วิชาการงานฮอต! ขีดเส้นใต้เล่มขายดี จากกำแพงแก้ว มนตราฯ ถึงสามัญชน

5.04.23 | 13:56 น.

ผลตอบรับล้นหลามจริงๆ สำหรับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21 โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ร่วมกับ BOOKWALKER ในแนวคิด “Book Fluencer” ผู้นำอ่าน ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ ยิงยาวไปถึง 9 เมษายน

คนเดิน คนช้อป คนเลือกสรรหนังสืออ่านนับแสน

ครั้นโฟกัสยังบูธ สำนักพิมพ์มติชน M49 เรียกได้ว่า หัวบันไดไม่มีแห้ง ไม่ว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันธรรมดา ก็มีผู้อ่านแวะมาเยี่ยมเยือนน้องตาใส by ‘ไข่แมว’ อย่างต่อเนื่อง

งานนี้ แวดวงนักคิด นักเขียน นักวิชาการ ร่วมแจกลายเซ็น ทั้งยังรีวิว ป้ายยา ชวนอ่านหนังสือหนังหาด้วยวาทะคมคาย

‘ในกำแพงแก้ว’พิมพ์ใหม่
อ่านง่าย-อรรถรสเพิ่ม

Advertisement
ธงทอง จันทรางศุ

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ราชสำนัก ผู้เขียน ‘ในกำแพงแก้ว’ มีแฟนคลับต่อคิวล้นหลามทุกเพศทุกวัย ทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ ในหลากหลายสาขาอาชีพ

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง เผยว่า ผู้อ่านหนังสือเล่มนี้จะได้เห็นวิถีชีวิตของเจ้านาย ชาววัง ฝ่ายในในอดีต ว่าผ่านพบเหตุการณ์อะไรมาบ้าง และแน่นอนว่าชีวิตมนุษย์ต่อให้เป็นเจ้านาย หรือชาววัง อย่างไรก็ตาม ก็มีสุขและมีทุกข์ มีสิ่งที่ต้องพบและเผชิญตามลำดับเวลาที่ผ่านไป นอกจากความสนุกสนานแล้วสามารถเป็นความรู้และอาจจะได้บทเรียนข้อคิดพิจารณาว่าคนทุกคนเวลาเมื่อพบกับความสุขก็อย่าเพลิดเพลินเกินไป เมื่อเวลามีความทุกข์ก็อยู่กับมันให้ได้และสามารถที่จะผ่านมันไปได้ด้วยความสวัสดี

“เล่มนี้เป็นเล่มฉบับปรับปรุงใหม่และเป็นการพิมพ์ครั้งที่ 3 ซึ่งการพิมพ์ครั้งล่าสุดผ่านมา 15 ปีแล้ว โดยมีสองเรื่องที่ปรับปรุงคือเพิ่มภาพประกอบ เพราะจะทำให้อ่านแล้วมีความเข้าใจและมีอรรถรสมากขึ้น อีกประการคือเรียงลำดับเรื่องใหม่ เพราะแต่เดิมเขียนตามใจชอบ แต่ฉบับใหม่จะเขียนเรียงตามลำดับอายุ หรือวันประสูติของท่านเหล่านั้นเพื่อให้ได้เห็นวันเวลาว่าในสมัยรัชกาลต่างๆ มีบริบทอย่างไรบ้าง
ซึ่งจะทำให้อ่านง่ายขึ้น และโดยส่วนใหญ่จะไม่ได้เล่าถึงประวัติมากนัก แต่พูดถึงพระจริยวัตรและวิธีที่ท่านอยู่กับโลก หรือสถานการณ์ในชีวิตของท่านมากกว่า”

เจาะลึก The Ruling game อนุรักษนิยม
‘ตู่’ปะทะ‘ป้อม’ซอฟต์ไลเนอร์

ดุลยภาค ปรีชารัชช

จากรั้ววัง ขยับออกมาสู่สามัญชน ในสงครามการเมืองไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช รองผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา และอาจารย์โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เขียน The Ruling game ชนชั้นนำและอำนาจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จอดป้ายนั่งแจกลายเซ็นพร้อมวิเคราะห์สถานการณ์ที่ควบคู่ชวนอ่านพร้อมๆ พ็อคเก็ตบุ๊กเล่มดังกล่าว

