หลากความเห็น ‘หนุน-ไม่หนุน’ รถไฟความเร็วสูง กลางมรดกโลก ‘อยุธยา’
การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 ในการจัดทำรายงานผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ณ ห้องกรุงศรีอยุธยา 1 โรงแรมกรุงศรีริเวอร์อยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อนำเสนอเกณฑ์และวิธีการประเมินผลกระทบ และรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางในการดำเนินงาน โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพ มหานคร-นครราชสีมา) โดยมี ประทีป การมิตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ด้านสังคมและวัฒนธรรม), สุวัฒน์ กันภูมิ หัวหน้ากองพัฒนาโครงการและควบคุมสิ่งแวดล้อม ผศ.ชวลิตขาวเขียว อดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, รศ.ดร.กรรณิการ์ สุธีรัตนาภิรมย์ อาจารย์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และศิริวัฒน์ จิตตศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ร่วมกันนำเสนอ

สืบเนื่องจากโครงการดังกล่าว สถานีอยุธยามีระยะห่างจากขอบเขตแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาไปทางทิศตะวันออกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ซึ่งศูนย์มรดกโลกมีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2563 ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส มายังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ แจ้งให้ประเทศไทยรายงานการศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดกับแหล่งมรดกโลก จากการดำเนินโครงการการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสถานีอยุธยา โดยการประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้เพื่อนำเสนอเกณฑ์และแนวทางการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับการศึกษา
รองผู้ว่าฯอยุธยา ชี้โครงการช่วยขนส่ง
ผลกระทบ ‘เรื่องธรรมดา’

ประทีป การมิตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ด้านสังคมและวัฒนธรรม) กล่าวเปิดการประชุมว่า โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดการสร้างโครงข่ายในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของการขนส่งและหลายๆ เรื่อง ทำให้พี่น้องประชาชนหรือคนในประเทศได้รับความสะดวก อย่างไรก็ตามการดำเนินการสร้างโครงข่ายรถไฟฟ้านั้นก็ย่อมมีผลกระทบกับหลายๆ ด้าน เป็นเรื่องธรรมดาที่ถ้าเรามีการก่อสร้างก็จะมีผลกระทบต่อชุมชนและพี่น้องประชาชน และส่งผลกระทบต่อสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งก่อนจะทำโครงการใหญ่ก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนคนในพื้นที่ว่าเขามีความประสงค์อย่างไร และสิ่งที่ทำขึ้นนั้นทำให้เขาได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใด ในการรับฟังความคิดเห็นนั้นสืบเนื่องมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นแหล่งมรดกโลก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติว่ามรดกโลกหรือกรุงศรีอยุธยาของเรานั้นบรรพบุรุษได้สร้างไว้และถือเป็นทรัพย์สินของคนทั้งโลกแต่เราเป็นผู้รักษา เพราะฉะนั้นเมื่อบ้านเมืองเรามีความเจริญมากขึ้นก็ต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ดีขึ้น
วิศวกร เสนอ ‘ลดระดับสันราง’
ปรับรูปแบบเรียบง่าย ไม่โดดจากภูมิทัศน์
ศิริวัฒน์ จิตตศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม กล่าวถึงภาพรวมการพัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ว่า นอกจากตัวรถไฟความเร็วสูงเองแล้วยังมีองค์ประกอบอื่นที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เช่น การพัฒนารถไฟสายสีแดงบางซื่อ อยุธยา, รถไฟรางคู่ ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างแล้ว และการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (TOD) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดผลกระทบโดยได้มีการนำเสนอแนวทางเลือกในการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเพื่อลดผลกระทบกับความเป็นมรดกโลกของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งพิจารณาจากองค์ประกอบโครงการที่สำคัญ ได้แก่ ตัวสถานีรถไฟและทางยกระดับรถไฟความเร็วสูง, ช่วงเวลาพิจารณาผลกระทำ ได้แก่ ช่วงเวลาก่อสร้างและช่วงเวลาดำเนินการ รวมไปถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เกิดผลกระทบจากทางเลือกต่างๆ นอกจากผลกระทบกับมรดกโลก เช่น ปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์, ปัจจัยด้านวิศวกรรมศาสตร์, ปัจจัยด้านเศรษฐกิจสังคม และปัจจัยด้านความเป็นไปได้ของโครงการ
“ในแนวทางเลือกเบื้องต้นปัจจุบันที่เราเลือกคือตำแหน่งของสถานียังอยู่ในตำแหน่งสถานีเดิม รูปแบบของสถานีเราเลือกรูปแบบที่สอดคล้องกับที่ผ่านการพิจารณา EIA แล้วและมีการปรับลดความสูงของสถานีลง มีการปรับรูปแบบให้เรียบง่ายและไม่โดดเด่นกว่าสิ่งแวดล้อมโดยรอบ นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้ลดระดับสันรางลงให้สอดคล้องกับระดับของสถานีที่ปรับความสูงจากเดิม ด้านแนวทางการศึกษาคือศึกษาผลกระทบจากการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีกับความเป็นมรดกโลกของ จ.พระนครศรีอยุธยา เสนอแนวทางการพัฒนาที่ลดผลกระทบที่อาจเกิดกับความเป็นมรดกโลก และเสนอมาตรการลดผลกระทบที่เกิดขึ้น”ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอธิบาย

อ.โบราณคดี หวั่นถูกถอดจาก ‘มรดกโลก’
หากลดทอน 3 คุณค่า
รศ.ดร.กรรณิการ์ สุธีรัตนาภิรมย์ อาจารย์คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม รายงานถึงประเด็นที่จะประเมินผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (Heritage Impact Assessment) โดยโครงการนี้เป็นโครงการแรกที่ทำในเมืองไทยเป็นครั้งแรก รศ.ดร.กรรณิการ์กล่าวถึงนิยามคำว่า Heritage คือคำว่ามรดก ซึ่งโดยปกติของเราคือสิ่งที่สืบทอดกันมา ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ ทรัพยากร หรือวัฒนธรรมต่างๆ และสามารถสืบทอดให้คนรุ่นต่อไปให้มีโอกาสได้เห็น ปัจจุบันเราทราบว่าใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะบริเวณเกาะเมืองและรอบเกาะเมืองที่ไปตรงไหนก็มีแต่โบราณสถาน มีวัดวาอารามเก่าแก่ให้เรารู้สึกภาคภูมิใจของคนในชาติ ในขณะเดียวกันคือจะมีกิจกรรมเข้ามาคือรถไฟความเร็วสูงที่จะวิ่งผ่าน นับทั้งสถานี ตัวราง และกิจกรรมที่ไม่ว่าจะเกิดทั้งทางเศรษฐกิจหรือสังคม สิ่งเหล่านี้จะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง ส่วนคำว่า World Heritage คือมรดกโลก ที่มีคุณค่ามีความสำคัญโดดเด่นที่ให้เห็นเป็นเชิงประจักษ์ในสากล
