อาศรมมิวสิก : เพลงมรดกของชาติ 112 ปี วงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 17.00-19.00 น. ณ สวนหน้าสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ติดกับสวนสะพานพระราม 8 วงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร นำโดยผู้อำนวยการสำนักการสังคีต ควบคุมวงโดย ดร.วานิช โปตะวนิช ซึ่งจะนำบทเพลงมรดกของชาติ อาทิ เพลงศรีอยุธยา เพลงชาติฉบับดั้งเดิม เนื้อร้องฉบับของขุนวิจิตรมาตรา และนายฉันท์ ขำวิไล เพลงไทยรวมกำลัง ต้นตระกูลไทย ระบำชุมนุมเผ่าไทย ลาวจ้อย ตื่นเถิดชาวไทย ใต้ร่มธงไทย ในน้ำมีปลาในนามีข้าว บ้านเกิดเมืองนอน รักกันไว้เถิด ค้างคาวกินกล้วย ดวงจันทร์ บัวขาว เงาไม้ ผู้ชนะสิบทิศ ยอยศพระลอ รำวงมาตรฐาน แต่งเนื้อโดยท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม

วงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร เป็นวงดุริยางค์สากลที่เก่าแก่ที่สุดวงหนึ่งของสยาม เริ่มก่อตั้งโดยอัลเบอร์โต นาซารี (Alberto Nazzari พ.ศ.2426-2462) เดินทางจากเมืองตูริน อิตาลี วันที่ 10 กันยายน 2454 โดยเรือปรินซ์อลิส (Princes Alice) ใช้เวลา 18 วันถึงสิงคโปร์ (วันที่ 28 กันยายน) เดินทางมาถึงบางกอกเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2454 รวมเวลาเดินทาง 22 วัน เป้าหมายคือการจัดตั้งวงดนตรีเพื่อใช้บรรเลงในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 6 อย่างเป็นทางการ กำหนดการแสดงวันที่ 1 ธันวาคม 2454 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวงดุริยางค์เครื่องสายฝรั่งหลวง อยู่ในกรมมหรสพหลวง นับถึงปัจจุบันมีอายุได้ 112 ปี

อัลเบอร์โต นาซารี เป็นผู้ควบคุมวงดนตรีอยู่ประจำที่เมืองตูริน อิตาลี ในฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) พ.ศ.2454 มีงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมโลก (World Exposition) ที่เมืองตูริน อัลเบอร์โต นาซารี ทำหน้าที่ควบคุมวงดนตรีประจำเมือง บรรเลงในซุ้มของประเทศอิตาลี ซึ่งมีซุ้มติดกับประเทศสยาม ทำให้เจ้านายของสยาม (พระองค์เจ้าบวรเดช) ประทับใจฝีมือการควบคุมวงดนตรีของอัลเบอร์โต นาซารี มาก จึงได้ว่าจ้างให้มาทำวงดุริยางค์สากลตามแบบแผนให้แก่ประเทศสยาม

อัลเบอร์โต นาซารี มาอยู่สยามได้ 3 ปี 4 เดือน ได้รับจดหมายให้กลับไปเป็นทหารรับใช้ชาติอิตาลีเพื่อรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 2458 วงเครื่องสายฝรั่งหลวงของสยามขณะนั้นไม่มีคนนำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้โปรดให้ขุนเจนรถรัฐ ซึ่งทำงานอยู่ที่การรถไฟหลวง ให้มาทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมวงดนตรีแทนอัลเบอร์โต นาซารี ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “หลวงเจนดุริยางค์” เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2460 เข้าทำงานอยู่ในกรมมหรสพหลวง

