พูดถึงการเกษียณหลายท่านมักจะนึกถึงคนทำงานใช่ไหมคะ ที่จริงการเกษียณในเชิงพฤติกรรมอาจจะไม่จำกัดอยู่แค่คนทำงานเท่านั้นค่ะ ธุรกิจส่วนตัวหรือทำงานทั่วในไนบ้าน (ปลูกผัก ดูแลต้นไม้ งานบ้าน) อาจจะเป็นงานที่ไม่มีวันปลดเกษียณตัวเองได้เลย มีคุณสุภาพสตรีสองท่านที่ปลดเกษียณตัวเองและจัดการชีวิตหลังเกษียณได้อย่าง
น่าสนใจค่ะ
ท่านแรกอายุเกือบเจ็ดสิบปีแล้ว งานที่ทำมาสิบกว่าปีในช่วงหลังคือดูแลสามีที่เริ่มมีโรคประจำตัวหลายโรคและมีอาการสมองเสื่อมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมแค่ต้องพามาโรงพยาบาลก็กลายเป็นต้องคอยดูแลไม่ให้สามีวุ่นวายออกจากบ้านแล้วหลงทาง ต้องทนอารมณ์หงุดหงิดและการถามซ้ำๆ ของสามีจนในช่วงปีท้ายๆ กลายเป็นการดูแลสามีที่นอนติดเตียง ความที่พามาโรงพยาบาลลำบากเพราะสามีเดินไม่ได้ คำพูดติดปากที่เธอเล่าตอนมารับยาไปให้สามีคือ “ไม่รู้เมื่อไหร่มันจะตายซักทีนะหมอ” ฟังดูโหดร้ายแต่ถ้าลองนึกถึงใจคนที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้เลยตลอดทั้งวัน ทุกวัน ติดต่อกันมาหลายปีโดยที่ไม่มีใครช่วยเพราะลูกช่วยได้มากที่สุดคือทำงานแล้วส่งเงินมาให้ เป็นใครก็ต้องเครียดค่ะ ท่านที่สองเป็นอดีตคุณครู หลังเกษียณอายุราชการไม่นานสามีก็เสียชีวิต เธอไม่มีลูกจึงต้องอยู่บ้านคนเดียว ความเข้มแข็งของเธอแทบฝ่อหายไปหมดเมื่อหลังสามีเสียชีวิตไม่นานก็ถูกขโมยขึ้นบ้านเอาทรัพย์สินมีค่าไปหมด ดีที่เอาไปแต่ของ เงินทองที่เธอเก็บไว้ก็ยังอยู่ ดังนั้น ชีวิตไม่ได้ลำบากขึ้นนักแต่การอยู่คนเดียวก็ทำให้รู้สึกกลัวมาก
ท่านแรกมีคนอยู่ด้วยส่วนท่านที่สองอยู่คนเดียวก็มีความเครียดไปคนละแบบค่ะ หลังจากสามีของท่านแรกเสียชีวิต คุณสุภาพสตรีสองท่านนี้ก็เลือกทำกิจกรรมที่ได้เข้าสังคมในรูปแบบต่างกันไป ท่านแรกเลือก “เที่ยวโรงพยาบาล” ค่ะ หมายถึงมาเดินซื้อของที่ตลาดนัดในโรงพยาบาล หาข้าวหาปลากินแล้วก็ซื้อของฝากหมอและพยาบาลที่รู้จักกัน ซึ่งเธอก็รู้จักหลายคนเพราะต้องพาสามีมารักษาอยู่หลายแผนกในหลายปีที่ผ่านมา ตอนเอาของไปฝากก็ได้พูดคุยกันบ้าง ส่วนท่านที่สองเลือก “เที่ยววัด” ค่ะ ไปทำบุญบ้าง ปฏิบัติธรรมบ้าง ทำให้ได้เจอเพื่อนเก่าที่เกษียณอายุราชการด้วยกันและเจอคนรู้จักที่มาวัดจนคุ้นเคยกันเสมอ ทั้งสองท่านบอกว่าวันที่มีความสุขคือวันที่ได้ออกจากบ้านนี่ล่ะค่ะ