รศ.ดร.ดุลยภาคกล่าวว่า หนังสือเล่มนี้บอกเล่าถึงแนวคิดทฤษฎีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของชนชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงที่เป็นไฮไลต์คือกลุ่มก้อนชนชั้นนำภายในภูมิภาคซึ่งเจาะลึกไปถึง 4 กลุ่มหลัก คือ สถาบัน กองทัพ นักการเมือง และนักธุรกิจ รวมถึงมีการให้บทวิเคราะห์ในเชิงการเมืองเปรียบเทียบที่ค่อนข้างเป็นระบบพิสดารในส่วนช่วงท้ายของหนังสือ

“ผมคิดว่าทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวโยงกันอย่างลึกซึ้งและมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง หรือการชะลอของประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยนั้นมวลชนแบ่งออกเป็นหลายเฉดสี ซึ่งไม่ค่อยพบเห็นในประเทศอื่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีทั้งขวาจัด ซ้ายจัด กลางๆ รุ่นเก่า รุ่นใหม่ กลุ่มคนชนบท กลุ่มเมือง กึ่งเมืองกึ่งชนบทและอื่นๆ และอาการหลายเฉดสีเกิดจากการเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงกันของชนชั้นนำทั้ง 4 กลุ่มมากบ้างน้อยบ้าง แต่ความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองขึ้นอยู่กับ 4 กลุ่มหลักนี้”

รศ.ดร.ดุลยภาคยังโฟกัสลงไปว่า ทั้ง 4 กลุ่มนี้ยังมีผลต่อการเปลี่ยนสู่ประชาธิปไตย หรือกลับสู่เผด็จการ อย่างเช่นชนชั้นนำในรัฐบาลปัจจุบันก็มีทั้งกลุ่มที่เป็นฮาร์ดไลเนอร์และซอฟต์ไลเนอร์ ณ วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ค่อนข้างที่จะเป็นกลุ่มอนุรักษนิยม แต่ถ้าเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อาจจะเริ่มเป็นซอฟต์ไลเนอร์มากขึ้น และถ้าฝั่งซอฟต์ไลเนอร์ไปจับมือกับฝั่งประชาธิปไตยก็อาจจะเห็นคู่อำนาจที่พิเศษเกิดขึ้นมาในการเมืองไทยได้ แต่ถ้าเป็นคู่ของฝ่ายต่อต้านกับฮาร์ดไลเนอร์มีอำนาจปะทะกันก็จะเห็นความขัดแย้งในสังคมไทยเต็มที่เหมือนกัน

ถ้า‘รัฐสวัสดิการ’แยกจากประชาธิปไตย
สุดท้ายได้แค่เศษเงิน

ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

อีกหนึ่งเล่มติดอันดับขายดีไต่อันดับต่อเนื่อง แบบไม่หลุด Top 5 ผายมือไปที่ ‘แด่ทุกต้นกล้าความฝัน : ประวัติศาสตร์ กรณีศึกษา และเส้นทางการต่อสู้สู่รัฐสวัสดิการ’ ผลงาน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

วัยรุ่น นักเรียน นิสิต นักศึกษา ต่อคิวพบปะ พูดคุย เพียบ

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ เล่าว่า หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องสังคมที่ยุติธรรมและการตั้งคำถามว่าทำไมเราถึงคู่ควรที่จะอยู่ในสังคมแบบนี้ สังคมที่เท่าเทียมนั้นไม่ใช่เป็นโลกในอุดมคติ หรือโลกยูโทเปีย มันมีสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เช่น การเลิกทาส หรือผู้หญิงเท่าเทียมกับผู้ชาย มีประเทศที่คนสามารถเรียนหนังสือได้ฟรีและสามารถดูแลผู้สูงอายุได้อย่างสมศักดิ์ศรี

เมื่อถามว่าในการเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ต้องเป็นรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์หรือนโยบายแบบไหนถึงจะแก้ปัญหาเรื่องสวัสดิการได้

นักวิชาการท่านนี้ตอบว่า เรื่องรัฐสวัสดิการไม่ใช่เป็นเพียงนโยบายทางสังคมแต่สะท้อนประเด็นทางการเมืองด้วย เพราะฉะนั้นรัฐสวัสดิการกับประชาธิปไตยคือเรื่องเดียวกัน แยกออกจากกันไม่ได้ หากเราบอกว่าไม่เกี่ยวกัน สุดท้ายเราก็จะได้เพียงแค่สังคมสงเคราะห์ การบริจาค โยนเศษเงินข้ามกำแพงมา เพราะฉะนั้นตนคิดว่าการที่จะเกิดรัฐสวัสดิการขึ้นได้ต้องเป็นพรรคการเมืองที่ยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยและหลักการคนเท่ากันด้วยจึงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่จบที่การเลือกตั้ง ประชาชนต้องรวมตัวกันและกดดันเพิ่มเติมต่อไป

“ผมคิดว่าประชาชนเราไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะเริ่มเรื่องสวัสดิการเรื่องใดก่อน ก็เราสามารถที่จะหวังทุกอย่างได้พร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนมหาวิทยาลัยฟรี เงินบำนาญสำหรับประชาชน ขนส่งสาธารณะที่ดี เพราะชนชั้นนำไม่เคยต้องเลือกว่าเขาจะเอาเรือดำน้ำ หรือเครื่องบินรบก่อน ทำไมประชาชนต้องเลือก นี่คือสิ่งที่ผมอยากย้ำว่าเราสามารถคาดหวังได้ทีเดียวเพื่อที่จะทำให้เกิดสังคมใหม่ที่มีความยุติธรรมขึ้นได้”

‘ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย’ ฮอตไฟลุก!
กลางประเทศ ‘ถอยหลัง’

ผาสุก พงษ์ไพจิตร และ คริส เบเคอร์

ส่วนเล่มที่ฮอตมากจนผู้เขียนยังออกปากว่า ‘แปลกใจ’ คือ ‘ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ฉบับปรับปรุงใหม่’ (พิมพ์ครั้งที่ 14) โดย ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร และ ดร.คริส เบเคอร์ ภาพปกโดย ตะวัน วัตุยา

ศ.ดร.ผาสุกมองว่า ตอนนี้คนสนใจประวัติศาสตร์มาก เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงของประเทศบางทีก็พลิกผัน ผู้คนอยากจะทำความเข้าใจ เรามีความรู้สึกว่าต้องเข้าใจประวัติศาสตร์ถึงจะเข้าใจปัจจุบัน จึงอยากจะอ่านหนังสือประวัติศาสตร์มากขึ้น

“เป็นเรื่องดี ที่น่าสนใจ ปกติหนังสือประวัติศาสตร์จะขายไม่ค่อยได้ คิดว่าหนังสือของเรามีการตีความประวัติศาสตร์ในแบบที่แตกต่างจากที่เคยเขียนมาในอดีต เพราะเรามีการใช้หลักฐานในทางประวัติศาสตร์จากหลายแง่มุม ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก เปิดมุมมองใหม่ๆ ทำให้คนอ่านแล้วต้องคิดไปด้วย” ศ.ดร.ผาสุกกล่าว

ด้าน ดร.คริสกล่าวว่า มีความแปลกใจ เพราะว่าเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือใหม่ แต่เป็นหนังสือที่มีการปรับปรุงใหม่ คิดว่าประวัติศาสตร์ไทย 20 ปีที่ผ่านมาค่อนข้างน่าเศร้ามากๆ ประเทศก็ถอยหลังมากๆ ภายใต้ระบอบทหาร

“คิดว่าหลายคนอยากจะเข้าใจว่าทำไมมันเกิดขึ้นแบบนี้ ก่อนที่เราจะติดใจฟังกลุ่มเจนเก่า เราคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นใน 20 ปีนี้ มันพิเศษจริงๆ มันไม่ธรรมดามากๆ เราตั้งใจจะเขียนเรื่องใหม่ พยายามทำให้คนเข้าใจว่าทำไมสิ่งนี้ถึงเกิดขึ้น คิดว่าตรงนี้ทำให้หนังสือขายดี แต่ก็คงเพราะว่าหน้าปกดีด้วย”

สายมู กองทัพ วรรณกรรมเพื่อชีวิต
ล้วน ‘การเมือง’ เรื่องหลากมิติ

ปิดท้ายด้วยรีวิวระดับป้ายยา จาก รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่หยิบเล่มไฮไลต์มาสะกดจิตสะกดใจให้เปิดอ่าน

เริ่มที่ Capitalism Magic Thailand: Modernity with Enchantment : เทวา มนตรา คาถา เกจิ: ไสยศาสตร์สมัยใหม่กับทุน (ไทย)นิยม ผู้เขียน: Peter A. Jackson / แปลโดย: วิราวรรณ นฤปิติ ซึ่ง รศ.ดร.ประจักษ์ฟันธงว่าเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่สายมูห้ามพลาด เพราะทำให้เห็นว่าความเชื่อ โชคลาง และทุกอย่างที่คิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะไปกันได้กับทุนนิยมสมัยใหม่ จริงๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจ

“สายมูห้ามพลาด อ่านแล้วจะเข้าใจว่าเรื่องมูเตลู เรื่องไสยศาสตร์ จริงๆ แล้วมีมิติทางเศรษฐศาสตร์การเมืองอยู่ในนั้น ผู้เขียนคืออาจารย์ Peter Jackson ศึกษาเมืองไทยมายาวนานมาก เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม ศาสนา วิธีคิดของคนไทย เพราะฉะนั้น เล่มนี้เหมือนกลั่นมาจากประสบการณ์ 40 ปี เป็นงานชิ้นสำคัญ ทำไมคนถึงเชื่อเรื่องแบบนี้ มันผูกกับวิธีคิดของความอยากรวย อยากประสบความสำเร็จในชีวิต หรือการที่การเมืองไม่แน่นอน คนต้องไปพึ่งสิ่งเหล่านี้ เล่มนี้ดีมาก”

จากนั้นขีดเส้นใต้ไปที่ Transform or Die: ปฏิรูปกองทัพไทย ผลงาน ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข โดยระบุว่า ไม่ต้องแนะนำเยอะ

“ถามว่าเรื่องกองทัพกับการเมืองไทยใครเชี่ยวชาญที่สุดในประเทศไทย ทุกคนต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า อาจารย์สุรชาติ ศึกษามาตั้งแต่วัยหนุ่มจนเกษียณ พูดง่ายๆ ว่ากลั่นมาจากความรู้ทั้งชีวิต ประเทศไทยถึงจุดที่ว่า ไม่ปฏิรูปกองทัพไม่ได้แล้ว

ตอนนี้คนเถียงกันเรื่องเกณฑ์ทหาร จะยกเลิกหรือไม่ จะเปลี่ยนเป็นระบบอะไร เล่มนี้มีคำตอบทั้งหมดอย่างเป็นรูปธรรม”

จากนั้น กล่าวถึงหนังสือ สายธารวรรณกรรมเพื่อชีวิตของไทย โดย เสถียร จันทิมาธร ว่าเป็นเล่มคลาสสิกที่นำมาพิมพ์ใหม่ ตนนำมาใช้ตอนเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาโท ‘และแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ’ ด้วย

“เล่มนี้เล่ามาทั้งหมดตั้งแต่งานของ จิตร ภูมิศักดิ์ นายผี กุหลาบ สายประดิษฐ์ ศรีบูรพา ว่ามีกระแสแนวคิดแบบนี้อยู่ ถ้าใครอยากรู้จักพัฒนาการ ที่มาที่ไปของวรรณกรรมเพื่อชีวิตในสังคมไทยต้องอ่าน”

เหล่านี้คือหลากเล่มวิชาการอ่าน (เข้าใจ) ง่ายที่ติด Top 5 ไปจนถึงผลงานคลาสสิก ชวนให้หยุดคลิกเมาส์ ไถสมาร์ทโฟนชั่วคราว แล้วบุกเข้าคูหาแห่งตัวอักษรที่ร้อยเรียงเป็นถ้อยคำ กลั่นกรองข้อมูลเน้นย้ำเสรีภาพของการ (เลือก) อ่านในศักราชนี้

ทีมข่าวเฉพาะกิจ