เปิดภารกิจพิชิตพลูโต ก้าวขึ้นยานผ่านตัวอักษร Chasing New Horizons
นับถอยหลังอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็จะถึงงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 51 กันแล้ว
30 มีนาคม-9 เมษายน สำนักพิมพ์มติชน พร้อมปล่อยบอมบ์ระเบิดปากถ้ำ เปิดประตูแห่งเสรีภาพในการอ่านผ่านหนังสือดีๆ ที่อัดแน่นในบูธ M49 ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
หนึ่งในเล่มไฮไลต์ที่ต้องผายมือชวนอ่าน มาจากสำนักพิมพ์น้องใหม่ในเครืออย่าง sundogs ที่นำวิทยาศาสตร์มาย่อยง่าย อ่านได้อย่างเพลินใจไม่ต้องกระดกยาแก้ปวดหัว

Chasing New Horizons: ภารกิจพิชิตพลูโต โดย Alan Stern และ David Grinspoon แปลโดย ชยภัทร อาชีวระงับโรค คือเล่มที่กำลังกล่าวถึง
หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องราวของระยะเวลา ความทุ่มเท และหนทางสู่ภารกิจเพื่อการสร้างยานอวกาศไร้คนขับไปยังดาวพลูโตที่ดำเนินมาหลายสิบทศวรรษของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มพลูโตใต้ดิน”
ทุกคนเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ชื่นชอบในเรื่องราวของดาวพลูโตและหมายมั่นปั้นมือจะสร้างภารกิจเพื่อไปศึกษาดาวพลูโตให้จงได้ จนนำมาสู่ภารกิจ “นิวฮอไรซันส์” ที่เป็นยานอวกาศและภารกิจขนาดเล็กซึ่งใช้งบประมาณ เวลา และอุปกรณ์น้อยกว่าภารกิจ “วอยเอเจอร์” ก่อนหน้าถึง 1 ใน 5
กว่าหลายพันล้านไมล์เป็นเวลา 14 ปี กว่าที่ยานนิวฮอไรซันส์จะสามารถเข้าประชิดดาวพลูโตได้ ต้องผ่านทั้งการจำศีล ความเสี่ยงที่จะพังลงเพราะข้อผิดพลาดบนยานหลายครั้ง และการขาดการเชื่อมต่อที่ทำให้ทุกอย่างอาจพังลงได้ในเสี้ยวพริบตา แต่ทุกสิ่งก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับจุดหมายที่นิวฮอไรซันส์ไปถึง

คำว่า “พลูโตยังไม่ถูกสำรวจ” ที่ปรากฏอยู่ในชุดแสตมป์ดาวเคราะห์ที่ระลึกซึ่งออกโดยการไปรษณีย์สหรัฐเมื่อปี 1991 เป็นหนึ่งในเครื่องพิสูจน์ว่ามนุษย์นั้นมีศักยภาพมากพอจะบรรลุเป้าหมายใดๆ ที่ไขว่คว้า เพราะ 24 ปีต่อมา ในที่สุดยานอวกาศไร้คนขับนามว่า “นิวฮอไรซันส์” ก็ไปถึงดาวพลูโต
ทว่าแท้จริงแล้วการเดินทางของนิวฮอไรซันส์ ดำเนินมายาวนานกว่านั้นมาก เบื้องลึกของภารกิจเพื่อสำรวจดวงดาวอันหนาวเหน็บและห่างไกลที่สุดดวงนี้ก่อร่างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อ หยาดน้ำตา และการอุทิศชีวิตของคนนับพันที่ต่างมีเป้าหมายเดียวกัน
ชยภัทร อาชีวระงับโรค แห่ง Spaceth.co ผู้แปลเล่าถึงความน่าสนใจ ความท้าทาย นัยยะและหมุดหมายของหนังสือเล่มนี้ไว้ว่า ได้อ่าน Chasing New Horizons ครั้งแรกเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ รู้สึกว่าเป็นหนังสือที่น่าสนใจ เพราะโครงการนิวฮอไรซันส์ใช้ความพยายามสูงกว่าจะเกิดขึ้นมา เป็นหนังสือที่สนุก เนื้อหาน่าตื่นเต้น แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก กระทั่งได้มาอ่านจริงจังตอนลงมือแปลจึงรู้ว่าซ่อนนัยยะไว้มากมาย

