
บทความที่ประทับรัชกาลที่ 9 เดินทางมาถึงตอน 5 ซึ่งเป็นตอนจบของซีรีส์ค่ะ
วันนี้ชวนคุยแบบบันทึกช่วยจำสำหรับปีสำคัญๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชค่ะ เริ่มจากปี 2514 ฉลองทรงครองราชย์ครบ 25 ปี รัฐบาลทำถนนรัชดาภิเษก
ทรงรับสั่งกับรัฐบาลว่า ขอให้ทำโดยประหยัด
ปี 2525 ฉลองรัชมังคลาภิเษก ทรงครองราชย์นานกว่าพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ เป็นเวลา 42 ปี 23 วัน (นานกว่ารัชกาลที่ 5)
ปี 2539 ฉลองกาญจนาภิเษก ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี
ปี 2549 ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ยาวนานกว่าพระราชาทุกพระองค์ในโลก
ปี 2559 ทรงครองราชย์ 70 ปี
เมื่อพูดถึงที่ประทับที่เป็นสิ่งปลูกสร้าง ขอเท้าความถึงยุคภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ช่วงปี 2510-2525 หลังจากการต่อสู้ด้วยอาวุธกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์สิ้นสุดลง ในปี 2528 พระตำหนักเขาค้อซึ่งมีที่ตั้งอยู่เขาย่า ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ สูงจากระดับน้ำทะเล 1,100 เมตร ถูกจัดสร้างขึ้นโดยไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน
โดยข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ มีการรวบรวมทุนทรัพย์ 26 ล้านบาทเศษ ริเริ่มก่อสร้างพระตำหนักเขาค้อขึ้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจประชาชนในพื้นที่ ให้เป็นที่ทรงงาน เป็นสถานที่แปรพระราชฐานประทับแรมในโอกาสตรวจเยี่ยมโครงการตามพระราชดำริ ใช้เวลาก่อสร้าง 7 เดือนเศษ แล้วเสร็จเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2528 ในโอกาสพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษา
ซึ่งพระตำหนักเขาค้อเป็นเพียง 1 ในตัวอย่างนับร้อยนับพันเรื่องราวการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และข้อมูลที่ทราบกันดีว่ามีโครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริหลายด้านด้วยกัน โฟกัสเฉพาะโครงการเพื่อการพัฒนาชนบท หนึ่งในไฮไลต์ต้องนับโครงการฝนหลวง โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ (แบ่งพื้นที่โดยใช้สูตร 30/30/30/10 ได้แก่ ขุดบ่อน้ำ 30% ทำนา 30% ทำสวน 30% ที่อยู่อาศัยกับเลี้ยงสัตว์ 10%)
นอกจากนี้มีโครงการหลวงพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเขาให้เลิกปลูกฝิ่นแล้วกันมาปลูกพืชเศรษฐกิจ จนทำให้ได้รับรางวัลรามอนแม็กไซไซ สาขาการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศเมื่อปี 2531 มีศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นศูนย์การเรียนรู้ อาทิ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
โครงการพระราชดำริเพื่อจัดการทรัพยากรน้ำ อาทิ การสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำสำหรับกักเก็บน้ำกินน้ำใช้ เป็นน้ำต้นทุนใช้เพาะปลูกในหน้าแล้ง และใช้บรรเทาอุทกภัยในหน้าน้ำหลาก มีโครงการสร้างฝายทดน้ำเพื่อทดน้ำในแม่น้ำลำคลองให้มีระดับสูงขึ้นจนสามารถผันน้ำเข้าไปตามคลองส่งน้ำสู่พื้นที่การเกษตร
มีสารพัดโครงการประตูระบายน้ำ เพื่อกั้นน้ำและเก็บน้ำ ระบายใช้ในฤดูแล้ง ถ้าพื้นที่ติดทะเลก็ใช้เพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุนรุกเข้าพื้นที่เพาะปลูก มีโครงการแก้มลิง ระบายน้ำจากพื้นที่ลุ่มเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดปริมณฑล ด้วยการเก็บน้ำไว้ในบ่อพัก
โครงการพระราชดำริยังครอบคลุมไปถึงการบำบัดน้ำเสีย ผ่านการประดิษฐ์กังหันน้ำชัยพัฒนา ใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย การใช้เครื่องกรองธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งจะเห็นว่าสถานที่ทรงงานในอดีต ถ้าเป็นท้องถิ่นทุรกันดารมีเพียงหลังคามุงจากให้ใช้วางแผนที่ก็ทรงงานได้แล้ว
มีเรื่องเล่าด้วยว่า บนยอดดอยปุยก็ปรากฏมีพลับพลาที่ประทับของพระองค์ท่าน ไม่ได้หรูหรา สวยสง่า ประดับประดาด้วยวัสดุก่อสร้างชั้นเลิศอะไรทั้งนั้น แต่เป็นศาลาไม้ที่ปกคลุมด้วยใบไม้ สิ่งเดียวที่ทำให้รู้ว่าเป็นศาลาที่ประทับก็คือป้ายที่เขียนว่า เขตพระราชฐาน no entry
ข้อมูลของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย บอกเล่าว่าเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว เส้นทางเสด็จฯของพระองค์ท่านจากพระตำหนักภูพิงพ์ราชนิเวศน์ไปบ้านม้งดอยปุย จะแวะพักที่ยอดดอยปุยสักพักแล้วเดินเท้าไปยังแม่สา แม่สาน้อย ไปจบที่โป่งแยง รวมระยะทาง 20 กิโลเมตร ไม่ใช่ถนนหนทางสะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน แต่จะต้องปีนเขาสูงชันหลายต่อหลายลูกด้วยกัน
เคยมีคนทดลองเดินป่าตามรอยพระบาทพระองค์ท่าน ระยะทางแค่ 4 กิโลเมตรจากยอดดอยปุยไปดอยผากลอง ถึงกับถอดใจมาแล้ว และยังบอกด้วยว่าพวกเรามีสตรอเบอรี่หาซื้อกินง่ายๆ ก็เพราะการทรงพระดำเนินของในหลวงรัชกาลที่ 9 นี่แหละ
ปัจฉิมบทของซีรีส์ที่ประทับรัชกาลที่ 9 ขออัญเชิญพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศที่ทรงมีไปถึงพระสหายในต่างประเทศ ภายหลังจากเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ ความว่า
เมื่อข้าพเจ้าเป็นนักเรียนอยู่ในยุโรป ข้าพเจ้าไม่เคยตระหนักว่าประเทศของข้าพเจ้าคืออะไร และเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าแค่ไหน ไม่ทราบตราบจนกระทั่งข้าพเจ้าได้เรียนรู้ที่จะรักประชาชนของข้าพเจ้า เมื่อได้มีการติดต่อกับเขาเหล่านั้น ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าสำนึกในความรักอันมีค่ายิ่ง ข้าพเจ้าไม่เป็นโรคคิดถึงบ้านที่จริงจังอะไรนัก แต่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้โดยการทำงานที่นี่ว่า ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง
