เสียดสี ตีแผ่ แก้เผ็ดอำนาจนิยม คุยกับ ‘ไข่แมว’ ศิลปินรับเชิญบูธมติชน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21 นี้ สำนักพิมพ์มติชน มีเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่สำหรับมิตรรักแฟนศิลปะและคอการ์ตูนการเมือง ด้วยศิลปินรับเชิญประจำ บูธสำนักพิมพ์มติชน M49 อย่าง “ไข่แมว” ศิลปินนักวาดการ์ตูน เจ้าของเพจการ์ตูนล้อเลียนการเมือง ผู้ใช้การ์ตูน 4 ช่อง สร้างเรื่องราวล้อเลียน เสียดสี ตีแผ่สังคมการเมืองไทยด้วยไอเดียแหลมคม และอารมณ์ขันแบบเจ็บๆ คันๆ ที่สื่อสารด้วยตัวละครเพียงไม่กี่ตัว (แต่คุ้นหน้าเหลือเกิน) เกาะกระแสข่าวเด่นประเด็นร้อนทางสังคมการเมืองไทยได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว และโดนใจประชาชนชาวไทย จนมีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กเกือบครึ่งล้านคน
มาพร้อมกับสำนักพิมพ์มติชนที่มีหมุดหมายสร้างสรรค์หนังสือซึ่งสนทนากับหลากแง่มุมของสังคมในธีม ‘BOOKSELECTION’ จับมือร่วมสร้างปรากฏการณ์ความแสบสันต์ ในบทสนทนาสุดเสียดสีที่พร้อมจะพานักอ่านกระโดดออกจากกฎ ทะลุออกจากกรอบ ลุกมาตั้งคำถามต่อสังคมและการเมือง ไปจนถึง “การอ่าน” ที่เรา(ต้อง)เลือกได้
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาร่วมกันทำความรู้จักกับตัวตน ความรู้สึกนึกคิด และแรงบันดาลใจของศิลปินนักวาดการ์ตูนสุดแสบสันต์อย่าง “ไข่แมว” ผู้นี้ผ่านบทสัมภาษณ์ของเขาไปพร้อมๆ กัน!

⦁ แรกเลย “ไข่แมว” มีจุดเริ่มต้นขึ้นมาได้อย่างไร?
แรงบันดาลใจเริ่มต้นในการถือกำเนิด ไข่แมว เกิดจากช่วงเวลาที่เกิดรัฐประหารใหม่ๆ รัฐบาลทหารที่ยึดอำนาจออกคําสั่งจับกุมตัวประชาชนไปปรับทัศนคติกันเยอะมาก ตอนนั้นถ้าใครโพสต์วิพากษ์วิจารณ์หรือแซะรัฐบาลเมื่อไหร่ ก็จะโดนสั่งจับตัวไปปรับทัศนคติทันที ก็เลยวาดเป็นการ์ตูนล้อเลียนเผด็จการออกมา ตอนแรกก็วาดเล่นๆ วาดไปวาดมา คนเริ่มแชร์เยอะขึ้น ผมเลยคิดว่าทำเป็นเพจขึ้นมาดีกว่า ก็เลยเกิดเป็นเพจไข่แมวขึ้นมา ที่ตั้งชื่อว่า ‘ไข่แมว’ ผมได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูน ‘ไข่กวน’ (โดย ยุชิโต้ อุซุย ผู้วาดเครยอน ชินจัง) และความเป็นทาสแมวของผม
⦁ ทำไมถึงเลือกเขียนการ์ตูน?
ที่เลือกเขียนการ์ตูนเพราะคิดว่าเราน่าจะถนัด และการ์ตูนก็เป็นงานที่น่าจะสื่อสารกับคนได้มากกว่าสื่ออื่นๆ ด้วยความที่การ์ตูนมีความเป็นแฟนตาซี เราสามารถจับประเด็น โน่น นี่ นั่น มาใส่ในการ์ตูนให้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน หรือเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นร้อนๆ ในสังคมตอนนั้นๆ ว่ามีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้น เราก็เอามาผสมกับสิ่งที่กำลังฮิตๆ ในช่วงเวลานั้นอย่างหนัง, เพลง, การ์ตูน สำหรับผม การวาดออกมาเป็นการ์ตูนในสไตล์ของเรานั้นง่ายกว่าการพิมพ์ออกมาเป็นตัวหนังสือ
⦁ พอวาดการ์ตูนที่มีมุขตลกร้าย เสียดสีวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจรัฐแบบนี้ออกมา คุณมีความกลัวหรือลังเลก่อนที่จะวาดบ้างไหม ?
จริงๆ ผมก็เล่นมุขในขอบเขตของผมนะ เท่าที่เล่นคือมุขล้อพวกเผด็จการ แต่ถ้าไปไกลหรือแรงกว่านั้นผมก็จะยั้งเอาไว้ เอาจริงๆ คือผมอยากเล่นมุขแรงๆ อยู่แล้วแหละ แต่ถ้าคนที่แชร์การ์ตูนของผมไปแล้วโดนแจ้งความ คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือคดีอื่นที่ร้ายแรงกว่านั้นจากโพสต์ของเรา ผมก็คงรู้สึกแย่ แต่ท้ายที่สุด ผมก็แค่อยากจะสื่อสารในสิ่งที่ผมคิดออกมา ถ้าแค่วาดการ์ตูนล้อเลียนแล้วจะผิดกฎหมาย ต้องโดนคดีความ โดนจับติดคุกก็ติดไป ช่างมัน แต่เท่าที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีใครโดนแจ้งความจากการแชร์การ์ตูนของผมนะ เพราะผมไม่ได้วาดออกมาเป็นภาพเหมือนอะไรขนาดนั้น จริงๆ ผมก็เขียนด่าเผด็จการไปตรงๆ แหละ แต่เหมือนการตีความของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางทีคนอ่านอาจจะตีความไปอีกแบบหนึ่ง ก็อาจจะมีช่องว่างทางกฎหมายบางอย่างที่ทำให้เรายังวาดการ์ตูนล้อเลียนได้ แต่ผมก็ไม่ได้ศึกษากฎหมายอะไรขนาดนั้นนะ ผมแค่มองว่าภาพที่ผมวาดล้อเลียนนั้นไม่ได้เหมือนเท่าไหร่ แต่ถ้าใครจะคิดว่าเหมือน ก็แล้วแต่วิจารณญาณของเขา

