เสิร์ฟไลฟ์สไตล์ผ่านจาน พลิกตำนาน‘จิมทอมป์สัน’ แลนด์มาร์ก-ฉากใหม่ในรอบ 15 ปี

26.04.23 | 14:19 น.

รับประกันว่า เป็นจานที่คุณไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิตนี้ 

แฟรงก์ แคนเซลโลนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด ลั่นวาจา 

พักปริศนาการหายตัวของ จิม ทอมป์สัน (..1967) ไปสักพัก เพราะตำนานบทใหม่กำลังปรากฏตัวในเร็ววันนี้

Jim Thompson แบรนด์ผ้าไหมลักชัวรี่อันดับ 1 ของไทย ที่เลื่องชื่อระดับโลก พร้อมแล้วที่จะกระโดดข้ามกรอบจำกัด เตรียมพลิกโฉมเดิมในรอบ 15 ปี

 ไม่เพียงรับบทแนวหน้าในการผลักดันผ้าไหมไทย ภายใต้กลยุทธ์ “Beyond Silk” แต่กำลังจะส่งอุตสาหกรรมอาหารไทย ให้ธุรกิจ

Advertisement

โลคอลของคนตัวเล็กก้าวไกลไปยืนในระดับสากล

ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน โฉมใหม่สุดตระการตา

‘The OSS Bar’ บาร์ริมน้ำ ไอคอนิกแห่งใหม่

ลุคใหม่แบบสับ พร้อมเปิดบ้านต้อนรับกลางปีนี้

วัฒนธรรมประเพณีอันรุ่มรวย ผสานเข้ากับความทันสมัย คือจุดเด่นของ ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน ภายใต้แรงบันดาลใจจากชีวิตของจิมฯ การปรับโฉมใหม่ครั้งใหญ่หลังเปิดให้บริการยาวนานกว่า 15 ปี จึงเต็มไปด้วยสิ่งพิเศษ

กลางปี 2566 นี้เตรียมคิวมาสัมผัสการออกแบบที่แตกต่าง ตกแต่งภายในสไตล์ร่วมสมัยด้วยเครื่องเรือนสุดโมเดิร์น พร้อมครัวแบบ Open Kitchen เปิดให้ดื่มด่ำประสบการณ์ หรือเลือกทานมื้อสบายๆ ริมสระน้ำ ชมวิวทิวทัศน์ริมคลองแบบบ้านๆ

ในฐานะดาวเด่น ผู้เปิดบ้านรับรองแขกคนดังมากมายในอดีต ทั้งนักเขียน นักการทูต ดาราฮอลลีวู้ด ต่างก็ได้ลิ้มลองเมนูอาหารไทยชั้นเลิศที่นี่ คอนเซ็ปต์ใหม่จึงงัดจิตวิญญาณมาพร้อมอัธยาศัยไมตรีที่จะสร้างความประทับใจให้แขกบ้าน จัดเต็มครบทุกรสชาติ ทั้งเมนูอาหารและเครื่องดื่มมากมาย โซนที่ตอบทุกโจทย์ ไม่ว่าจะเพลิดเพลินกับมื้อสาย หลังเข้าชมพิพิธภัณฑ์ จิบชาตอนบ่ายในวิวบ้านสวน ดินเนอร์ครบรสชาติ หรือเอ็นจอยกับค็อกเทลที่บาร์สุดชิค 

งานทางการก็รองรับ ด้วยห้องอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ทันสมัย เทคโนโลยีล้ำ พร้อมจัดทุกอีเวนต์ ไม่ว่าจะงานแต่ง สัมมนา การประชุมผู้บริหาร เพื่อรับรองแขกได้อย่างเพอร์เฟ็กต์สำหรับ 150 ชีวิต 

‘The Oyster’ ส่งตรงจากอันดามัน
1 ในเมนูเรียกน้ำย่อย คอร์ส “Jim’s World” 
‘น้ำตกเนื้อ’ แบบไทยๆ รสชาตินัว

 