“โค้ชโคโมริ” จากแอนิเมชั่นซีซั่นนี้ All Out!! ก็เช่นกัน อยากเขียนถึงโค้ชท่านนี้มานานแล้ว เขาเป็นตัวอย่างที่ดีของคนในสังคมผู้สูงวัยที่กำลังจะมาถึงในเร็ววันในฐานะที่ทำกิจกรรมเพื่อตัวเองและเพื่อคนอื่นได้อย่างลงตัว All Out!! กล่าวถึงชมรมรักบี้มัธยมปลายที่ไม่เก่งเท่าไร ความที่ไม่มีโค้ชช่วยแนะนำให้ทุกคนต้องฝึกกันเองอย่างไร้ทิศทาง “กิอง” น้องใหม่ของชมรมเห็นรุ่นพี่บ่นแบบนี้จึงค้นหาชื่อโค้ชรักบี้ดังๆ ในประเทศแล้วส่งอีเมล์ไปชวนให้ช่วยมาดูการซ้อมของชมรมหน่อย มีคนเดียวที่แวะมาดูคือโค้ชโคโมรินี่ล่ะค่ะ เขาเพิ่งเกษียณตัวเองจากการเป็นโค้ชทีมรักบี้อาชีพ การมาถึงของโค้ชทำให้เหล่าเด็กหนุ่มมีไฟขึ้นมากแต่ประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่กับเด็กๆ เท่านั้นค่ะ โค้ชโคโมริอยู่กับภรรยาเพียงสองคน ไม่มีลูก จากคนที่เคยทำงานทุกวันถ้าให้หยุดทำแล้วมาอยู่บ้านคงอกแตกตายแน่ แม้หลายท่านจะอยากเกษียณอายุเร็วๆ เพื่อจะได้อยู่บ้านดูซีรีส์ทั้งวันหรือไปเที่ยวในวันธรรมดาโดยไม่ต้องลางานแต่พอถึงวันนั้นจริงๆ หากไม่เตรียมตัวล่วงหน้าก็จะเครียดจากการปรับตัวครั้งใหญ่ค่ะ ดังนั้น การมาเป็นโค้ชให้เด็กๆ จึงเกิดประโยชน์กับตัวโค้ชโคโมริเองด้วยในแง่ที่ยังมีกิจกรรมทางสังคมอยู่
กิจกรรมทางสังคมมีส่วนช่วยผู้สูงอายุในหลายด้านค่ะ งานวิจัยโดย ศ.โบวลิงและทีมจากมหาวิทยาลัยแห่งเซาธ์แธมป์ตัน ซึ่งตีพิมพ์ใน BMC Psychology ได้ศึกษาข้อมูลตลอดช่วงชีวิตของคนเพื่อดูว่าปัจจัยใดบ้างที่ทำให้ผู้สูงวัยยังมีสมองและสุขภาพจิตดีอยู่ แม้จะมีหลายงานวิจัยยืนยันว่ากิจกรรมทางสังคมช่วยเรื่องเหล่านี้ได้แต่งานวิจัยนี้แปลกใหม่กว่าตรงที่เขามองยาวๆ หลายสิบปีตลอดช่วงชีวิตค่ะ ผลการศึกษาพบว่ากิจกรรมที่ทำให้มีโอกาสเข้าสังคมไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพักผ่อน พบปะ เที่ยว หรือกลุ่มอาสาสมัครมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตที่ดีและความเครียดที่ต่ำลง มีการทำแบบทดสอบการทำงานของสมอง (ความจำ สมาธิ การควบคุมตนเอง) เมื่ออายุ 50 ปีก็พบว่ากลุ่มที่มีกิจกรรมทางสังคมในช่วงอายุ 33-50 ปี จะมีคะแนนทดสอบดีกว่ากลุ่มที่ไม่มีกิจกรรมทางสังคม นอกจากนั้น คนที่เข้าร่วมหลายกิจกรรมก็ดูจะทำคะแนนได้ดีกว่าเข้าร่วมแค่กิจกรรมเดียวด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมทางสังคมกับคะแนนทดสอบนี้อยู่ในระดับปานกลางแม้ว่าจะควบคุมตัวแปรอื่น เช่น สุขภาพ สถานะทางสังคม และเพศแล้วก็ตาม
มีผู้สูงวัยหลายท่านถามเสมอว่ากินอาหารเสริมตัวไหนจึงจะป้องกันสมองเสื่อมได้ คำแนะนำโดยทั่วไปคือทำกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายและเข้าสังคมบ้าง จัดการความเครียดของตัวเองให้ดีและทำงานที่ได้ใช้ความคิดหรือการตัดสินใจอย่างสม่ำเสมอ พูดง่ายๆ คือไม่ต้องเสียเงินแต่บอกแบบนี้ไปหลายท่านก็ไม่เชื่อค่ะ
ท่านว่าขออาหารเสริมแบบที่ซื้อกินดีกว่าหมอ ถ้าไม่เสียเงินแล้วรู้สึกว่ามันจะไม่ได้ผล

