางวัล ‘โพธิคยานาคาธิบดี’ นั้น ดร.สุภชัยเอ่ยว่า ถือกำเนิดขึ้นเพื่อค้นหา ยกย่อง และเชิดชูเกียรติผู้อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา โดยถอดความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคในด้านการเจริญทางพุทธิปัญญา และการสร้างศรัทธาให้เกิดพลังมาเป็นแนวทางในการทำงานพัฒนาตนเองและสังคมสู่สันติสุข
ทิพย์วรรณ วีระภุชงค์ กรรมการมูลนิธิวีระภุชงค์ เสริมว่า ขออนุโมทนาบุญกับผู้ได้รับรางวัลโพธิคยานาคาธิบดีทั้ง 11 รางวัล ซึ่งล้วนเป็นผู้อยู่ในเส้นทางแห่งกุศลความดีในการทำงานออกมาให้สาธารณชนได้รู้จักอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเผยความรู้สึกปลื้มปีติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมลงนามข้อตกลงทางวิชาการกับ มจร และสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ซึ่งมีการดำเนินการด้านพุทธศาสนาอันสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของมูลนิธิที่ให้ความสำคัญต่อกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ทั้งการศึกษาพระพุทธธรรม และการสนับสนุนพระพุทธศาสนา การร่วมมือครั้งนี้จึงนับเป็นโอกาสมหากุศล
ด้าน พระเมธีวรญาณ คณบดีคณะพุทธศาสตร์ มจร เน้นย้ำว่า คณะพุทธศาสตร์ มจร มีเป้าประสงค์ผลิตบัณฑิต การวิจัย และการบริการวิชาการเพื่อพัฒนาจิตใจ และสังคมโดยศาสตร์ทางพุทธศาสนาแบบบูรณาการ จึงร่วมกับสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และมูลนิธิวีระภุชงค์ ซึ่งให้ความสำคัญกับงานด้านพระพุทธศาสนา


คัดแล้วคัดอีก ประชุม 9 ครั้ง มติเอกฉันท์ 11 รางวัล
จากนั้น ถึงช่วงไฮไลต์ เมื่อ ดร.อภัย จันทนจุลกะ ในฐานะประธานคณะกรรมการรางวัลโพธิคยานาคาธิบดี ประกาศรายนามบุคคลและองค์กรที่ได้รับรางวัล ‘โพธิคยานาคาธิบดี’ รวมทั้งสิ้น 11 รางวัล โดยมีเกณฑ์สำคัญคือความทุ่มเทและเสียสละ มีผลงานชัดเจนในการดำเนินกิจการและส่งเสริมพระพุทธศาสนา รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพญานาค
คณะกรรมการผู้ร่วมตัดสินมาจากหลากหลายวงการ ร่วมประชุมคัดแล้วคัดอีกด้วยเลขมงคลถึง 9 ครั้ง จนได้มติเป็นเอกฉันท์
“เราวางหลักเกณฑ์ว่า ประการที่หนึ่ง ท่านต้องเป็นผู้อุทิศ ทุ่มเท เสียสละ ในการทำงานรับใช้พุทธศาสนา เพื่อสนับสนุนการเผยแผ่และการปกป้องพุทธศาสนา ประการที่สอง ต้องมีผลงานเป็นที่รับรู้ และมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจน ว่าได้ดำเนินกิจการส่งเสริมงานด้านพุทธศาสนาและ/หรือผลงานที่เกี่ยวข้องกับพญานาคที่โดดเด่นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานพอสมควร ประการที่สาม ถ้าเป็นองค์กร ต้องทำคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนา กรรมการประชุมถึง 9 ครั้ง ไม่มีใครยอมใคร ให้ความเห็นกันเต็มที่ โดยพิจารณามอบรางวัลให้คณะบุคคลและองค์กร รวม 11 รางวัลเป็นเอกฉันท์” ดร.อภัยกล่าว
สำหรับรางวัลดังกล่าว แบ่งเป็นสาขาต่างๆ ได้แก่
1.สาขาส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา ประเภทบุคคล
3 รางวัล ได้แก่ พระธรรมราชานุวัตร, พระเทพวัชราจารย์, ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย
2.สาขาส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา ประเภทองค์กร
3 รางวัล ได้แก่ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก, ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
3.สาขาพุทธศิลป์ ประเภทบุคคล ได้แก่ อาจารย์วนิดา พึ่งสุนทร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (แบบประเพณี) ประจำปี 2546, วัชราศิลป์ พิสิษฐ์กูล จิตรกรอัจฉริยะรุ่นเยาว์