⦁ ส่วนใหญ่ศิลปินที่อาศัยและทำงานอยู่ในประเทศที่อำนาจรัฐควบคุมและจำกัดสิทธิเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก มักจะมีความสามารถในการล้อเลียนเสียดสี วิพากษ์วิจารณ์ หรือแม้แต่ก่นด่าผู้มีอำนาจรัฐได้อย่างแนบเนียน จนผู้เป็นเป้าหมายแทบไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกด่าอยู่ คุณเองก็เป็นแบบนั้นไหม?
จริงๆ เขาอาจจะรู้ว่าเราด่านะ แต่เขาไม่ได้สนใจมากกว่า หรือเขาอาจจะไม่เห็น เพราะเขาไม่ได้ติดตาม ในกรณีเพจของผมนะ หรือเขามองว่างานของเราไม่ได้ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมอะไร ก็แค่วาดการ์ตูน จะไปทำอะไรเขาได้? ก็วาดไปสิ เขาไม่ได้สนใจ ผมมองว่าสิ่งที่ผมทำเป็นแค่การสื่อสารประเด็นเหล่านี้ให้ออกไปในวงกว้าง ให้คนที่เห็นได้ฉุกคิด ถ้าคนฉุกคิด ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวเอง และอาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคมได้ในที่สุด แต่คนจะคิด จะทำหรือไม่ นั่นก็อีกเรื่อง ผมก็แค่พยายามสื่อสารสิ่งเหล่านี้ออกไปให้ได้มากที่สุดมากกว่า

⦁ ใครบางคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า วิธีการแก้เผ็ดและลดทอนอำนาจของเผด็จการ และเป็นการเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ ของประชาชนที่ถูกกดขี่ คือการทำให้เผด็จการกลายเป็นตัวตลก คุณคิดแบบนั้นไหม?
ก็ต้องดูว่าเผด็จการรู้สึกเจ็บแสบไหม เวลาที่ถูกทำให้เป็นตัวตลก ถูกคนขำ ผมว่าเผลอๆ เขาก็อาจจะไม่แคร์หรอกนะ ถ้าเราคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขารู้สึกเจ็บแสบ ก็อาจเป็นไปได้ ในช่วงแรกๆ ที่เกิดรัฐประหารใหม่ๆ ทุกคนต่างอึดอัด อัดอั้นตันใจ เพราะถูกควบคุมอย่างหนัก ไม่เหมือนในปัจจุบันที่เพดานสูงขึ้น ตอนนั้นพอมีใครออกมาทำอะไรแบบนี้ขึ้นมาให้เขาได้สะใจบ้าง ก็เหมือนเป็นการปลดปล่อยในอีกรูปแบบหนึ่ง
⦁ ครั้งหนึ่งคุณเคยบอกว่า ถ้าไม่มีเผด็จการ ก็จะไม่มีไข่แมวก็เป็นได้?
ก็คงจะจริง เพราะถ้าไม่มีเผด็จการ ผมก็คงจะไม่มีแรงจูงใจที่จะสร้างงานพวกนี้ออกมา ผมก็อาจจะไปทำอย่างอื่น แต่ถ้าเกิดเรื่องแย่ๆ ในสังคมขึ้นอีก ผมก็อาจจะทำงานอีกสไตล์หนึ่งออกมาก็ได้

⦁ ท้ายสุด ไข่แมวรู้สึกยังไงบ้างที่ได้ร่วมงานกับสำนักพิมพ์มติชนในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งนี้?
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ร่วมงานกับมติชนในการจัดบูธให้เป็นสไตล์แบบไข่แมว ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อน พอมติชนติดต่อมา ก็ตกลงรับทำโดยไม่ลังเล รู้สึกดีใจที่ได้เผยแพร่งานของตัวเองอยู่ในบูธงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ พอเด็กๆ ที่มางานหนังสือเดินผ่านบูธแล้วเขาอาจจะสนใจการ์ตูนของผม เขาอาจจะสะดุดว่ามีการ์ตูน แล้วจูงแม่ไปบูธนี้ ได้ไปเห็น ได้อ่านหนังสือดีๆ เริ่มซึมซาบ มีโอกาสตื่นรู้เรื่องสังคมการเมือง แต่จริงๆ เด็กสมัยนี้เขาฉลาด เขาคิดของเขาเองได้ เราไม่จำเป็นต้องสอนเขาเลย งานที่ออกแบบให้มติชนคราวนี้ ผมจับกลุ่มไปที่คนรุ่นใหม่ เพื่อดึงดูดเด็กๆ วัยรุ่น ให้มาสนใจ เราเลยทำให้ภาพออกมาสนุก ไม่เคร่งเครียดเกินไป
เพราะคนส่วนใหญ่มักจะมองว่าหนังสือจะต้องซีเรียส จริงจัง ผมเลยทำงานออกมาให้ดูสดใส ผ่อนคลายขึ้น
พบกับผลงานศิลปะการ์ตูนของ “ไข่แมว” ได้ในบูธ M49 สำนักพิมพ์มติชน ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21 ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม-9 เมษายน 2566 นี้

