เมื่อขึ้นปีใหม่ จะมาพร้อมกับความหวัง อยากเห็นสิ่งใหม่ โอกาสใหม่ แต่ความคิดแบบนี้ในปี 2566 ของคนส่วนใหญ่หายไป หลังจากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤตมายาวตลอด 3 ปี ดังนั้น ขึ้นปีใหม่ปีนี้มาพร้อมกับความรู้สึกกังวล สับสน และลังเลต่อสถานการณ์โลก ปัญหาเดิมๆ จะรุนแรงขึ้นอีกไหม หรือปัญหาใหม่ๆ อะไรจะมาอีก กลายเป็นความบั่นทอนความเชื่อมั่นของคนไทยต่อ
มุมมองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างแท้จริงแล้วหรือ เพื่อให้แจ่มชัดขึ้น เครือมติชนจึงจัดเสวนาใหญ่ ภายใต้หัวข้อ “Thailand : New Episode บทใหม่ประเทศไทย 2023” ในวันที่ 25 มกราคม 2566 ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (รางน้ำ) โดยเชิญผู้รู้และผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่ 5 คน มาเสวนาพิเศษ สะท้อนถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน ปัจจัยบวก ปัจจัยเสี่ยง วิธีการรับมือวิกฤต แนะการสร้างโอกาส และข้อเสนอในหลากหลายแง่มุม
และถือเป็นกิจกรรมหนึ่งเนื่องในโอกาสหนังสือพิมพ์มติชนก้าวเข้าสู่ปีที่ 46 งานเสวนาใหญ่ครั้งนี้เป็นการผนึกทีมของ มติชน ประชาชาติธุรกิจ และข่าวสด ได้เชิญนักธุรกิจ ผู้บริหาร และผู้แทนจากบริษัทชั้นนำเข้าร่วมฟัง ส่วนผู้สนใจทั่วไปสามารถรับชมการถ่ายทอดสดทางสื่อเครือมติชน

ประเทศไทยต้องคว้า3โอกาส
“Thailand : New Episode บทใหม่ประเทศไทย 2023” เริ่มที่ “กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเสวนาในหัวข้อ “Thailand opportunity” เกริ่นนำถึงปัจจัยและโอกาสประเทศไทย ตอนหนึ่งกล่าวว่า “โอกาสของประเทศไทยโค้งนี้เป็นโค้งที่สำคัญที่สุด ปี 2566 จะเป็นโค้งที่กำหนดว่าประเทศไทยจะเป็นหมู่ หรือเป็นจ่า ผมคิดว่าไทยได้ผ่าน Perfect Storm แล้วเมื่อปี 2565 ปี 2566 นี้ไทยกำลังเข้าปีที่ 2 จากวิกฤตรอบนี้ ที่เราได้ผ่านไปได้ 1 ใน 3 ของช่วงวิกฤต ที่ผ่านมามรสุมพัดเข้าผ่านไทย ตั้งแต่หัวมรสุม ผลพวงที่ตามมา และสิ่งที่ต้องเก็บกวาด มรสุมตั้งแต่โรคโควิด-19 ระบาด เหตุการณ์รัสเซียบุกยูเครน ตลาดการเงินโลกปั่นป่วน เกิดวิกฤตอาหารโลก วิกฤตพลังงานโลก วิกฤตเงินเฟ้ออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ปี 2565 โลกผันผวนตลอดแต่ทั่วโลกก็ต่อสู้จนได้ผ่านมาถึงวันนี้ ปัญหาต่างๆ เริ่มคลี่คลาย เงินเฟ้อเริ่มลด ดอกเบี้ยเริ่มไม่ขึ้น สินทรัพย์บางส่วนเริ่มฟื้นตัว แต่อีกหลายเรื่องซึมลึก ไม่อาจคลี่คลายได้เร็ว อย่างภาคผลิต การส่งออก ประเทศเศรษฐกิจยังซบเซา ทำให้มองว่าเศรษฐกิจโลกยังถดถอย ซึมเศร้า กำลังซื้อลด ความซบเซาของดีมานด์ต่างๆ เกิดทั่วโลก เกิดลดคน เลิกจ้างกะทันหัน จึงอยากเอาภาพเหล่านี้มาเตือนใจทุกคนว่าเราอาจอยู่หางของมรสุม”

ก่อนลงจากเวที “กอบศักดิ์” แนะนำไว้ว่า “ปี 2566 ต้องเตรียมว่าจะรับมือความผันผวนระยะสั้นอย่างไร และเมื่อวิกฤตผ่านไปเศรษฐกิจโลกฟื้นแล้ว เตรียมการเพื่ออนาคตอย่างไร โดยมองว่าไทยยังมีโอกาสสำคัญรออยู่ข้างหน้า เพียงแต่จะหยิบฉวยโอกาสมาเป็นของเราได้หรือไม่ กับ 3 โอกาส นั่นคือ โอกาสการลงทุนที่ดีที่สุด ที่โดยธรรมชาติตลาดหมีผ่านไปตลาดกระทิงจะมาแทนที่ โอกาสไทยเป็นฮับของภูมิภาค ซึ่งทั่วโลกมองว่าเอเชียคือเป้าหมายลงทุน และโอกาสบริษัทไทยก้าวออกไปยึดครองภูมิภาค หากผ่านจุดนี้ได้จะเป็นโค้งสำคัญที่สุดจะกำหนดว่าประเทศไทยเป็นใครใน 10 ปีข้างหน้า”