Advertisement

ขณะที่อัลเบอร์โต นาซารี กลับไปอิตาลี ก็มีคนรักชื่อโรซาเลีย (Rosalia) มีลูกด้วยกันคนหนึ่งเป็นผู้หญิงชื่อเปาลา นาซารี (Paola Nazzari) เมื่ออัลเบอร์โต นาซารี ต้องออกเดินทางไปทำหน้าที่ทหารที่เมืองอื่น ก็ต้องจากโรซาเลียโดยที่นาซารียังไม่รู้เลยว่าเขามีลูกสาวอยู่ในท้อง นาซารีไม่เคยเห็นหน้าลูก ไม่ได้จูบลาลูกสาวเลย

หลานสาวของอัลเบอร์โต นาซารี (Adriana Lo Faro) ซึ่งเป็นลูกของเปาลา นาซารี ที่เกิดจากโรซาเลีย ได้เดินทางตามหาชีวิตคุณตาอัลเบอร์โต นาซารี ที่มารับราชการและเสียชีวิตในประเทศสยาม เธอเข้ามาค้นหาข้อมูลเมื่อเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2553 ได้เขียนบันทึกเรื่องราวชีวิตของ อัลเบอร์โต นาซารี เอาไว้ ชื่อหนังสือว่า “ขบวนช้างเผือกยาตรา” พิมพ์ที่เมืองโตริโน (Torino) เป็นภาษาอิตาลี พ.ศ.2554

มกราคม 2461 อัลเบอร์โต นาซารี ได้เดินทางกลับมายังสยามอีกครั้งหนึ่ง ได้ทำหน้าที่พัฒนาวงดนตรีเครื่องสายฝรั่งหลวงใหม่โดยร่วมมือกับพระเจนดุริยางค์ รับนักเรียนดนตรีอายุ 12-14 ปี เข้าเรียนดนตรีเครื่องสาย กำหนดจัดการแสดงโอเปร่าชวนหัว (Cavalleria Rusticana) ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2461 ซึ่งมีเวลาทำงานเตรียมวงและเตรียมนักร้องประมาณ 9 เดือน เป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในเวลานั้น

Advertisement

อัลเบอร์โต นาซารี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2462 อายุได้ 36 ปี ด้วยโรคปอดบวม เพราะได้จมน้ำในคลองสาทร ถูกนำส่งโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ อยู่ในโรงพยาบาลได้ 7 วัน ฝังศพไว้ที่ป่าช้าคาทอลิก สีลม ต่อมาวงเครื่องสายฝรั่งหลวงก็อยู่ในความดูแลของพระเจนดุริยางค์ กระทั่งปี 2483 พระเจนดุริยางค์นำวงอยู่ 23 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วงดุริยางค์ของกรมศิลปากรรุ่งเรืองมาก เพราะการเมืองพระเจนดุริยางค์ได้ย้ายไปอยู่ที่วงดุริยางค์กองทัพอากาศ จนเกษียณจากราชการ

จากปี 2460-2483 พระเจนดุริยางค์ได้สร้างมาตรฐานของวงเครื่องสายฝรั่งหลวง (ดุริยางค์สากล กรมศิลปากร) ไว้สูงมาก มีมาตรฐานการบรรเลง มีมาตรฐานในการสร้างงานของชาติ และเป็นวงที่มีมาตรฐานในการสร้างบทเพลงของวงดุริยางค์สากล ซึ่งเป็นรากฐานนำความเจริญทางดนตรีให้สืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน

ชีวิตส่วนตัวของพระเจนดุริยางค์นั้น จาคอฟ ไฟต์ (Jacob Feit) ซึ่งเป็นบิดา ได้กำชับไว้ไม่ให้พระเจนดุริยางค์ทำงานด้านดนตรีเป็นอันขาด ท่านอ้างว่า “คนไทยเราไม่ใคร่สนใจในศิลปะการดนตรีเท่าใดนัก ชอบทำกันเล่นๆ สนุกๆ ไปชั่วคราวเท่านั้น แล้วก็ทอดทิ้งไป”

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้พระราชทานตำแหน่งหน้าที่ให้พระเจนดุริยางค์เป็นผู้นำวงเครื่องสายฝรั่งหลวงต่อจากอัลเบอร์โต นาซารี พระเจนดุริยางค์ก็หลีกหนีจากวงดนตรีไม่ได้ทั้งชีวิต