ไฟน์ ไดนิ่งสัญชาติไทย คอนเฟิร์ม ชีวิตนี้ไม่เคยสัมผัส

แฟรงก์ CEO จิม ทอมป์สัน สวมผ้าไหมไทย ฉายให้เห็นคอนเซ็ปต์ Beyond Silk ก่อนเผยแผนเดินหน้าสานต่อความสำเร็จในธุรกิจร้านอาหาร รับประกันว่า เป็นจานที่ไม่เคยทานมาก่อนในชีวิตนี้

CEO ชาวฝรั่งเศสผู้นี้เล่าว่า หลายโซนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตและมรดกตกทอดจากจิม ทอมป์สัน ภายในกลางปี 2566 จะนำเสนออาหารหลายสไตล์ ทั้งรสชาติดั้งเดิม แนวโปรเกรสซีฟไทย ไปจนถึงเมนูสุดพิเศษรังสรรค์โดยเชฟมากฝีมือ ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตราตรึงใจ 

ไปต่อด้วยทางใหม่ เป้าหมายคือ ไอคอนิก (Iconic) ของไทย ทำงานเชื่อมโยงกับโลคอลซัพพลายเออร์

ไม่เคยได้ยินใครพูดว่า ไม่ชอบอาหารไทย แต่ขอเผ็ดน้อย แฟรงค์เล่าด้วยอารมณ์ขัน พร้อมประกาศว่า จิม ทอมป์สัน กำลังครีเอต The first thai cuisine fine dinning ที่ยังไม่มีในไทย ดีไซน์แบบร่วมสมัย ราคากลางๆ จุดเด่นคือการเปิดครัว ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น รวมถึงใช้สมุนไพรเป็นวัตถุดิบสำคัญ

โซนมื้อเที่ยง เสิร์ฟเมนูอาหารไทยรสชาติต้นตำรับให้อิ่มท้องพร้อมรับลมเย็นริมน้ำ ชมปลาคาร์ฟในบรรยากาศแสนร่มรื่น 

จิบชาทานของว่างที่โซนคาเฟ่ Afternoon Tea ในบรรยากาศแสนสงบริมระเบียง หรือจะรอดื่มด่ำมื้อค่ำภายใต้บรรยากาศยูนีค เสิร์ฟไวน์ชั้นเลิศเคล้าเสียงดนตรี ให้ Vibe ที่แปลกใหม่ ลงตัวกับอาหารโปรเกรสซีฟไทยและเมนูเพื่อการลิ้มลอง (Degustation Menu)

ความพิเศษคือ The OSS Bar บาร์สุดฮิบริมน้ำ ไอคอนิกใหม่ ที่ตั้งชื่อมาจากหน่วยสืบราชการของสหรัฐ The Office of Strategic Services (OSS) ซึ่งก่อตั้งขึ้นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้ช่ำชอง (Mixologist) พร้อมชงค็อกเทลรสชาติเยี่ยม รังสรรค์จากประวัติศาสตร์ในยุคนั้น เคล้ากลิ่นอายแห่งวันวาน

อาณาจักรอาหารและเครื่องดื่มจากมือเชฟชื่อดังมากประสบการณ์ พร้อมชูรสชาติไทยแท้ที่แปลกแต่นัวมาก เปิดบ้านใหม่ต้อนรับช่วงกรกฎาคมปีนี้ เรียกว่าครบทั้งเอลเลแกนต์ แคชชวล และรีแลกซ์ 

แฟรงก์กระซิบถึงเหตุผลที่เริ่มต้นในไทยเพราะเห็นว่ามีโพเทนเชียลสูงจึงทุ่มเกือบ 70 ล้านเพื่อพลิกโฉม

(ขวา) นิธินันท์ ประยูรโภคราช
ไพลิน และ วิลเลียม
ไวน์น้ำผึ้ง Day Drinkers Collective

 

กระจายรายได้ลงชุมชน ไทยมีของดี ยูนีค พร้อมชน

เอ็กซ์คลูซีฟซิตดาวน์ดินเนอร์บนดาดฟ้า จำลองบรรยากาศที่แขกจะได้สัมผัส ดนตรีทันสมัยเปิดคลอให้นั่งเคล้าไวน์ คู่กับชีสสัญชาติไทย ก่อนออเดิร์ฟจะเริ่มทยอยเสิร์ฟคอร์ส “Jim’s World” อันประกอบด้วย The Oyster, Sri Lankan Crab, Nam Tok Nua, ซุป Tom Saap Moo จานหลักคือ ปลาหิมะย่างสมุนไพร ส่งตรงจากทะเลอันดามัน หรือจะเลือกแกงเนื้อคั่วใบชะพลู แล้วตบด้วยของหวาน KAD KOKOA x JT Cafe Special Collaboration ก็ลงตัวสุดๆ 