สตาร์ตบทใหม่อุตสาหกรรมอนาคต
ตามด้วย “เกรียงไกร เธียรนุกุล” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสวนาในหัวข้อ New Episode เศรษฐกิจ–อุตสาหกรรมไทย ที่ตอกย้ำบทใหม่ของอุตสาหกรรมอนาคตที่ไทยต้องก้าวให้ถึง สรุปได้ว่า “เศรษฐกิจโลกปีนี้อยู่ในนิยามใหม่ BANI World โดย B คือ Brittle (เปราะบาง) ปัญหาจากอัตราเงินเฟ้อสูง และดอกเบี้ยขาขึ้น A คือ Anxious (ความกังวล) ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ N คือ Nonlinear (คาดเดายาก) ในปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และ I คือ Incomprehensible (ความไม่เข้าใจ) จากการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นดิจิทัล ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพาต่างชาติจากท่องเที่ยวและการส่งออก ดังนั้น เมื่อทั่วโลกเตือนว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวจากปัจจัยที่มีอยู่มาก ถือเป็นสิ่งท้าทาย”
เมื่อถามถึง New Episode ของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยนั้น “เกรียงไกร” ระบุไว้ว่า ปี 2566 ไทยจะได้รับจากสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก คือต้นทุนการผลิตคงสูงอยู่ ทำให้เงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าประเทศที่เหนือกว่าไทย ทั้งมาเลเซีย เวียดนาม สาเหตุเพราะต้นทุนไทยสูงกว่า โดยเฉพาะค่าไฟ ค่าแรง ทำให้ความสามารถการแข่งขันไทยลดลง ดังนั้น ถ้ายังอยู่กับอุตสาหกรรมเดิม โตแบบโมเดลเดิมๆ ไทยเรายังโตก็จริง แต่โตเพียง 3% อยู่แบบนี้เรื่อยๆ ฉะนั้น การสร้างเศรษฐกิจใหม่ด้วยอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่คัดเลือก S-Curve 12 อุตสาหกรรม จะเป็นประโยชน์กับไทยเอง อย่าง New Economy ของปี 2566 ให้น้ำหนักไปในกลุ่มบีซีจีโมเดล อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีอัจฉริยะ และเศรษฐกิจดิจิทัล

บทบาทคนรุ่นใหม่สร้างนิวไทยแลนด์
ขณะที่ “สมโภชน์ อาหุนัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรืออีเอ เสวนาหัวข้อ “เดินหน้า New S-curve” ตอนหนึ่งว่า “ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความลำบากมากๆ เพราะบุญเก่าที่มีกำลังจะหมดไป ตอนนี้ความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ไม่ได้มีโอกาสเหมือนที่เราเคยเห็นมาในอดีต แต่สิ่งที่พยายามจะบอกคือ ในวิกฤตมีโอกาสเสมอ หากเราสามารถมองภาพออกเสมอ หากมีวิกฤตสามารถเข้าไปอยู่ในจุดนั้นได้อย่างไร ทั้งในอุตสาหกรรม หรือเศรษฐกิจ”
โดย “สมโภชน์” หยิบประเด็นมุมมองการจัดการปัญหาค่าไฟฟ้าในไทยมีราคาแพง โดยเขาชี้ให้เห็นว่า ราคาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นไม่ได้มาจากต้นทุนวัตถุดิบ หรือเชื้อเพลิงอย่างเดียว แต่มาจากยังไม่ได้บริหารไปให้ถึงจุดเหมาะสมที่สุด พลังงานฟอสซิลที่ไทยใช้มีราคาที่สูง ถือเป็นอุปสรรค ขณะที่อุตสาหกรรมใหม่ๆ ทั่วโลกต้องการใช้พลังงานสะอาดในการทำธุรกิจ แต่ไทยไม่มี จึงเป็นตัวเลือกหลังๆ หากเรามองวิกฤตออกเราจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ และถ้ายังแก้ไขเรื่องต้นทุนพลังงานไม่ได้จะไม่มีประเทศไหนมาลงทุนในไทยเพิ่มเติมแน่นอน ฉะนั้น การหาทางออกของวิกฤตพลังงานคือ green diesel bio-jet fuel จะเป็นคำตอบ และอีกสิ่งที่ต้องมีคือ รัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ ในรูปแบบที่เป็นที่พึ่งพา หรือเป็นส่วนสนับสนุนอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องเป็นส่วนเดินนำด้วย เราควรต้องหารัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ และกล้าทำสิ่งใหม่ โดยเฉพาะคำว่าไทยแลนด์ เฟิร์สต์ เราทุกคนต้องร่วมมือกัน เพราะวิกฤตที่ทำให้ทุกคนตื่นมา หากเราสามารถข้ามไปได้เราจะเกิดเป็นนิว ไทยแลนด์ ทันที หากเราทำสำเร็จสิ่งที่จะเห็นคือความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยจะน้อยลง โอกาสดีๆ จะเหลือให้กับคนรุ่นต่อไป

