ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้ง (อีก) ครั้งประวัติศาสตร์ ที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลให้ประชาชนรับรู้ พิจารณา พินิจพิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจ
หนึ่งในสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจอย่างยิ่งคือผลจากแบบสำรวจความคิดเห็นหรือ ‘โพล’
หลายสำนัก หลากที่มา ทั้งสอดคล้อง คล้ายคลึง ไปจนถึงแตกต่าง
ในขณะที่สื่อมวลชน เป็นทั้งประจักษ์พยานสำคัญและผู้บันทึกเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัย
ล่าสุด 2 สื่อหลักของประเทศ อย่าง ‘มติชน’ หนังสือพิมพ์ ‘การเมือง’ ที่เดินสู่ปีที่ 46 จากหน้ากระดาษสู่แพลตฟอร์มหลากหลาย
และ ‘เดลินิวส์’ ที่ยืนหยัดอย่างยาวนานมาตั้งแต่ พ.ศ.2507 ผ่านการเลือกตั้งมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ผนึกกำลังร่วมกันจัดทำโพลสํารวจความคิดเห็นของประชาชนกับการเลือกตั้งปี 2566
จรดปากกาลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กันไปหมาดๆ ณ อาคารสํานักงานเดลินิวส์ กรุงเทพฯ
คณะผู้บริหารเครือมติชน นําโดย ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จํากัด (มหาชน) และ ปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชน จํากัด (มหาชน) กระชับมือ ร่วมโต๊ะแถลงพร้อมด้วย ประพิณรุจิรวงศ์, ปารเมศ เหตระกูล และ สิริวรรณ พันธุ์ปรีชากิจ กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ โดยมี อัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ศุภกร รวยวาสนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิกซ์เดฟ จํากัด เป็นสักขีพยาน
ภายในงาน ยังมีตัวแทนจาก 5 กองบรรณาธิการ ประกอบด้วย กองบรรณาธิการเดลินิวส์ กองบรรณาธิการมติชน กองบรรณาธิการข่าวสด กองบรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ และกองบรรณาธิการมติชนสุดสัปดาห์ เข้าร่วมอย่างอบอุ่น

5 ช่องทางหลัก ครอบคลุมผู้อ่านทั่วประเทศ
‘กว้างทั้งปริมาณ–คุณภาพ’
ปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชน จํากัด (มหาชน) เผยถึงที่มาของความร่วมมือครั้งนี้ว่า เกิดจากแนวความคิดร่วมกันของผู้บริหารในเครือมติชนและเดลินิวส์ เนื่องจากต้องการสำรวจความเห็นของประชาชน ผู้อ่าน ผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับการเลือกตั้งในปี 2566 ในประเด็นสำคัญ เช่น ความตั้งใจในการออกมาใช้สิทธิใช้เสียง การเลือกพรรคการเมือง และผู้ที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเชื่อมั่นว่าการทำโพลในครั้งนี้จะสะท้อนความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ชัดเจนมากที่สุด เพราะสำรวจผ่าน 5 ช่องทางหลักที่ครอบคลุมคนอ่านทั่วประเทศ คือ เดลินิวส์ออนไลน์ มติชนออนไลน์ ข่าวสดออนไลน์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ และมติชนสุดสัปดาห์ออนไลน์
สำหรับการทำโพลครั้งนี้ จะมีขึ้น 2 รอบ ในหัวข้อ ‘เลือกพรรคใด–เลือกใครเป็นนายกฯ’ โดยรอบที่ 1 เปิดโหวตบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ช่วงต้นเดือนเมษายน 2566 ส่วนรอบที่ 2 มีเปิดโหวตบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ช่วงกลางเดือนเมษายน 2566 โดยจะนำผลโพลมาให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์
นอกจากการทำโพลแล้ว เครือมติชนและเครือเดลินิวส์ จะให้ความร่วมมือในการจัดเวทีสเปเชียลฟอรั่ม โดยร่วมกันวิเคราะห์เจาะลึกปรากฏการณ์ ‘ผลโพลเลือกตั้ง 66 เครือมติชน x เดลินิวส์’ ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2566 ที่อาคารสำนักงานมติชนอีกด้วย
ในภาพรวมโพลที่ทั้งสองเครือฯจะทำร่วมกัน จะเป็นโพลที่มีชุดคำถามเรียบง่าย คือใครเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพรรคการเมืองอะไรที่ได้รับความนิยมสูงสุด จะสะท้อนให้เห็นกระแสรวมของสังคม ทำให้สามารถคาดคะเนผลการเลือกตั้งปี 2566 ได้ รวมถึงน่าจะสะท้อนผลการเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อได้ อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของการทำโพลครั้งนี้ คือความกว้างขวางทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ที่ผ่านมาเครือมติชนเคยทำโพลสำรวจการเมืองมาแล้ว แต่ก็มีข้อจำกัด ซึ่งเมื่อเดลินิวส์มาร่วมมือด้วยก็จะทำให้ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างทุกอุดมการณ์ทางการเมือง ซึ่งจะเป็นจุดแข็งในการเสนอข้อมูลข่าวสาร
“การจับมือครั้งนี้ เล็งเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดหมายสำคัญทางการเมือง และคิดว่าสื่อทางเดลินิวส์และเครือมติชนน่าจะทำอะไรร่วมกันได้และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งโพลน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด จึงเห็นโอกาสนั้นที่จะทำร่วมกัน ในแง่ของปริมาณกลุ่มตัวอย่างผู้ทำโพลเมื่อทั้งสองสื่อมาจับมือกัน ไม่น่าจะเป็นรองใคร ในแง่ของคุณภาพก็น่าจะเคลมได้ว่ากลุ่มภูมิหลังของกลุ่มผู้ทำโพล หรือกลุ่มผู้อ่านเราทั้งสองเครือ รวมถึงอุดมการณ์ทางการเมืองและแนวคิดทางด้านเศรษฐกิจทั่วไปต่างๆ น่าจะครอบคลุมกว้างขวางและคิดว่าผลลัพธ์ที่ออกมาน่าจะสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดที่หลากหลายได้ ว่าคนแต่ละกลุ่มเขามีความคิดอย่างไรเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นและเขาต้องการใครเป็นผู้นำของประเทศและต้องการพรรคการเมืองใดมาเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาล
มั่นใจว่ามีความกว้างขวางทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ แม้คำถามในการทำโพลจะไม่ได้มีความซับซ้อน และหลายฝ่ายน่าจะถามกัน แต่จุดเด่นจริงๆ อยู่ที่ฐานคนอ่านที่น่าจะมากเพียงพอ และความหลากหลายของคนที่ทำโพล น่าจะสะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมทางการเมืองได้ดี สำหรับการจัดเวทีสเปเชียลฟอรั่มนั้น นอกจากวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์แล้ว จะยังได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายนักวิชาการ อื่นๆ ที่จะมาขึ้นเวทีเพิ่มด้วย รวมถึงบุคลากรสื่อมวลชนจากทั้งสองเครือ ฉะนั้น ผลโพลที่เราทำร่วมกันน่าจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มองการเลือกตั้งในปี 2566 ได้ดี” ปราปต์กล่าว

เติมเต็มบทบาทเสนอข่าวสาร 2 เครือ
จากผลโพลสู่ ‘บทวิเคราะห์’
ด้าน ปานบัว บุนปาน เอ็มดี เครือ ‘มติชน’ กล่าวถึงภาพรวมของแคมเปญในเครือมติชน อย่าง “มติชน : เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย” โดยจัด 5 เวทีเสวนาวิเคราะห์ เจาะลึก ดีเบตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึงการเปิดเซ็กชั่นพิเศษเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2566 ผ่านสื่อในเครือมติชน ทั้งมติชนออนไลน์ ข่าวสดออนไลน์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ มติชนทีวี และมติชนสุดสัปดาห์ออนไลน์ อีกทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ในเครือมติชน นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และบทวิเคราะห์เจาะลึกในทุกมิติเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งที่จะสะท้อนถึงทิศทางการขับเคลื่อนประเทศ
“การร่วมมือกันทำโพลเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ของทั้งเครือมติชน กับเดลินิวส์ จะช่วยเติมเต็มบทบาทการเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งของประเทศได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เนื่องจากทั้งเครือมติชนและเดลินิวส์ มีฐานข้อมูลของผู้อ่านที่ครอบคลุมในทุกกลุ่มเป้าหมาย จะสะท้อนผ่านผลการทำโพลทั้งสองครั้ง การทำโพลครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญ เพราะการเลือกตั้งมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ ทั้งวิถีการเลือกตั้ง เขตการเลือกตั้ง ผู้สมัคร และนิวโหวตเตอร์ จึงเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะซับซ้อนมากกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม กองบรรณาธิการของทั้ง 5 โต๊ะ ล้วนมีศักยภาพที่จะนำผลไปวิเคราะห์เสนอต่อ และจะสามารถสะท้อนผลหรือภาพรวมได้อย่างชัดเจน เนื่องจากมีคนอ่านหลายสิบล้านคนของทั้งสองเครือ และเชื่อว่าหลังจากนี้ จะได้รับความร่วมมือจากอีกหลายสถาบัน เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งล่วงหน้า เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะนำไปสู่อนาคตที่ดีกว่าของทุกคน” ปานบัวเผย
ปรากฏการณ์ใหม่วงการสื่อ แตะเบื้องลึกความรู้สึก
ซื่อตรงผลสำรวจ เชื่อ ‘ใกล้ความจริงมากที่สุด’