“คนเขียน คือ อลัน สเติร์น เป็น FC ดาวพลูโตมากๆ เขาไม่เห็นด้วยกับมติที่ต้องการให้ดาวพลูโตถูกถอดออกจากการเป็นดาวเคราะห์ เพราะฉะนั้นพอมาอ่านอย่างตั้งใจก็เลยเห็นว่ามีการซ่อนประเด็นนี้ไว้ค่อนข้างเยอะ อย่างเช่นการที่เรียกดาวพลูโตทั้งเล่มว่าเป็น planet เป็นสิ่งที่ผมว่าน่าสนใจมากเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ ได้เห็นว่าเขาพยายามซ่อนประเด็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของดาวพลูโต ความน่าสนใจในแง่ภูมิศาสตร์ วิทยาศาสตร์ของมันไว้เยอะมาก” ชยภัทรเกริ่น
ส่วนความท้าทายในบทบาทผู้แปล เจ้าตัวบอกว่า หลายเรื่องมีเส้นแบ่งที่ค่อนข้างแยกยากระหว่างความเป็นความจริงกับความเป็นข้อคิดเห็นของตัวผู้เขียนเอง เพราะในวงการวิทยาศาสตร์ยังมีหลายอย่างที่มีนิยามที่คลุมเครือ
“ความท้าทายของผมก็คือว่าผมต้องพยายามอ่านใจเขานิดหนึ่งว่าสิ่งที่เขาเขียนมาในแต่ละประโยค เขาต้องการจะสื่ออะไร โดยเฉพาะหลายเรื่องที่ผมรู้สึกว่ามีนัยยะซ่อนอยู่ ทั้งเรื่องการพยายามวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐในการสร้างโปรเจ็กต์อวกาศขึ้นมา หรือเรื่องดาวพลูโตที่เล่าไป”
ถามว่า ใครควรอ่านหนังสือเล่มนี้ คำตอบมีอยู่ว่า
“ถ้าโดยคร่าวๆ อาจเป็นคนที่สนใจดาราศาสตร์ แต่ผมคิดว่าอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจะชอบคือกลุ่มคนที่สนใจการเมือง ชอบความตื่นเต้นในระดับหนึ่ง”
เพราะหนังสือเล่มนี้ในทางหนึ่งมันไม่ได้เล่าที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขนาดนั้น หรือว่าไม่ได้เล่าเฉพาะการทำภารกิจไปเลย แต่ช่วงครึ่งเล่มแรกมันเล่าถึงการต่อสู้ทางการเมือง การพยายามล็อบบี้ หลายๆ อย่าง ในเล่มอลัน สเติร์นบอกว่า สิ่งที่ยากพอๆ กับส่งยานไปดาวพลูโตก็คือการทำให้ยานได้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่แรก ซึ่งจริงๆ แล้วในความคิดเห็นส่วนตัวที่ผมเป็นคนชอบเรื่องความสัมพันธ์ของอวกาศกับการเมือง ความสัมพันธ์ของอวกาศในเชิงประวัติศาสตร์ ผมก็เลยชอบครึ่งแรกของหนังสือมากๆ เพราะมันทำให้ได้เห็นเบื้องลึกแบบชัดเจนมากว่าการที่เขาทำโครงการอวกาศขึ้นมา เขาต้องต่อสู้กับอะไรบ้าง ต้องไปล็อบบี้ใครบ้าง ซึ่งมันก็มีคำโปรยหนังสือเล่มภาษาอังกฤษที่เขียนเอาไว้ว่ามันเหมือนอ่านนิยายทริลเลอร์เลย ซึ่งผมรู้สึกว่ามันจริงมาก”
กล่าวคือ กว่าครึ่งเล่มของหนังสือเล่มนี้จึงพาไปสำรวจนัยยะ การต่อสู้ และการผลักดันให้เกิดโครงการวิทยาศาสตร์อวกาศนี้ขึ้นมาได้อย่างเข้มข้น ในทางหนึ่งผู้อ่านก็จะได้เห็นว่าการเคลื่อนที่ไปของโลกวิทยาศาสตร์นั้นเชื่อมโยงถึงเรื่องการเมืองในแง่ใดแง่หนึ่งเสมอ
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวน่าสนใจในบทบาทของ ไบรอัน เมย์ (Brian May) มือกีตาร์วงควีนอันโด่งดัง ซึ่งหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าศิลปินระดับตำนานผู้นี้เป็นดุษฎีบัณฑิตด้านดาราศาสตร์ฟิสิกส์ โดยเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจพิชิตดาวพลูโตอีกด้วย

