ช่วงวันพ่อที่ผ่านมา ศูนย์การค้าสยามพารากอน เต็มไปด้วยความคึกคัก
ทันทีที่ผลักประตูเข้าไปจากฝั่งลานน้ำพุจะพบกับดอกไม้ประดิษฐ์เป็นร้อยเป็นพันดอกแข่งกันสะพรั่งกลางพื้นที่บริเวณฮอลล์ ออฟ เฟม
ต่างแวะไปถ่ายรูป ไปเซลฟี่ ด้วยความชื่นชมความงดงามของศิลปะการจัดดอกไม้ ที่สะดุดตาเห็นจะเป็นพวงมาลัยดอกไม้แห้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาด 2X3 เมตร “มาลัยแห่งความจงรักภักดี” ผลงานของอาจารย์และนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
เป็นส่วนหนึ่งในงาน “ดอกไม้แห่งราชัน บุหงาโครงการหลวง” จัดขึ้นโดย โครงการผลิตภัณฑ์ดอกไม้แห้ง โครงการหลวง โดยนำ “ดอกไม้แห้ง” ซึ่งเป็นหนึ่งในผลผลิตจากมูลนิธิโครงการหลวงมาให้ดีไซเนอร์ นักจัดดอกไม้ และสถาบันการศึกษาต่างๆ ร่วมสำแดงฝีมือความคิดสร้างสรรค์ในการจัดดอกไม้ให้ออกมางดงามแปลกตา ร่วมแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทย

ภายในงานแบ่งออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย…
โซนที่ 1 “รวมใจภักดิ์ ถวายอาลัย” จัดแบ๊กดร็อปขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยดอกไม้แห้ง ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมโต๊ะบูชาประดิษฐานเครื่องทองน้อยที่ทำจากดอกไม้แห้ง เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมกันปักดอกไม้แห้งถวายอาลัย โดยทางโครงการได้จัดเตรียมดอกไม้แห้งไว้ 9,999 ดอก
โซนที่ 2 “สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ” เป็นโซนที่ศิลปินนักจัดดอกไม้ รวมทั้งจากสถาบันการศึกษา ร้านดอกไม้ สมาคม องค์กรเอกชนต่างๆ ได้เข้าร่วมแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านศิลปะการจัดดอกไม้
โซนที่ 3 “สืบสานพระราชดำริ” จัดเป็นนิทรรศการผลิตภัณฑ์ดอกไม้แห้ง ภายใต้ตราสินค้า “บุหงาโครงการหลวง” มูลนิธิโครงการหลวง
โซนที่ 4 “ฝากไว้ในแผ่นดิน” เป็นโซนออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกไม้แห้งโครงการหวง มีทั้งที่เป็นวัตถุดิบดอกไม้แห้งขายเป็นกำให้ไปจัดช่อเองตามความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน หรือแบบที่จัดเป็นช่อสำเร็จ และที่เป็นกิฟต์ไอเทม เป็นเครื่องหอม ฯลฯ
ธัญญะ เตชะศีลพิทักษ์ หัวหน้าโครงการบุหงาโครงการหลวง เล่าว่า โครงการหลวงมีส่วนของงานเล็กๆ ที่ทำเกี่ยวกับดอกไม้แห้ง เรียกว่า “โครงการดอกไม้แห้ง” มูลนิธิโครงการหลวง ทำมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 ซึ่งส่งให้กับร้านโครงการหลวงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่ค่อยทราบ เมื่อพูดถึงโครงการหลวงโดยมากจะนึกถึงผัก ผลไม้ หรือดอกไม้สด มาปีนี้คณะกรรมการโครงการดอกไม้แห้งมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะปรับกลยุทธ์หันมาทำตลาดในเชิงรุก ควรมีแบรนด์ของตนเอง ใช้ชื่อว่า “บุหงา” โดยผ่านความเห็นชอบจาก ม.จ.ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง งานนี้จึงถือเป็นการเปิดตัวแบรนด์ “บุหงาโครงการหลวง” ซึ่งมีวัตถุดิบเป็นดอกไม้และพืชกว่า 100 ชนิด
ทางด้าน ภูเบศร์ เจษฎ์เมธี นักจัดดอกไม้มืออาชีพ ในฐานะกรรมการ “บุหงาโครงการหลวง” บอกว่า จุดเด่นของดอกไม้แห้งคือ สามารถใช้ลูกเล่นได้หวือหวากว่าดอกไม้สด จะจัดห้อยหัวอย่างไรก็ได้เพราะไม่ต้องอาศัยน้ำ ที่สำคัญคือสามารถคงทนนานกว่าดอกไม้สดมากนัก
“อยากให้มีการพัฒนาการจัดดอกไม้แห้งในรูปแบบใหม่ๆ ให้เกิดเป็นแฟชั่นเหมือนสินค้าอื่นๆ ตอนนี้ที่คณะกรรมการช่วยกันคิดคือ จะทำดอกไม้ในพิธีการ เพราะประเทศไทยเรามีวาระสักการะในหลายโอกาส อย่างพานพุ่ม ดอกไม้งานศพ ดอกไม้จันทน์ พวงหรีด ฯลฯ รวมไปถึงการดีไซน์ดอกไม้แห้งสำหรับเจาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันเรามีออเดอร์จากตลาดเพื่อนบ้านแล้ว อย่างฟิลิปปินส์ สิงคโปร์”
ซึ่งความคึกคักและกระแสตอบรับของงาน “ดอกไม้แห่งราชัน บุหงาโครงการหลวง” น่าจะเป็นสิ่งยืนยันได้ถึงอนาคตอันสว่างไสวของ “บุหงาโครงการหลวง” ได้เป็นอย่างดี