พระเจนดุริยางค์มีภรรยา 3 คน ภรรยาคนแรกชื่อ เอธา เอ็ดลีฟสัน (Etha Edlefsen) มีลูกด้วยกัน 6 คน ภรรยาคนที่สองชื่อบัวคำ มีลูกด้วยกัน 3 คน และภรรยาคนที่สามชื่อส้มลิ้ม มีลูกด้วยกัน 5 คน รวมแล้วพระเจนดุริยางค์มีลูก 14 คน (หนังสือเพลงชาติ / สุกรี เจริญสุข พ.ศ.2532)

สำหรับการแสดงของวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร รายการดนตรีในสวน วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 เริ่มเวลา 17.00 น. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสบรรยากาศที่สวยงามของสวนและริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ยุงก็ยังไม่ชุกชุมนัก มีลมพัดเย็นสบาย วงดุริยางค์สากลเตรียมเพลงมา 18 เพลง สามารถที่จะแสดงให้ความบันเทิงแก่ผู้ฟังได้อย่างจุใจทีเดียว แสดงที่หน้าอาคารโบราณของสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา มีแสงสีสวยงาม

ทราบข่าวว่าโรงละครแห่งชาติจะปิดซ่อมอีกครั้ง โดยมีงบประมาณที่สูง (940 ล้าน) ใช้เวลาซ่อมถึง 3 ปี ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ของการละคร การแสดงดนตรี ทั้งวงดนตรีไทยและวงดนตรีสากล ก็ต้องหยุดการแสดงไปโดยปริยาย มิตรรักแฟนเพลงทั้งหลายก็หมดโอกาสที่จะชื่นชมดนตรีได้ นักดนตรีเองก็ไม่มีพื้นที่จะแสดง ซึ่งต้องหาพื้นที่อื่นไปแสดง เพราะดนตรีจะหยุดเล่นหรือหยุดซ้อมไม่ได้ จากโคลงโลกนิติ เขียนไว้ว่า

“เจ็ดวันเว้นดีดซ้อม ดนตรี
อักขระห้าวันหนี เนิ่นช้า
สามวันจากนารี เป็นอื่น
วันหนึ่งเว้นล้างหน้า อับเศร้า ศรีหมอง”

สำหรับเพลงมรดกของชาติโดยวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร เป็นการนำเพลงที่เป็นรากฐานของชาติที่มีมาแต่ พ.ศ.2475 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นยุคที่วงดุริยางค์สากลรุ่งเรืองสุด ถึงวันนี้ก็มีคำถามว่า วงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร ซึ่งมีอายุ 112 ปี เก่าแก่ที่สุดและเป็นวงดุริยางค์ของชาติจะไปต่ออย่างไร จะนำรสนิยมของชาติไปได้อย่างไร

บทบาทหน้าที่จากนี้ไปซึ่งได้เปลี่ยนจากกรมมหรสพหลวง เป็นกรมศิลปากร เป็นกระทรวงวัฒนธรรม อย่าลืมว่า “ดนตรีเป็นพลังมวลเบา” (Soft Power) ที่มีบทบาทมากสุดในยุคปัจจุบัน กระทรวงวัฒนธรรมจะเดินต่อไปอย่างไรกับเพลงของชาติ ทั้งเพลงไทยและเพลงพื้นบ้านที่ยังดิบๆ อยู่อีกกว่า 4,000 เพลง ซึ่งยังมีเพลงยอดนิยมอีกหลายหมื่นเพลง กระทรวงวัฒนธรรมนั้นมีงบประมาณอยู่ปีละ 9,000 ล้าน แล้วจะทำอย่างไรกับเพลงมรดกของชาติ ประชาชนคนไทยทุกคนต่างเฝ้าคอยและจับตาดูอยู่

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image