 ร้านชีสเราเพิ่งเปิดตัว จิม ทอมป์สัน ก็ดึงเราเข้ามาเพื่อใช้ชีสในการทำอาหาร เพราะเขารู้ว่าเรายูนีค

เสียงของ นิธินันท์ ประยูรโภคราช ในวัย 48 ปี รีพรีเซนเททีฟ จาก Jartisann x Rimping Chiang Mai ยิ่งตอกย้ำว่า ชีสสัญชาติไทยแท้ไม่แพ้ที่ใดในโลก ด้วยจุดเด่นใช้นมพรีเมียมจาก จ.เชียงใหม่ ฝีมือคนไทยครีเอตรสชาติให้แตกต่างจากทั่วไป 

ในฐานะผู้ชิมชีสตั้งแต่เริ่มต้น พัฒนาจาร์ทิซานน์ในหมู่บ้านวังตาล อ.หางดง จ.เชียงใหม่ มานับ 10 ปี ตั้งแต่ยุคที่ยังใช้กระดาษห่อบ้านๆ สั่งกันในหมู่ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง จนได้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตขายเป็นแมสโปรดักต์ได้ ด้วยแรงงานคนธรรมดา ยิ่ง จิม ทอมป์สัน รู้จัก จาร์ทิซานน์ จากการบอกต่อของคนในแวดวงอาหารว่า ชีสดีมาก ก็ยิ่งปลื้มปริ่ม 

ชอบทานเลยศึกษา อยากช่วยกันโปรโมตของไทย รู้คร่าวๆ ไม่ได้ ต้องไปดูตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น เวลาน้ำนมดิบออกมาแล้วจะต้องเก็บอย่างไรให้สดใหม่ กรรมวิธีเป็นอย่างไร กวนกี่รอบ ต้องไปคลุกคลีให้รู้ แต่ตอนปรุงรสยังเก็บเป็นความลับ นิธินันท์เผย

เชื่อว่าคนไทยมีศักยภาพด้านอาหารมากแค่ไหน?

นิธินันท์ ตอบทันที มีมาก รู้ได้อย่างไรว่าเราทำไม่ได้ ขนาดฝรั่งยังทำอาหารไทย

ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีวัตถุดิบคุณภาพดี ของแบบนี้แค่มีโนฮาวเท่านั้น ที่เหลืออยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ และการนำไปใช้ เราดูถูกฝรั่งไม่ได้ บางคนถึงขนาดเป็นมาสเตอร์ด้านอาหารไทย เพราะไม่ใช่รู้ว่าต้องทำแบบไหน แต่เขาเข้าใจวัตถุดิบนั้นๆ และรู้จักรสชาติของมัน

ชีสมาสเตอร์ของเราเข้าใจเอกลักษณ์ พยายามจะดึงออกมา โดยที่เอาวัฒนธรรมเราเข้าไปไว้ในนั้น การที่เราพัฒนาให้ไปอีกขั้น ทำไมเราจะต้องกินชีสฝรั่งที่ต้องซื้อจากตู้เย็น เพราะเราเคยทำไม่ได้ แต่วันหนึ่งที่เรารู้วิธีและทำให้มันดีได้ในคุณภาพเท่ากัน ทำไมเราไม่ลองบริโภคของเรา ใหม่ สด คุณภาพดี ไม่มีสารกันบูดเพราะไม่ต้อง

นำเข้า มีคุณภาพในราคาที่ถูกกว่า สนับสนุนเกษตรกรไทยด้วย เพราะเราใช้นมของสหกรณ์ฟาร์มโคนมใน จ.เชียงใหม่ และบริษัท เชียงใหม่เฟรชมิลค์ ก็เป็นของ ม.เชียงใหม่ มีชาวบ้านร่วมโครงการเยอะมาก

