Unfolding Bangkok กลัว ฝัน หวัง กาลเปลี่ยนผ่าน‘หัวลำโพง’ยังมีชีวิต
แสงไฟสว่างไสวใจกลางกรุง ดึงดูดสายตาผู้คนที่ผ่านไปมารอบสถานีกรุงเทพฯ ย่านปทุมวัน
ไม่เพียงความงดงามเลอค่าแห่งสถาปัตย์เก่าแก่หากแต่สะท้อนความสร้างสรรค์ผ่านนิทรรศการ UNFOLDING BANGKOK ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) สศส. หรือ Creative Economy Agency (Public Organization): CEA พร้อมด้วยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

มีความมุ่งหวังเปิดประสบการณ์ใหม่ในกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร เพิ่มมิติการท่องเที่ยวให้ลึกซึ้ง ตราตรึงในความทรงจำ
งานดังกล่าว รวบรวมงาน 2 ธีม ได้แก่ “Living Old Building” คือการเปิดพื้นที่อาคารประวัติศาสตร์ที่ลดบทบาทการใช้งาน ถูกสร้างสรรค์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านการออกแบบไฟ ส่องสว่างลงบนสถาปัตยกรรม (Architectural Lighting) และ Projection Mapping พร้อมการแสดงดนตรีที่คัดสรรมาให้สอดคล้องกับการเป็นชุมทางของนักเดินทาง ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง ชมแสงสีจาก “กาลเปลี่ยนผ่าน” ทั้ง “ความกลัว ความฝัน ความหวัง” ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในชื่อ Living Old Building Hua Lamphong
นอกจากนี้ อีก 2 สถานที่ซึ่งมีกิจกรรมสุดพิเศษ ได้แก่ วังกรมพระสมมตอมรพันธ์ ที่สามารถเดินเท้าจากศาลาว่าการ กทม. มาเยี่ยมชม ไหนจะสวนป่าเบญจกิติ ที่ผุดกิจกรรม Greeting Benjakitti ชวนให้ชมงานศิลปะซึมซับธรรมชาติใจกลางสวนป่าในรูปแบบผลงานศิลปะจัดวาง (Art Installation) พร้อมเวิร์กช็อป และศิลปะการแสดง (Performing Art) เพื่อฟื้นฟูและบำบัดสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงไปพร้อมๆ กัน

ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า กทม.ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ดังนั้น การจัดงานนิทรรศการสื่อสร้างสรรค์ต่างๆ จึงต้องได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญด้านจัดงานเหล่านี้โดยตรง ซึ่ง CEA เป็นแม่งานใหญ่ในการจัดงานรูปแบบนี้มาหลายครั้ง ส่วนบทบาท กทม. เน้นการอำนวยความสะดวก ความร่วมมือประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งอนุญาตให้ใช้สถานที่ในการจัดนิทรรศการ
ในวันเปิดงานเมื่อ 18 มีนาคมที่ผ่านมา จึงมากมายด้วยภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะผู้มีบทบาทสำคัญ อย่าง นิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์
“กรุงเทพฯมีตึกที่สวยและน่าสนใจอยู่มากมายในสถานที่ต่างๆผู้ที่เห็นคุณค่าคือดีไซเนอร์ หรือผู้ออกแบบที่เห็นว่าตึกเหล่านี้มีศักยภาพใช้เป็นต้นแบบในการดึงสถาปัตยกรรมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มาทำในมุมที่มีมิติมากกว่าการใช้งานรูปแบบเดิม เช่น เพิ่มมิติทางด้านการจัดนิทรรศการและการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อว่าจะดึงดูดไม่ใช่แค่เพียงนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่จะดึงดูดคนรุ่นใหม่ หรือเยาวชนที่สนใจงานศิลปะสร้างสรรค์อีกด้วย ซึ่ง กทม.พร้อมที่จะร่วมมือกับทุกหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญที่มีศักยภาพ หากประสานงานมาก็พร้อมที่จะส่งเสริมและให้การสนับสนุน เพื่อเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร” ศานนท์กล่าว

สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ในส่วนของหัวลำโพง ได้แก่ การจัดแสดงแสงไฟในชื่อ THE WALL 2023 โดยทีม Lighting Designers Thailand ใน 3 ธีม 3 พิกัด ได้แก่
1st Scene The Door : กระจกทรงโค้ง บริเวณประตูทางเข้า สถานีรถไฟ
2nd Scene The People : โถงอาคารของสถานีรถไฟส่วนที่พักคอย
3rd Scene The Emotion : บริเวณชานชาลา

นอกจากนี้ ยังมีการรังสรรค์ #ProjectionMapping ตรง 1st Scene The Door กระจกทรงโค้ง บริเวณประตูทางเข้าสถานีรถไฟอีกด้วย โดยเป็นการร่วมงานของ Lighting Designers Thailand และ DecideKit ที่จะมาเผยมุมมองใหม่สุดครีเอท เพิ่มความงดงามและน่าสนใจให้กับสถาปัตยกรรมอายุกว่า 100 ปีอีกด้วย
นับเป็นอีกงานในเช็กลิสต์ที่พลาดไม่ได้ กับประสบการณ์ใหม่ที่อาจเปลี่ยนมุมมองที่เคยมีต่อสถานที่คุ้นชินเบื้องหน้าไปตลอดกาล

ทีมข่าวเฉพาะกิจ

