หน้าแรก ประชาชื่น หลังความจริงท...

หลังความจริงที่เกิดขึ้น คอลัมน์ โลกสองวัย

12.12.16 | 13:36 น.
ภาพประกอบจาก en.oxforddictionaries.com

ขออนุญาตน้องหนูย้อนหลังเขียนถึงนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์เมื่อสัปดาห์ก่อน (ไม่นาน) ปรากฏการณ์จากคุณพี่ผู้เขียนสามคน ว่าด้วยเรื่องเดียวกัน

คือเรื่องที่ Oxford Dictionaries ประกาศว่า คำว่า “post-truth” เป็น 2016 international word of the year หรือ “คำแห่งปี 2016”

หนุ่มเมืองจันท์ แห่ง ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ บอกว่า คำนี้ใช้ครั้งแรกเมื่อปี 1992 แต่ปีนี้มีคนนำมาใช้เพิ่มขึ้น 2,000% มากที่สุดตอนที่มีการลงประชามติว่าอังกฤษจะอยู่หรือออกจากอียู และตอนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

อีกคนหนึ่งคือ พรพิมล ลิ่มเจริญ ในคอลัมน์ ใส่บ่า แบกหาม” เขียนถึง “เธอจ๊ะ” บอกว่า คำนี้เป็น adjective เช่น post-truth politics เป็นต้น

“ใช้อธิบายสภาพแวดล้อมที่ความจริงมีอิทธิพลต่อความคิดเห็นสาธารณะน้อยกว่าการดึงดูดความสนใจด้วยการใช้อารมณ์ ความรู้สึก อย่าง Brexit ของอังกฤษ อย่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ที่ได้ คุณโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี”

Advertisement

ความจริงคืออังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกาที่มี คุณโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี แต่เรื่องราวหลังจากนั้นมันสำคัญกว่าการได้เป็น มีประเด็นกว่าการได้มา

น่าสนใจ น่าสนใจใช่ไหม โลกเล็กๆ ของเราใบนี้

พรพิมลบอกว่า Truth เป็นกึ่งๆ หนัง กึ่งๆ สารคดี สร้างจากหนังสือประเภทบันทึกความทรงจำ

Truth and Duty : The Press, the President and the privilege of Power เขียนโดย Mary Mapes

คนที่สามซึ่งเขียนเรื่องนี้ คือ คำ ผกา ในชื่อ ไม่คิดก็ไม่เจ็บ หยิบยกคำนี้ขึ้นมาบอกกล่าวพร้อมแปลความหมายจากออกซ์ฟอร์ด ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาไทยว่า

“สถานการณ์ที่ข้อเท็จจริง หลักฐานอันปราศจากอคติมีอิทธิพลต่อ ‘มติ’ สาธารณะน้อยกว่าอารมณ์และความเชื่อส่วนบุคคล”

คำว่า post truth ที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ข่าวสารในสื่อใหม่ถูกใช้โดย David Roberts คอมเมนเตเตอร์การเมืองที่พูดถึงผลกระทบของวงจรข่าวที่อยู่รอบตัวเรา 24 ชั่วโมง สมดุลของข้อเท็จจริงในข่าว และความดกดื่นของ

โซเชียลมีเดีย ที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความจริงกับความเท็จ มันถูกเบลอเข้าหากันไปหมด

เพราะฉะนั้น ที่เราเคยเชื่อกันว่า เสรีภาพในโซเชียลมีเดียจะช่วยปลดปล่อยเราออกจากการครอบงำ

อาจกลายเป็นว่า เรากำลังถูกปั่นหัวจากการ mix and match ข้อเท็จจริง จากฝ่ายต่างๆ (จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่) และถูกปลุกเร้าอารมณ์ให้โกรธ เกลียด ฯลฯ จาก “ข้อมูล” เหล่านั้น

จนสนามการเมือง และประเด็นอันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะท่วมท้นไปด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผลและข้อเท็จจริง

ทั้งสามคน คนหนึ่งเป็นคอลัมนิสต์ที่หยิบยก “คำ” หรือเรื่องของ “คน” มาขยายเป็นความคิดต่อยอดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ วันนี้กลับหยิบยกคำ คำหนึ่งมาอธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในสังคมจากคำนี้ว่าโอกาสที่เรื่องหนึ่งจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง จากความรู้สึก อารมณ์ มากกว่าข้อเท็จจริง ก็เป็นได้

เช่นเดียวกับคนที่สอง เขียนเรื่องนี้ยึดโยงให้เข้ากับภาพยนตร์และสภาพสังคม บางครั้งเรื่องของข่าวอาจมี “อะไร” มากไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นจากภาพยนตร์หรือจากข่าวสารข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคม

คำ ผกา หยิบยกเรื่องนี้ผู้เข้าใจการบ้านการเมือง ทั้งในส่วนของความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องของความเชื่อ ทั้งให้ความคิดเห็นส่วนตัวไว้ว่า พลังมวลชนที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์มากกว่าเหตุผลและการตระหนักในข้อเท็จจริงอย่างปราศจากอคติและฉันทาคติ-น้องหนูลองย้อนกลับไปอ่าน แล้วจะรู้ว่า หลังความจริง คืออะไร