กระบวนการศึกษาคุณค่าแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา องค์กรยูเนสโกได้มีการประกาศคำชี้แจงเรื่องคุณค่าสากลเอาไว้ โดยเราเรียกว่า SOUV โดย แหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เข้าเกณฑ์ข้อที่ 3 คือเป็นแหล่งที่หลอมรวมซากวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่ยังปรากฏหลงเหลืออยู่เป็นเชิงประจักษ์ นอกจากนี้ยังมีคำชี้แจงคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล คือ บทสังเคราะห์โดยสังเขป ความครบถ้วน ความแท้ รวมไปถึงเครื่องมือการปกป้องและการบริหารจัดการ สิ่งเหล่านี้ต้องวิเคราะห์และอธิบายออกมาเป็น OUV (Outstanding Universal Values) ซึ่งเมื่อศึกษาแล้วพบว่าอยุธยามีความโดดเด่นมาก
ข้อแรกคือ อยุธยามีผังเมืองที่ชาญฉลาดและการจัดการน้ำที่ล้ำสมัย หมายถึงในเกาะเมืองและนอกเกาะเมืองที่แม่น้ำที่โอบล้อม เพราะฉะนั้นโบราณสถานต่างๆ ที่ยังคงเหลือเอาไว้ เช่น ผังเมือง คูคลอง ถนนโบราณ ยังคงอยู่
ข้อที่สอง เป็นศูนย์กลางทางการทูตและการพาณิชย์ภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งภูมิศาสตร์เมืองที่เป็นจุดเชื่อมโยงวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก ดังนั้นเมื่อเราพิจารณาภูมิศาสตร์ตรงนี้ของอยุธยาจะน่าอัศจรรย์มากเพราะอยุธยาตั้งอยู่ในแนวกลางโดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะนำพาทุกอย่างออกสู่อ่าวสยาม เพราะฉะนั้นจากสภาพภูมิศาสตร์ทำให้อยุธยากลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าและการทูต
ข้อที่สาม คือ เป็นศิลปกรรมชั้นเลิศ ที่เป็นพยานแสดงถึงการพัฒนาจนะกระทั่งกลายเป็นศิลปะประจำชาติไทยอย่างแท้จริง
ดังนั้น หากมีการสร้างรถไฟความเร็วสูงและไปลดทอน 3 คุณค่านี้หรือคุณลักษณะใดที่เป็นพยานเชิงประจักษ์ ก็อาจจะทำให้แหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาถูกถอดถอนออกจากการเป็นมรดกโลก
รศ.ดร.กรรณิการ์ได้นำเสนอเกณฑ์การประเมินผลกระทบต่อแหล่ง มรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งวิธีการประเมินจะมีอยู่ 3 ขั้นตอน ข้อแรกคือวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของแหล่งมรดกโลกและสภาพปัจจุบัน ข้อสองคือการวิเคราะห์คำชี้แจงเกี่ยวกับคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (SOUV) และข้อที่สามการวิเคราะห์ข้อมูลโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยเราไม่ได้ศึกษาแค่ใน จ.พระนครศรีอยุธยาหรือแค่เฉพาะในแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเท่านั้น เพราะการประเมินผลกระทบต้องมองถึงองค์รวมของเส้นทางรถไฟทั้งหมด

ชาวบ้านเสียงแตก หนุน-ค้าน คาใจ
ถามความเห็นหรือบีบบังคับ?
ในช่วงท้ายของการสัมมนา มีการให้ประชาชนชาวอยุธยาแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการโครงการประเมินผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ในตอนหนึ่ง ชูศักดิ์ ประชาชนชาวอยุธยาลุกขึ้นพูดผ่านไมโครโฟนว่า
“ผมสงสัยจริงๆ ว่าการที่เชิญประชาชนให้มาฟังวันนี้มีวัตถุประสงค์อะไร จะให้ผมทราบอะไร เป็นเรื่องของสถานีสูงเท่านี้ ผมเป็นประชาชน ผมไม่สนใจหรอก วัตถุประสงค์จริงๆ ที่ให้ประชาชนมาวันนี้ เพื่ออะไรครับ?”