4.สาขาสื่อมวลชนเพื่อพระพุทธศาสนา ประเภทบุคคล ได้แก่ ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และศิริชัย บุญชิต หรือหนึ่ง นาคา ผู้ผลิตรายการและพิธีกรรายการคนหัวนาค
5.สาขาสื่อมวลชนเพื่อพระพุทธศาสนา ประเภทคณะบุคคล ได้แก่ รายการตามรอยนาคา ช่องยูทูบนาคาทีวี ดำเนินรายการโดย พศิน เรืองวุฒิ
เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างกึกก้องหลังการประกาศจบลง


‘ขรรค์ชัย’ คว้า สาขาสื่อ
ข่าวสาร หนังสือ บทกวี ชีวิต อุทิศ ‘พระศาสนา’
ครั้นไล่ดูลิสต์รายนาม พบ ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัลสาขาสื่อมวลชนเพื่อพระพุทธศาสนา
“ถ้าไม่มีสื่อเพื่อกระจายข่าวและไม่มีบุคคลที่เป็นผู้นำให้ความสำคัญด้านศาสนา ข่าวสารข้อมูลคงไม่ไปสู่พี่น้องประชาชน วันนี้เราพิจารณาเห็นว่าท่านขรรค์ชัย บุนปาน เป็นนักทัศนาจรดูงานด้านพุทธศาสนา และประวัติศาสตร์ ร่วมกับคุณสุจิตต์ วงษ์เทศมาตลอด” ดร.อภัยเอ่ย
เมื่อย้อนประวัติชีวิต ก่อนก่อตั้งหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน และเป็นนักเขียนรางวัลศรีบูรพา ประจำปี พ.ศ.2548 ขรรค์ชัย มีความสนใจด้านพุทธศาสนาอย่างเด่นชัด สะท้อนผ่านผลงานมากมายตั้งแต่วัยหนุ่ม อาทิ ร่วมจัดทำนิตยสารช่อฟ้ารายเดือนของมูลนิธิอภิธรรมวัดมหาธาตุ, ผลงานที่สอดแทรกในบทความ เรื่องสั้น บทกวี อาทิ ‘ชานหมากนอกกระโถน’ (2512) กล่าวถึงโลกของพระภิกษุ–สามเณร, ‘ใบลานหลังธรรมาสน์’ (2515) ซึ่งอัญเชิญปัจฉิมโอวาทของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเผยแพร่ตั้งแต่หน้าแรก, ‘ประดับไว้ในโลกา’ โดย สำนักพิมพ์มติชน รวมบทสดุดีคุณงามความดีผู้จากไป ซึ่งตั้งชื่อเรื่องตามวรรคสุดท้ายของฉันท์ที่ประพันธ์โดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส เนื้อหารวมคำไว้อาลัยต่อผู้ที่นับถือ
ปัจจุบัน ผลงานของขรรค์ชัย ยังคงปรากฏในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน หน้า ‘ทุกฉบับวันอาทิตย์ ในรูปแบบของโคลงวิพากษ์สังคม–การเมืองไทย และสถานการณ์โลก โดยบทกวีจำนวนมากมีการสอดแทรกและเปรียบเปรยด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
นอกจากนี้ยังมีบทบาทในผลักดันด้านการอนุรักษ์ บูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามมากมาย ผ่านโครงการ “แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง” ซึ่งมติชน ร่วมกับมูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ และมูลนิธิบรรจง พงศ์ศาสตร์ ในวาระขึ้นสู่ปีที่ 35 ของหนังสือพิมพ์มติชน อาทิ บูรณปฏิสังขรณ์ ‘ศาลาการเปรียญวัดแก้วไพฑูรย์’ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ กระทั่งเสร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ.2560, ผลักดันการสร้าง ‘ศาลาท่าน้ำ’ วัดนางนองวรวิหาร สมัยรัชกาลที่ 3 ขึ้นใหม่จากภาพถ่ายเก่าสมัย รัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ.2559
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนโครงการปลูกต้นสัก–ตะเคียน รวมถึงไม้ยืนต้นในวัดและโรงเรียนต่างๆ เพื่อนำมาบูรณะซ่อมแซม วัด โบสถ์ ศาลาการเปรียญ หรือกุฏิพระที่ปลูกสร้างด้วยไม้ ทั้งเก่าแก่และทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมให้คงคุณค่าต่อไปในอนาคต ในวาระก่อตั้ง นสพ.ข่าวสด ครบ 23 ปี เมื่อ พ.ศ.2556 เป็นต้นมาสืบจนปัจจุบัน
เรียกได้ว่า โพรไฟล์แน่นใน ‘การพระศาสนา’ ตั้งแต่วัยเยาว์จนเกือบย่างเข้า 8 ทศวรรษของชีวิต
โพธิคยานาคาธิบดี นับเป็นรางวัลทรงเกียรติ เช่นเดียวกับโครงการร่วมมือว่าด้วยการส่งเสริมสนับสนุนทางวิชาการอันจะนำมาซึ่งองค์ความรู้มุ่งสู่ความเสถียรสถาพรแห่งพระพุทธศาสนาสืบไปในลุ่มน้ำสำคัญแห่งอุษาคเนย์
พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร

