8 มีนาคม วันสตรีสากล 2023
ในห้วงเวลาที่โลกยุคใหม่เดินหน้ามุ่งเน้นความเท่าเทียมกันของชาย–หญิง รวมถึงเพศหลากหลาย
ไม่ว่าจะในบริบทของชีวิตประจำวัน ไปจนถึงหน้าที่การงานที่หญิงเก่ง หญิงแกร่ง ซึ่งสามารถมีความก้าวหน้าทางอาชีพได้ไม่ว่าจะสาขาใด แม้แต่การควบคุมโรงงานขนาดใหญ่
ดังเช่น ธนพร รัมนี่ย์ แห่ง SABIC Thailand บริษัทผู้ผลิตเคมีภัณฑ์จากซาอุดีอาระเบีย
ในวัย 49 ปี นั่งเก้าอี้ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายอุตสาหกรรมการผลิตประจำโรงงานประเทศไทย (ระยอง) และญี่ปุ่น (Moka)
จากพื้นฐานครอบครัวที่ทำฟาร์ม แต่ส่วนตัวสนใจวิทยาศาสตร์จึงเลือกเรียนเคมีจนจบปริญญาตรีและโทจากสาขาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนคว้าปริญญาโทอีกใบจากมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ในสาขาบริหารธุรกิจ (ธุรกิจระหว่างประเทศ)
เข้าร่วมงานที่ SABIC Thailand ใน พ.ศ.2545 เพียง 5 ปี ต่อมา ได้เป็นผู้นำทีมพนักงาน 105 คน ที่โรงงานผลิต ในจังหวัดระยอง โดยดำรงตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน ซึ่งในช่วงเวลานี้มีจำนวนพนักงานผู้หญิงเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว กระทั่ง พ.ศ.2564 ได้รับเลือกให้ดูแลโรงงานผลิตที่ Moka ประเทศญี่ปุ่น โดยรับหน้าที่ผู้แนะนำและดูแลพนักงาน 120 คนอีกด้วย
จากประสบการณ์กว่า 20 ปี ผู้จัดการหญิงเก่งเล่าว่า ในการทำงานทั้งในไทยและต่างแดน พบว่า ประเด็นการแบ่งแยกเพศ ความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียมระหว่างหญิง–ชาย รวมถึง LGBTQ+ นั้น โดยทั่วไปวัฒนธรรมไทยมีแนวโน้มที่จะยอมรับได้มากกว่า และเราก็มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย เมื่อพูดถึงผู้หญิงในอาชีพการงาน โดยก่อนหน้านี้การโฆษณาหางานจะระบุอย่างชัดเจนถ้าพวกเขาต้องการผู้ชายในการทำตำแหน่งนั้นๆ แต่ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมานี้ การโฆษณาหางานกลับมุ่งเน้นที่ความสามารถ หรือประสิทธิภาพในการทำงาน มากกว่าจะเจาะจงว่ามองหาคนทำงานว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

พัฒนาการดี แต่ยังมีประเด็นให้แก้ แนะเลิกทัศนคติ‘เหมารวมเรื่องเพศ’
ครั้นมองพัฒนาการทางสังคมที่ให้ความสำคัญกับผู้หญิง รวมถึงความเท่าเทียมทางเพศในปัจจุบัน ธนพรเผยว่า ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีประเด็นให้เดินหน้าแก้ไขต่อไปในอนาคต
“เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายในทางที่ดีขึ้น เมื่อพูดถึงผู้หญิงในทีมงาน มันเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เรายังควรต้องให้ความสำคัญกับวาระเรื่องความเสมอภาคทางเพศ ยกตัวอย่างเช่น ทัศนคติเหมารวมเรื่องเพศควรได้รับการแก้ไขต่อไป เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายในการสร้างสรรค์สังคมที่มองถึงความสามารถมากกว่าการมองที่เพศ ซึ่งจะเป็นสังคมที่เปิดโอกาสไปสู่เส้นทางอาชีพที่มีความหมายมากขึ้นสำหรับผู้หญิง เช่นเดียวกับการสร้างให้ที่ทำงานยอมรับในความหลากหลายครอบคลุม ดิฉันเชื่อมั่นว่าทุกคนมีพลังในการท้าทายกับเรื่องทัศนคติเหมารวมเรื่องเพศและอคติต่างๆ ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถปูทางไปสู่อนาคตที่ก้าวหน้าได้ยิ่งขึ้น
การแสดงออกด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของผู้หญิง การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ และการแสดงการขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ จะช่วยสร้างสถานที่ทำงานที่ผู้หญิงสามารถเติบโตทางอาชีพการงานได้” ธนพรกล่าว
เมื่อลงลึกถึงแนวทางและนโยบายของ SABIC ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของการส่งเสริมผู้หญิง และการช่วยสร้างความมั่นใจว่าพนักงานทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมในการเติบโตในสายงาน เจ้าตัวเผยว่า ทางบริษัทตระหนักว่าประสบการณ์ ความรู้ และความคิดที่หลากหลาย รวมถึงบรรยากาศในการมีส่วนร่วมของพนักงาน เป็นสิ่งที่ทำให้มีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
“เรามองหาพนักงานที่ใจกว้าง มีพรสวรรค์ และมีความกระตือรือร้นอยากรู้อยากเห็น และสร้างสภาวะที่เหมาะสมสำหรับความสามารถของพวกเขาในการเติบโตทางอาชีพการงาน เช่น สภาพแวดล้อมการทำงานที่ตอบโจทย์พนักงาน การมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการส่งเสริมให้มีอำนาจในการตัดสินใจ นอกจากนี้ ยังเปิดรับการเปลี่ยนแปลงด้วย ไม่ว่าจะเป็นการมีนโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น และทางเลือกในการทำงานจากที่บ้านให้กับพนักงาน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการดูแลและปกป้องสุขภาพจิตใจ อารมณ์ และสุขภาพกายของพนักงาน”
สองวัฒนธรรม‘เท่าเทียมทางเพศ’
เห็นอกเห็นใจ สร้างสภาพแวดล้อมปลอดภัย
ส่วนความ ‘เหมือนและต่าง’ ระหว่างสังคมไทยและญี่ปุ่น ต่อประเด็น ‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ ในที่ทำงานและเส้นทางเติบโตทางอาชีพ ธนพร ผู้ได้สัมผัสทั้ง 2 วัฒนธรรมผ่านการทำงาน มองว่า ทั้งสองสังคมมีความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อลำดับชั้นและผู้ที่สูงอายุกว่าที่ประเทศไทยมีการยอมรับผู้หญิงในที่ทำงานมากขึ้น ในขณะที่ในญี่ปุ่นสังเกตเห็นว่าสิ่งนี้ถือเป็นเรื่องปกติมากกว่า ในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว
ไม่ถามไม่ได้ว่ามองอย่างไรต่อบทบาทของผู้หญิงในความสำเร็จของอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งมักมี ‘ภาพจำ’ ต่อความเป็นชาย มากกว่าหญิง
ธนพร ตอบว่า ผู้หญิงนำความเห็นอกเห็นใจสู่การทำธุรกิจซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นช่วยให้สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ในตนเองได้ดีขึ้น และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อื่นรู้สึกว่าได้รับการต้อนรับและถูกรับฟัง
“การรับฟังทุกมุมมองโดยไม่ตัดสินไปเอง และการรับฟังแนวคิดใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเป็นทักษะที่สำคัญมาก ผู้คนอาจพบว่าตนเองปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่ขาดความกระตือรือร้น ซึ่งสิ่งนี้อาจส่งผลเสียต่อทั้งตัวพนักงานและบริษัท แต่ด้วยการยอมรับความเห็นอกเห็นใจ เราสามารถกำหนดตัวเองบนเส้นทางของการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเร่งให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วขึ้น”

‘ปิดช่องว่าง’ยังเป็นปัญหาระดับโลก
องค์กรเป็นธรรม สำเร็จระยะยาว
มาถึงคำแนะนำต่อผู้ประกอบการ ในด้านทัศนคติการให้โอกาสทุกเพศเท่าเทียม ผู้จัดการอาวุโสท่านนี้แนะว่า องค์กรควรให้ความสำคัญในความเสมอภาค การตอบแทนที่เป็นธรรม ซึ่งต้องการทั้งความตระหนักรู้และการดำเนินการ
“การปิดช่องว่างเรื่องนี้ยังคงเป็นปัญหาระดับโลก ท้ายที่สุดแล้วองค์กรที่มุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมที่ให้รางวัลอย่างเป็นธรรมและตระหนักถึงการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคนจะประสบความสำเร็จในระยะยาว ในกรณีของดิฉันที่ซาบิก ดิฉันได้รับโอกาสให้เป็นผู้นำทีมในโรงงานผลิตแห่งหนึ่ง และอีก 14 ปีต่อมา พวกเขาเห็นว่าเหมาะสม ที่จะให้ดิฉันบริหารจัดการไซต์งานอื่นในประเทศอื่นๆ ซึ่งทำให้ดิฉันได้มีโอกาสในการเป็นผู้นำคนกว่า 200 คน และวัฒนธรรมการทำงานที่นี่ทำให้ดิฉันเป็นที่รู้จัก เป็นที่ยอมรับ และเพื่อนร่วมงานจำนวนมากก็ต้องการประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กับดิฉันด้วย” ธนพรกล่าว
ยกระดับทักษะ อย่าหยุดเรียนรู้ เคล็ดไม่ลับ
ได้เปรียบในเส้นทางอาชีพ
สุดท้าย เมื่อขอให้ฝากกำลังใจถึงผู้หญิง และเพศสภาพอื่นๆ ในการยืนหยัดอย่างมั่นใจในศักยภาพของตนบนเส้นทางการทำงาน ธนพรย้ำว่า ส่วนตัวแล้วมีความเชื่ออย่างมากในการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการยกระดับทักษะ
“การที่เรามีฐานความรู้ที่สมบูรณ์จะสามารถช่วยให้เราได้เปรียบในเส้นทางอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคแห่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้และการยกระดับทักษะไม่เพียงช่วยในการพัฒนาอาชีพเท่านั้น แต่ยังช่วยให้บรรลุความสำเร็จในระดับตัวบุคคลอีกด้วย ท้ายที่สุดแล้ว ทักษะของเราคือสิ่งที่จะช่วยให้เราได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และสามารถส่งมอบคุณค่าของผลงานให้กับองค์กรได้อีกด้วย” ธนพรฝากไว้ให้คิด
นับเป็นหญิงเก่งผู้มีความมาดมั่น มากด้วยความรู้ ความสามารถบนเส้นทางอาชีพ ที่ความเป็นหญิงไม่อาจเป็นกำแพงกั้นขวาง