ช่วงปิดเทอมนมล้นตลาด เรายินดีรับซื้อ เป็นการผลักดันอุตสาหกรรมในชุมชน อย่างตัวเฟรชชีสช่วยเกษตรกรโคนมได้เยอะ เพราะไม่ต้องใช้เวลาบ่ม 2 วันขาย มันไม่ได้ช่วยแค่ให้เรามีรายได้ แต่กระจายรายได้ให้คนอื่น แล้วก็มีโนฮาวแจกจ่ายน้องๆ ในโรงงานด้วย

เรียกว่าเป็นงานคราฟต์ ไม่ผ่านเครื่องจักรกวนเหมือนตามห้าง แต่ใช้เตาถ่าน กวนในหม้อทองแดง (อัลไพน์) แบบกรรมวิธีโบราณของยุโรป แต่ปรับให้เป็นสูตรไทย และนั่นคือเหตุผลที่ภูมิใจมาก

บลูชีสมีทั่วโลก แต่ละที่ไม่เหมือนกัน ผ่านการ Develop ที่แตกต่างด้วย Taste และด้วยวัฒนธรรม เรามั่นใจว่าของเราอร่อย กลิ่นไม่แรง รสชาตินุ่ม เนียน เนื้อละเอียด และนมของเราไม่แพ้ชาติใดในโลก ไม่มีสารเจือปน ธรรมชาติล้วน ผ่านกรรมวิธี Man Made ด้วยมือทุกขั้นตอน นิธินันท์เผย 

คือเหตุผลที่นิธินันท์มั่นใจว่าจะสู้ตลาดสากลได้ เพราะผ่านกรรมวิธีเดียวกับทั่วโลก แต่สร้างสูตรของตัวเองให้มีรสชาติโดดเด่น ทั้งยังมีแพลนจะไปประกวดชีสสัญชาติไทย โดยคนไทย ที่ชิคาโก ในปี 2567 

มั่นใจว่าเราชนะแน่ นิธินันท์ลั่นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ของแรร์จากเชียงดาว

ไวน์น้ำผึ้งไทยเดินทะลุกรอบจำกัด

ไพลิน วัย 29 ปี ชาวเชียงราย ผู้ก่อตั้งไวน์น้ำผึ้ง Day Drinkers Collective ควง วิลเลียม แฟนหนุ่มวัย 31 ปี ลูกครึ่งไทยอังกฤษ จาก อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มาออกร้านพรีเซ็นต์ของดีจากคนไทย 

จิม ทอมป์สัน บอกว่าโปรดักต์น่าสนใจ ลองเข้ามาคุยกันไหม ก็เลยได้มาคุยเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เอามา 2 รสให้ชิม ด้วยความที่จิมฯ อยากสนับสนุนโลคอล โปรดักต์อยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าของเราน่าสนใจ ไพลินบอกที่มาที่น่าทึ่ง เพราะเพิ่งเปิดแบรนด์ต้นปีนี้ ก็ได้รับความสนใจจากจิม ทอมป์สัน ทันที

เธอเล่าว่า หลังทำงานแอร์โฮเตสในฐานที่มั่นตะวันออกกลาง ได้เห็นงานคราฟต์มากมาย เมื่อกลับมาไทย 1 ปี จึงลองคิดหาทางต่อ ด้วยความอยากสนับสนุนวัตถุดิบพื้นบ้านและได้รับการแนะนำจากเพื่อนให้รู้จัก Mead หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้จากการหมักน้ำผึ้งและน้ำ

ยิ่งได้ไปเห็น Meadery ที่เม็กซิโกและอเมริกา เฮ้ย! โพเทนเชียล มันเยอะมาก ในหัวเรามีอะไรเยอะมาก เพราะมีคอนเซ็ปต์ก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว ไพลินเล่าโมเมนต์ก่อนเริ่มลุย

