หน้าแรก ประชาชื่น คอลัมน์ ประสา...

คอลัมน์ ประสานักดูนก: First Flight

5.12.16 | 16:17 น.

วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2559 พญาเหยี่ยวอีกตัว มีโอกาสกลับคืนป่าเต็งรัง บ้านที่นักล่ามีปีกพึงอาศัยอยู่ ทำหน้าที่ควบคุมประชากรของนกและสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ให้อยู่ในภาวะสมดุลของระบบนิเวศ

“พฤกษา” เป็นชื่อของเหยี่ยวต่างสี เพศเมีย “รหัส KU453” ที่มีคนใจบุญและรักนกอย่างแท้จริง พบว่านกหมดแรง ยืนอยู่บนพื้นในหมู่บ้านพฤกษากาญจน์ จ.กาญจนบุรี โชคดีของเหยี่ยวดงขนาดใหญ่ที่สุดในบ้านเราตัวนี้ที่ไปพบคนรักนกจริงๆ ไม่คิดจะเลี้ยงมัน หรือนำไปประกาศขายต่อหาเงินเข้ากระเป๋าตนเอง แต่ทราบจากสืบค้นทางอินเตอร์เน็ตว่า มี “โครงการฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ/นกนักล่าเพื่อปล่อยคืนธรรมชาติ” โดย “คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์” ร่วมกับ “กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช” เพื่อช่วยเหลือ รักษาและฟื้นฟูสุขภาพของนกนักล่าบาดเจ็บหรือพลัดหลง ให้กลับคืนบ้านที่ควรอยู่ตามหลักสวัสดิภาพของสัตว์ป่า ความเมตตาต่อสัตว์และภารกิจต่อสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายของราชอาณาจักรไทย

คนช่วยเจ้าพฤกษาจึงนำมันมาส่งที่หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อฯ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน สัตวแพทย์ประจำหน่วยฯ ตรวจร่างกาย เก็บเลือดจากหลอดเลือดดำที่คอแล้วส่งห้องปฏิบัติการ จึงพบสาเหตุที่พฤกษาหมดแรงอยู่ในหมู่บ้าน เพราะมีเลือดจางหรือภาษาทางการแพทย์ว่า anemia เมื่อฟื้นฟูสุขภาพนาน 5 เดือนให้ฝึกบินในกรงขนาดใหญ่ ฝึกล่าหนูบ้าน หนูสวนปาล์ม ซึ่งเป็นหนึ่งในเหยื่อตามธรรมชาติของเหยี่ยวต่างสี ร่วมกับตรวจโรคติดต่อสำคัญในเหยี่ยวหรือนก ว่าปลอดโรคไข้หวัดนกหรือโรคไวรัสนิวคาสเซิล และพยาธิเม็ดเลือดแล้ว สัตวแพทย์มั่นใจว่าพฤกษาอยู่ในสภาพพร้อมที่จะกลับไปดำรงชีวิตด้วยตนเองในฐานะนักล่าที่มีฐานะบนสุดของห่วงโซ่อาหาร จึงส่งหนังสือขออนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อปล่อยนกนักล่าในถิ่นอาศัยที่เหมาะสมชนิดพันธุ์

ในกรณีของ พฤกษา เป็นเหยี่ยวต่างสี ซึ่งเป็นเหยี่ยวดง ประจำถิ่นในป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ หรือชายป่า รวมทั้งในสวนปาล์ม คนเขียนก็เคยพบเหยี่ยวต่างสีจับหนูในสวนปาล์ม ลอยละล่องร่อนลมร้อนผ่านหน้าผ่านเขาเรดาร์มาแล้ว

ครานี้ คนเขียนเลือก “หอนกยูง” หอชมสัตว์ป่าริม “ห้วยทับเสลา ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง” เป็นจุดปล่อย เพราะปลายฝนเช่นนี้ น้ำมาก สัตว์ป่านานาชนิดก็มากตามไปด้วย เมื่อน้ำคือสัญลักษณ์แห่งชีวิต นกเปล้า นกป่าอื่นๆ กระรอก กระแตอันเป็นเหยื่อในธรรมชาติของเหยี่ยว ย่อมวนเวียนเข้ามาใช้ประโยชน์ของลำห้วย นับเป็นสัปปายะของเหยี่ยวต่างสีที่จะทำหน้าที่คัดเลือกสัตว์ที่มีสภาพแข็งแรงไว้ และคัดออกสัตว์ที่อ่อนแอ ไม่ปราดเปรียว กลายเป็นเหยื่อของเหยี่ยว ตามวัฏจักรของนักล่าที่ล่าเมื่อหิว อิ่มแล้วก็หยุดล่า หาได้ล่าหรือเบียดเบียนชีวิตอื่นอยู่ร่ำไปเพราะโลภ

Advertisement

ทีมงานประกอบด้วย เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของเขตฯ ห้วยขาแข้ง ในฐานะพยานในการปล่อย ตัวแทนของกรมอุทยานแห่งชาติฯ นิสิตช่วยงาน และคนเขียนในฐานะสัตวแพทย์ผู้ประเมินสภาพของนก มาถึงลานหญ้าหน้าหอชมสัตว์ ยามบ่าย เวลา 13.42 น (เผื่อใครเสี่ยงโชค ฮา..) จนท.พิทักษ์ป่าจึงเป็นผู้คืนอิสรภาพ และชีวิตนักล่าแห่งพงไพรให้พฤกษาอีกครั้ง

พญานกตัวใหญ่ อายุน้อยโผออกจากกล่องเคลื่อนย้าย สยายปีก โชว์ First Flight อย่างสง่างามสมพญาเหยี่ยวแห่งป่าโปร่ง

หวังว่าพฤกษาจะพิสูจน์ตนเอง ยืนด้วยขาและบินด้วยปีก เติบใหญ่กลายเป็นเหยี่ยวต่างสีเต็มวัยที่จะสร้างอาณาเขต จับคู่ตุนาหงัน สร้างลูกหลานของตนเอง เติมเต็มประชากรของเหยี่ยวต่างสีในธรรมชาติต่อไปครับ