ย้อนไปในช่วงเวลาเมื่อครั้งโครงการนิวฮอไรซันส์ถือกำเนิดขึ้น ทีมงานต่างทำการศึกษาและออกแบบชุดข้อมูลเฉพาะทางเทคนิคของการบินผ่าน เพื่อส่งให้ทีมวิทยาศาสตร์และปฏิบัติการภารกิจรับช่วงไปกำหนดวัตถุประสงค์อย่างละเอียด มีการจัดวางแผนงานระยะยาวอย่างหลากหลายรอบด้าน
อีกหนึ่งด้านที่สำคัญอย่างยิ่งคือการสื่อสารสู่สาธารณะ ซึ่งโครงการนี้เริ่มจากการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการโดยนาซ่า และที่สำคัญได้มีการดึงนักวิทยาศาสตร์ ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดและสื่อต่างๆ เข้ามาร่วมด้วย โดยเฉพาะในช่วงแผนเผยแพร่การบินผ่านที่ไม่จำกัดอยู่เพียงในแง่มุมทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมของภารกิจเท่านั้น
หนึ่งในชิ้นส่วนสุดท้ายของการวางแผนครั้งนี้คือการตามหาแนวทางที่จะดึงสาธารณชนเข้ามาในช่วงการบินผ่านให้มากที่สุดที่เป็นไปได้
ซึ่งไบรอัน เมย์ ก็สนใจโครงการและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสื่อสารโครงการยิ่งใหญ่แห่งอวกาศนี้ออกสู่สาธารณชน
ว่าแล้ว มาร่วมสำรวจหลังม่านภารกิจสู่ดาวดวงสุดท้ายในระบบสุริยะที่จะไขทุกปริศนาซึ่งเคยไร้คำตอบของดาวพลูโต
ขึ้นยานอวกาศผ่านหน้ากระดาษรูปเล่มสวยงาม ภาพประกอบสี่สี
ก้าวแรกกับตัวอักษรแรก สำรวจโครงการยิ่งใหญ่แห่งมนุษยชาติไปพร้อมๆ กัน

sundogs
สำนักพิมพ์น้องใหม่ในเครือมติชน
ตั้งชื่อตามกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ “ทรงกลด” (halo phenomena) ที่เกิดจากการที่แสงอาทิตย์-แสงจันทร์หักเหหรือสะท้อนโดยผลึกน้ำแข็งในบรรยากาศ นับเป็นปรากฏการณ์ทรงกลดที่เกิดขึ้นบ่อยเป็นลำดับที่สองรองจากทรงกลด 22 องศา โดยมีลักษณะเป็น “แถบแสงสีรุ้ง” ทางซ้ายและขวาของดวงอาทิตย์
พร้อมพาผู้อ่านหนีตามวิทยาศาสตร์ไปสุดปลายขอบ พาทุกคนสนุกกับการเดินทางผจญภัยบนหน้ากระดาษและวิทยาศาสตร์หลากมุม พาไปสำรวจเรื่องราวตั้งแต่ใต้ดินไปจนถึงอวกาศ กระโดดออกจากกล่องไปสนุกกับเรื่องวิทย์ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่รอบโลกและรอบตัวของเรา โต้คลื่นความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของกระแสวิทยาศาสตร์ที่กำลังไหลเวียนอยู่ขณะที่เราตื่นและหลับ ทั้งตอนพระอาทิตย์ขึ้นและลาลับฟ้า
พบกับหนังสือน่าสนใจของ sundogs ได้ที่บูธ M49 สำนักพิมพ์มติชน
ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 51
30 มีนาคม-9 เมษายนนี้
ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่
Line : @matichonbook
Youtube : Matichon Book
Tiktok : @matichonbook
Twitter : matichonbook
Instagram : matichonbook