นิวเจเนอเรชั่น ในการร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทย
ท่องเที่ยวไทยการบินไทยทะยาน
อนาคตภาคท่องเที่ยวเป็นอย่างไร “ชาญศิลป์ ตรีนุชกร” ผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เสวนาหัวข้อ Speed up การบินไทย–ท่องเที่ยวไทย ฉายภาพของวันนี้ ว่าวิกฤตโควิด-19 ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการบินและธุรกิจการบินของโลกต้องติดลบกว่า 4 ปี รุนแรงกว่าวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ เกิดขึ้นเมื่อปี 2551-2552 ติดลบอีก 2 ปี ธุรกิจการบินถึงกลับมาเติบโต แต่เกิดโควิด-19 เป็นช่วงที่ธุรกิจการบินขาดทุนสูงสุดในรอบ 100 ปี ตั้งแต่มีธุรกิจการบินมา หรือประมาณ 4 ล้านล้านบาท ทั้งโลกหยุดกิจกรรมทั้งหมด รวมทั้งกระทบต่อธุรกิจแอร์พอร์ตและแรงงาน หลายสายการบินในโลกต้องหยุด ต้องเลิก และล้มละลาย รวมถึงการบินไทยที่ต้องเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งแผนปัจจุบันการบินไทยกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งหนึ่ง โดย 1.เจรจาแฮร์คัตหนี้เรื่องเครื่องบิน 2.แปลงหนี้เป็นทุน ต่อไปปี 2567-2568 การบินไทยจะมีทุนเป็นบวก และกลับมาขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้อีกครั้งปลายปี 2567 หรือต้นปี 2568 ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาได้มีการปรับโครงสร้างและขนาดองค์กรเพื่อความคล่องตัวในการแข่งขัน การบินไทยแปลงวิกฤตเป็นโอกาส รีบฟื้นธุรกิจ จึงทำให้สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ใน 3 ปี คาดปี 2566 การบินไทยดีกว่าเดิมแน่นอน หากไม่มีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้น
“ขณะนี้การบินไทยฟื้นไปพร้อมกับตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ การบินไทยเราผ่านจุดต่ำสุด มีโอกาสกลับมาทะยานอีกครั้ง แต่ภาคท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบินคงใช้เวลานานกว่าวิกฤตครั้งก่อนๆ หลายฝ่ายยังมองฟื้นตัวเต็มอย่างเร็วก็ 1-2 ปีจากนี้”

พลังนิวเจเนอเรชั่นยุค2023
ส่งท้ายด้วย “ภูวนาท คุนผลิน” พิธีกร–นักจัดรายการวิทยุ ร่วมพูดคุยหัวข้อ “พลัง New Gen ขับเคลื่อนประเทศ” โดยฉายภาพให้เห็นถึงพลังของกลุ่มนิวเจเนอเรชั่น ในการร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทย ตอนหนึ่งที่เขากล่าวไว้ “ในปี 2023 ผมมองว่ามันไม่ใช่แค่แบ่งเจเนอเรชั่นเท่านั้นแล้ว แต่มันเป็นยุคที่ทุกคนต้องการความเป็นตัวเอง ทุกคนอยากรู้สึกว่าฉันเป็นฉันในแบบที่ไม่เหมือนใคร แต่ให้ความเคารพกัน ถือว่าเป็นการเคลื่อนตัวไปสู่เรื่องที่ดี การตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่มันสะท้อนสิ่งใหญ่ๆ มาถึงคนทุกรุ่นที่เกิดแรงกระเพื่อม ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ ทั้งสังคม เศรษฐกิจ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น และยิ่งมีโซเชียลมีเดีย ทำให้บางอย่างเปลี่ยน แปลงไปมาก เพราะนี่คือพลังของนิวเจเนอเรชั่น”
นี่เป็นเพียงบางส่วนของการเสวนา ดังนั้น เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสจะได้รับรู้สิ่งดีๆ แบบละเอียดที่เกิดขึ้นในเสวนา “Thailand : New Episode บทใหม่ประเทศไทย 2023” ผู้สนใจสามารถรับชม รับฟังย้อนหลังได้ทางเพจเฟซบุ๊ก Matichon Online, Prachachat, Khaosod, และช่องทางยูทูบ Matichon tv, Matichon Online, Prachachat, Khaosod TV รวมคำบรรยายภาษาอังกฤษทางเพจ FB Khaosod English
คนที่ได้รับฟังจะตระหนักได้ว่า “วิกฤต เท่ากับ โอกาส” นั้นเป็นอย่างไร!!
นวลนิตย์ บัวด้วง