ผศ.ชวลิต ขาวเขียว อดีตคณบดีคณะโบราณคดี ตอบข้อสงสัยว่า “การเกิดโครงสร้างใหญ่ๆ มันมีผลกระทบหลายๆ ส่วน ทั้งหน่วยงานราชการและผู้มีส่วนร่วมในพื้นที่ซึ่งก็คือประชาชนที่เกี่ยวข้อง เรามองว่านี่คือการพัฒนาและอาจจะเกิดผลกระทบในอนาคต จึงอยากรับฟังความคิดเห็นตรงนี้”
ชูศักดิ์คว้าไมค์อีกครั้งเพื่อถามว่า “การก่อสร้างอะไรก็แล้วแต่กระทบแน่นอนอยู่แล้ว ก่อนที่จะมาประชุมให้ประชาชนรับทราบทางคุณจะต้องยังไม่ทำอะไรเลย…แล้วมาถามผมทำไมในเมื่อคุณจะทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อไป และจะทำต่อไป”
กัลยาณี ประชาชนอยุธยา พูดในที่ประชุมว่า
“ในฐานะที่ดิฉันเป็นประชาชนคนธรรมดา มีมุมมองว่าความเจริญก้าวหน้าของ จ.พระนครศรีอยุธยาเราต้องเดินต่อ อะไรที่ไม่ดีเราก็ต้องช่วยกันพิจารณา อันไหนที่ดีเราก็ควรสนับสนุนไม่ใช่ค้านทุกเรื่อง เราจะไม่คัดค้านทุกเรื่องเพื่อประเทศชาติเดินต่อและคนอยุธยาเดินต่อ จังหวัดของเราต้องเจริญ”
เกศรินทร์ ตัวแทนผู้ประกอบธุรกิจบริเวณชุมชนรถไฟ แจงปัญหาว่า
“ในส่วนของพื้นที่ชุมชนไม่ได้หมายถึงแค่ตรงสถานีรถไฟแต่หมายถึงรอบบริเวณตรงนั้น ในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจเรากังวลในเรื่องของผลกระทบที่เราจะได้รับ อย่างเช่น เรื่องของน้ำเพราะหากมีการสร้างที่ตรงนี้จริงๆ แล้วบริเวณรอบๆ มีการปรับพื้นที่เวลาน้ำท่วมจะทำอย่างไร เพราะปัจจุบันเวลามีปัญหาเสียงเล็กๆ ของประชาชนในชุมชนที่อยู่ตรงนั้นไม่เคยดังไปถึงผู้บริหารหรือหน่วยงานรัฐให้มาแก้ไขในส่วนนี้จนเกิดเป็นปัญหาระยะยาวที่ทำให้ทางชุมชนได้รับผลกระทบ เพราะฉะนั้นถ้ายังอยากจะทำโครงการนี้จริงๆ ก็อยากให้มองถึงส่วนนี้ด้วย”
ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก้าวไกล ฝาก รฟท.ฟังประชาชน
ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นเสนอว่า “ผมขอฝากข้อแนะนำและความคิดเห็นจากพ่อแม่พี่น้องชาวอยุธยาฝากไปถึงรถไฟไทย ทั้งหมดที่เสนอมาวันนี้ต้องยอมรับตามตรงว่าเป็นรูปแบบที่ไม่เหมาะสมกับคนอยุธยาเท่าไร เพราะรูปแบบนี้ไม่เห็นหัวพ่อแม่พี่น้องประชาชนอยุธยาเลย เนื่องจากไม่มีการพูดถึงการเยียวยาประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และรูปแบบที่นำเสนอเป็นการเดินทางรูปแบบรางเท่านั้นแต่ไม่คิดถึงการเดินทางภายในเมืองอยุธยา ขาดระบบขนส่งสาธารณะที่มารองรับประชาชนที่ใช้บริการรถไฟ นอกจากนี้การนำเสนอในวันนี้เหมือนเป็นการบีบบังคับให้ประชาชนชาวอยุธยาได้เลือกมากกว่าเป็นการถามความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน
“สุดท้ายนี้ขอให้ความคิดเห็นทั้งหมดที่พ่อแม่พี่น้องชาวอยุธยาได้กล่าวมาวันนี้ได้นำเอาไปพัฒนา และขอให้มีการเพิ่มความคิดเห็นที่เป็นชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวอยุธยา”
พรสุดา คำมุงคุณ

