หน้าแรก ประชาชื่น คอลัมน์ เดือน...

คอลัมน์ เดือนหงายที่ชายโขง: ท่องเที่ยวแบบแออัดรับลมหนาว

14.12.16 | 16:16 น.

เมื่อลมหนาวแรกเริ่มพัดมาพร้อมกับวันหยุดยาว ก็ดูเป็นภาพอันคุ้นชินที่จะได้เห็นขบวนรถวิ่งขึ้นตามดอยตามภูและแหล่งท่องเที่ยวรับอากาศหนาวทั้งหลายติดกันเป็นแพ พร้อมกับแนวเต็นท์และค่ายพักแรมที่นักท่องเที่ยวมากางเรียงกันราวกับแคมป์ผู้อพยพภัยธรรมชาติหรือภัยสงครามก็ไม่ปาน

สภาพการท่องเที่ยวแบบแออัดตามภูเขาและดอยต่างๆ ในฤดูหนาวของประเทศไทย เกิดขึ้นจากสาเหตุหลายประการ ทั้งการโฆษณาแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตแบบเฉพาะเจาะจง สภาพท้องถนนและระบบจราจรขนส่งมวลชนที่ไม่เพียงพอ และสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่มีสาธารณูปโภคที่เหมาะสมต่อจำนวนคนมหาศาล

การท่องเที่ยวแบบล้นเกินในสถานที่ท่องเที่ยวไม่กี่แห่งเช่นนี้ นอกจากจะเป็นปัญหาต่อนักท่องเที่ยวเองที่ต้องอยู่อย่างแออัด แย่งกันกิน แย่งกันใช้แล้ว ยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งต่อสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตเอง และสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ที่ไม่ได้รับความนิยม สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนไปมาก ก็จะถูกพัฒนาอย่างล้นเกินจนสูญเสียมนตร์เสน่ห์ที่เคยมี สิ่งแวดล้อมก็ถูกทำลายรวมถึงระบบนิเวศที่มีอยู่เดิมก็จะเสื่อมสภาพไปจากการที่คนจำนวนมากกรูเข้าไปอยู่ในครั้งเดียว ตัวอย่างเช่น ภูทับเบิก ที่ถูกพัฒนาเป็นรีสอร์ต บ้านพัก รุกล้ำเขตพื้นที่การเกษตรและธรรมชาติอย่างผิดกฎหมายจนต้องรื้อถอนกันวุ่นวาย หรือทางขึ้นดอยจอมทอง ดอยสุเทพ ภูกระดึง ที่เมื่อถึงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวมาก ก็จะเกิดอุบัติเหตุทั้งต่อรถยนต์ด้วยกันเอง และต่อสัตว์ต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ต้นไม้ถูกเด็ด ดึง ถอน ต้องใช้เวลารอคอยการฟื้นฟูอีกกว่าปี

เงินที่ได้จากการท่องเที่ยวแบบล้นเกินเช่นนี้ ไม่นานก็จะโรยราเหี่ยวแห้งลงหลังจากสถานที่ท่องเที่ยวเริ่มถูกพัฒนามากเกินไป สูญเสียความเป็นธรรมชาติ สภาพแวดล้อมที่งดงามเสื่อมโทรม นักท่องเที่ยวจะแสวงหาที่เที่ยวใหม่ๆ ที่สวยงามแล้วแห่กันไป เป็นวงจรการท่องเที่ยวที่ไม่พอดีและไม่ก่อประโยชน์ให้กับใครในระยะยาว

วันหยุดยาวและลมหนาวที่มาพร้อมกันไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นง่ายๆ และถ้าต้องการจะท่องเที่ยวก็ต้องฝ่าคลื่นมหาชนไปอยู่กันแออัด ทางออกของปัญหานี้อาจจะค่อยๆ ร่วมมือกันแก้ไขไปได้หลายแง่ เช่น

Advertisement

การหาแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่มีความสวยงามและความโดดเด่นคล้ายกัน แล้วกระจายการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสความแตกต่างและอากาศหนาวเย็นได้รับทราบ เนื่องจากภูและดอยในประเทศไทยมีความสวยงามแตกต่างกันมากมาย

การจัดระบบขนส่งมวลชน รถตู้ รถบัส รถสองแถวรับ-ส่งก่อนขึ้นดอยและห้ามรถนักท่องเที่ยวที่เป็นรถส่วนตัวขับขึ้นไปให้เสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากความไม่คุ้นชินทาง

จัดระเบียบสถานที่พัก โรงแรม รีสอร์ต โดยเก็บสถิตินักท่องเที่ยวในแต่ละปี แล้วสนับสนุนให้ชาวบ้านในพื้นที่เปิดโฮมสเตย์หรือฟาร์มสเตย์ เข้มงวดกับการก่อสร้างและเปิดสถานที่พักในเขตพื้นที่ท่องเที่ยว

ความร่วมมือในการพัฒนาดังกล่าว ต้องเกิดขึ้นกับทั้งจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวและการรักษาระบบนิเวศในธรรมชาติไปพร้อมกัน อีกทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยวก็ควรให้ความรู้ทางวัฒนธรรมและปรับนิสัยการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และทางภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ที่ต้องร่วมกันดูแลสถานที่ท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ของตนให้อยู่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามไว้ได้ยาวนาน

ส่วนผู้ต้องการท่องเที่ยวพักผ่อนเอง ก็น่าจะพิจารณาขยับขยายแหล่งพักผ่อนในวันหยุดเปลี่ยนไปหาที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ Unseen Thailand เพื่อให้วันหยุดไม่เป็นการพักผ่อนที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางและแย่งกันกินใช้ ได้หยุดพักผ่อนรับอากาศหนาวและชื่นชมความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างแท้จริง