เมืองไทยของดีเราเยอะมากจริงๆ ตัวนี้เป็นไวน์ไทยที่ทำจากน้ำผึ้งไทย + น้ำ + ยีสต์ 3 อย่าง ใช้น้ำผึ้งจากทั้งเชียงดาวและจากเกษตรกรรายย่อยอีกหลายที่เพื่อช่วยเขา ก่อนหน้านี้เพื่อนกลับมาไทยช่วยที่บ้านทำฟาร์มผึ้ง ซึ่งปัญหาราคาไม่ดี สู้กับตลาดแมสไม่ได้ คนเลยอาจจะไม่ได้อยากพัฒนาโปรดักต์ หรือบางทีอาจจะผสมนู่นนี่ลงไปให้ได้เยอะขึ้น ทำให้น้ำผึ้งไม่ได้คุณภาพ 

 ถามว่าเห็นอะไรในน้ำผึ้งไทย? ‘ไพลินรู้สึกว่าคาแร็กเตอร์ของน้ำผึ้งแต่ละที่เหมือนกาแฟที่บอกเรื่องราว (story) ของถิ่นที่มา 

ใครเป็นคนคิดไอเดีย? ‘ไพลินชี้นิ้วไปที่ตัวเอง

เราทำในคอนเซ็ปต์ Natural Wine ไม่ได้ใส่อะไรเพิ่ม โชว์รสได้เต็มที่ กลิ่นน้ำผึ้งมันโชว์มาก เราอยากฉายตรงนั้นออกมา และครีเอทให้มัน back to basic” 

เวลาเราพูดถึงมีด หรือฮันนี่ไวน์ โปรดักต์ที่มาจากน้ำผึ้ง ทุกคนจะมีมายด์เซตเดียวกันว่ามันต้องหวาน แล้วทุกคนก็จะเทิร์น ออฟ เราไม่ชอบกินหวาน ค็อกเทลกินได้แต่ต้องแรง ไวน์ชอบกินแบบดราย คือมันบวกกับการท่องเที่ยวของเราด้วย เราอยู่ตะวันออกกลางรู้สึกว่ามันมีรูทที่เป็น traditional ลึกๆ พอไปเที่ยวจอร์เจียเราชอบไวน์ของที่นั่นมาก มันไม่ได้ซับซ้อน แบบต้องหมุน 10 รอบ แล้วดื่ม ไม่ได้มีพิธีรีตองขนาดนั้น เข้าใจไฟน์ไวน์ แต่เราชอบอะไรที่ง่ายและเอ็นจอย จากที่ได้สัมผัสรู้สึกว่าคนที่ดื่ม Natural Wine จะค่อนข้างโอเพ่นกว่า มันเป็นแบบไหนก็แบบนั้น ชอบคอนเซ็ปต์ของมัน เลยเอาทุกอย่างมาผสมผสาน ไม่มีซัลไฟต์ โชว์ธรรมชาติของน้ำผึ้ง

ถ้าไทยผลักดันเครื่องดื่มท้องถิ่น หรือคราฟต์เบียร์ คิดว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน?

 ไพลินมองว่า ไทยมีศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ แต่ถูกบล็อกปิดประตูด้วยกฎ และข้อจำกัดหลายๆ อย่าง 

ทำไม่ได้หรอก มันยาก หรือมีคนพูดให้มันทำได้ยากขึ้นก็ตาม แต่จริงๆ มันมีโพเทนเชียลเยอะ คนมีความครีเอทีฟนะ แต่คุณห้ามไปเกินแล้วว่าไม่ดี เราต้องหาตลาดให้ ถ้าเกิดว่ามันไปสุดไม่ได้ เปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย เราก็ต้องดันทุกอย่างเท่าที่มันเป็นไปได้ในไทย ถ้าเราเติบโตในกรอบที่กักเราไว้ได้ ก็เจ๋งดีเหมือนกัน 

ไพลินยอมรับว่า ตอนแรกไม่คิดว่าจะมาทำอะไรแบบนี้ แต่ด้วยเป็นคนชอบดื่ม ชอบแชร์โมเมนต์กับเพื่อนไวน์น้ำผึ้งจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ทุกข้อ  

จินตนาการไกลมากคือคำตอบที่ไพลินวาดฝัน ว่าแบรนด์ไทยของตัวเองจะไปได้ไกลในระดับโลก ซึ่งจิม ทอมป์สันคือหนึ่งในประตูบานแรกที่เปิดรับไอเดียของคนตัวเล็ก

อธิษฐาน จันทร์กลม