มุมมองข้างต้น สอดคล้องกับความเห็นของ ปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ ที่เล็งเห็นว่าการร่วมมือเพื่อทำโพลครั้งนี้ด้วยฐานข้อมูลของผู้อ่านทั้งเครือมติชนและเดลินิวส์ที่ครอบคลุมผู้รับข้อมูลข่าวสารในทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพ จะทำให้ผลสำรวจเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะออกมาใกล้เคียงกับทิศทางการเดินหน้าประเทศมากที่สุด ในส่วนของเครือเดลินิวส์ได้เตรียมทุกสรรพกำลังของทั้งกองบรรณาธิการทั้งหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ในการเดินหน้ารายงานข่าวเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในทุกมิติ ขณะที่การร่วมมือการจัดทำผลโพลเลือกตั้งในปี 2566 เชื่อว่าจะเป็นแรงผลักดันให้เห็นแนวทางในอนาคตได้ สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ รวมถึงการก้าวข้ามความขัดแย้ง และอีกไม่นานจะมีการทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกันอีกครั้งแน่นอน
“การจับมือร่วมกันครั้งนี้อาจจะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในวงการสื่อที่ได้มาทำงานร่วมกัน และถือเป็นนิมิตหมายที่ดี สำหรับจุดแข็งที่จะสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องของเศรษฐกิจปากท้องได้อย่างไรบ้างนั้น ในส่วนนี้ผู้อ่านของเครือเดลินิวส์และเครือมติชน มีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนว่าจะครอบคลุมคนทุกระดับชั้นและกว้างขวางทั่วประเทศ ฉะนั้น ผลโพลที่ออกมาน่าจะมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด
ผมอยากชวนผู้ชมและผู้อ่านทั่วประเทศให้มาทำแบบสำรวจผลโพลของเครือเดลินิวส์และเครือมติชนในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นเสียงสะท้อนถึงพรรคการเมืองและนักการเมืองทั้งหลายรับทราบว่าท่านมาถูกทางแล้วหรือไม่ ประชาชนอยากได้แบบไหนอย่างไรเพื่อท่านจะได้ปรับตัวด้วย” ปารเมศกล่าว

ขณะที่ ประพิณ รุจิรวงศ์ กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ กล่าวว่า เดลินิวส์เป็นสื่อมวลชนที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนาน เข้าสู่ปีที่ 60 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม เป็นสื่อที่สังคมให้ความเชื่อถือ นำเสนอข่าวและความจริงให้ประชาชนในสังคมได้รับทราบ ดังคำกล่าวที่ว่า ‘อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์’ โดยพัฒนาตัวเองและปรับตัวเองให้เท่าทันโลกและเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ยังคงยึดมั่นที่จะยังผลิตข่าว งานเขียนคุณภาพในสื่อสิ่งพิมพ์ ควบคู่กับการนำเสนอในแพลตฟอร์มออนไลน์ครบถ้วนทุกรูปแบบ
“การร่วมมือครั้งนี้ ถือว่าเป็นปรากฏ การณ์ใหม่ของสังคมสื่อบ้านเรา ซึ่งทุกคนจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ได้จากกลุ่มผู้อ่านของทั้ง 2 ค่ายใหญ่แน่นอน จะมีการนำเสนอข่าวสารที่ครบถ้วนในเชิงสร้างสรรค์ สร้างมิติใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับสังคม นอกจากนี้ ยังจะมีความร่วมมืออื่นๆ ที่เดลินิวส์และเครือมติชน จะได้ทำร่วมกันอีกในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย” ประพิณกล่าว
ปิดท้ายด้วยมุมมองของ อัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ชี้ว่า การที่สื่อมวลชนจับมือเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันคือสัญญาณมงคลฤกษ์ นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าชื่นชม
“สังคมไทยเมื่อมีการเลือกตั้งจะมี 2 คำถาม คือ เลือกใครและพรรคไหน ซึ่งการเลือกตั้งเป็นเรื่องของความรู้สึก และเป็นสามัญสำนึกของมนุษย์ที่อยากมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการทำโพลเป็นการแตะเบื้องลึกความรู้สึก และต้องซื่อตรงกับผลสำรวจ โดยผลสำรวจจะวิเคราะห์ว่าสังคมจะเดินไปทางไหน” คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ ปรีดีฯกล่าว
ด้าน ศุภกร รวยวาสนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิกซ์เดฟ จํากัด กล่าวว่า เชื่อว่าข้อมูลที่ได้จะมีประโยชน์ว่าพื้นที่ไหนประชาชนให้ความสนใจกับการเลือกตั้ง และจะทำให้ประชาชนตื่นตัว หวังว่าระบบที่พัฒนาในการทำโพลครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและนักวิเคราะห์
ว่าแล้ว เตรียมนับถอยหลังในอีกไม่กี่วันข้างหน้า รอร่วมกันตัดริบบิ้นโหวต คลิกพรรคที่ใช่ และใครที่อยากให้เป็นนายกฯ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาพสะท้อนแนวทางอนาคตกับเลือกตั้ง 66 ที่ไม่นานเกินรอ

