เมื่อผู้หญิงอยากเป็น ‘(โขน)ยักษ์’ ฝ่าด่านโหด ฝึกฝนเข้ม ‘สถาบันคึกฤทธิ์’ เคี่ยวกรำ
ขึ้นชื่อว่าเป็นหญิงตามเพศสภาพ
จินตนาการของผู้คนอาจนึกถึง “ตัวนาง” ท่อนแขนงดงาม รูปร่างอ้อนแอ้น ท่วงท่าอ่อนช้อย
ทว่าไม่ใช่สำหรับ 2 พี่น้องตระกูล “น้อยปุก” อย่าง ป๊อบ ถกนวรรณ และ แป้ง สุปรีย์วรรณ ซึ่งฝึกฝนการเล่นโขนมานานกว่า 10 ปี
ทั้งคู่เข้าสู่วงการโขนตั้งแต่เด็กๆ ถึงจะเป็นหญิงบอบบาง สูงโปร่ง แต่ทั้งคู่กลับเลือกฝึกเป็นโขน “ยักษ์”
“เป็นผู้หญิงสวยๆ ทำไมไปเป็นยักษ์?”
คือคำถามที่ถูกถามเป็นประจำ
หลงใหลความ ‘สง่างาม’ ท้าทาย-ดุดัน แรงบันดาลใจสู่โขนยักษ์
“หนูชอบบุคลิกของยักษ์ที่ชัดเจน เป็นยักษ์แล้วสง่างาม ดุดัน ออกท่าทางท้าทายสนุกกว่าที่หนูซ้อมรำ”
คือคำตอบของ ป๊อบ ถกนวรรณ ก่อนเล่าถึงก้าวแรกบนเส้นทางนาฏศิลป์ไทย


“เริ่มเรียนละคร เรียนรำ มาตั้งแต่อายุ 7-8 ขวบ เวลาซ้อมก็จะซ้อมพร้อมกันกับเพื่อนที่เรียนโขนด้วย เด็กผู้ชายเขาก็จะเล่นโขน ซ้อมกันอย่างสนุกสนาน ในใจเรารู้สึกอยากเล่นบ้าง พอตอนอายุ 17 ปี มีรุ่นพี่แนะนำว่าถ้าอยากเรียนโขนก็ลองมาเรียนที่สถาบันคึกฤทธิ์ดูสิ ก็เลยมาลองสมัคร ครั้งแรกเลย ครูถามว่าอยากเป็นอะไร ก็มี พระ นาง ลิง ยักษ์ หนูก็บอกครูอยากเป็นยักษ์ค่ะ ครูก็มองลอดแว่นแล้วก็บอกว่า ไป ไปเป็น….ยักษ์ หนูเลยเป็นโขนยักษ์ผู้หญิงคนแรกๆ ของสถาบันค่ะ”
เล่าไปยิ้มไป แป้ง สุปรีย์วรรณ ผู้เป็นพี่ ถึงคิวเล่าเรื่องในมุมของตัวเองว่า เริ่มเล่นโขนจริงจังตอนอายุ 19 ปี
“แป้งเห็นน้องสาวเล่น กลับบ้านก็ฝึกโขนไม่ยอมทำอย่างอื่น เฮ้ยเราก็ดูว่าเท่ดี ก็เลยอยากลองมาเรียนดูบ้างค่ะ ปรากฏว่าเรียนแล้วชอบมาก ก็เลยมุ่งมาเป็นตัวยักษ์ เพราะด้วยสรีระแป้งเองเป็นคนสูงด้วยคงเป็นลิงไม่ได้ เริ่มต้นเรียนช่วงแรกๆ ก็มีแวบๆ ไปเห็นตัวนางเขารำสวย ก็อยากกลับไปเล่นเป็นตัวนางเหมือนกัน (หัวเราะ) แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ ท่ามันก็เปลี่ยนแล้วค่ะ จะกลับไปเป็นนางก็ดูไม่สวย แล้วเป็นยักษ์ก็สนุกกว่าเลยเล่นเป็นยักษ์มาตลอด มีคนถามเยอะเหมือนกันค่ะว่าทำไมเป็นผู้หญิงถึงมาเล่นเป็นยักษ์ แป้งคิดว่าในบรรดาตัวละคร โขนยักษ์มีความเท่ มีเสน่ห์ความสวยหลากหลายกว่าตัวละครอื่นๆ มาก เพียงความแข็งแรงของยักษ์ดูเหมาะกับผู้ชายมากกว่า แต่ผู้หญิงก็ทำได้ไม่แพ้ผู้ชาย ถึงแม้ว่าสรีระร่างกายของเราอาจจะสู้ผู้ชายไม่ได้ แต่เคล็ดลับคือเราต้องฝึกให้หนักกว่าผู้ชาย ยิ่งส่วนตัวแป้งชอบยักษ์อินทรชิตค่ะ เขาเป็นยักษ์วัยรุ่นเกเร มีพละกำลังเยอะ ท่าทางของเขาก็จะออกแนวดุดัน มีความคล่องแคล่วรวดเร็ว กระฉับกระเฉง แป้งต้องฝึกให้ตัวเองเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่ายักษ์ตนอื่นๆ ค่ะ” แป้ง สุปรีย์วรรณ เล่ายาว
สรีระ-พละกำลังต่างจากชาย ‘ด่านโหด’ ที่กายใจต้องฟันฝ่า

ถามว่าความยากของการฝึกหัดโขนยักษ์ที่เป็นผู้หญิงคืออะไร ได้คำตอบว่า “พละกำลังและสรีระที่แตกต่างจากโขนชาย” ดังนั้น จึงต้องเน้นฝึกกำลังขาและแขนให้มากกว่าผู้ชาย เพื่อแสดงฉากสำคัญๆ ได้ อย่างท่าการขึ้นลอย ที่ยักษ์หญิงต้องเป็นฐานรับลอยจากตัวแสดงลิงที่เป็นผู้ชาย ทำให้โขนหญิงที่เป็นยักษ์ต้องผ่านด่านฝึกโหดมากมาย
ป๊อบ ถกนวรรณ อธิบายว่า ตอนฝึกใหม่ๆ เจ็บมาก กลับบ้านปวดระบมไปทั้งสรรพางค์กาย โดยขั้นตอนเริ่มตั้งแต่ “เต้นเสา” คือ การเต้นยกเท้าขึ้นลงสลับกัน ในลักษณะย่อ แบะเหลี่ยมขา สมัยโบราณการฝึกท่านี้ พระ นาง ยักษ์ ลิง จะต้องมาหัดเต้นรวมกัน โดยเต้นเกาะสะเอวต่อกันเป็นแถว หัวแถวจะทาบฝ่ามือทั้งสองลงที่เสาของศาลาฝึก ตามด้วย “ถองสะเอว” คือการนั่งพับเพียบใช้ข้อศอกขวากระทุ้งที่สะเอวด้านขวา เอียงศีรษะไปทางซ้าย สลับมากระทุ้งข้อศอกซ้ายที่สะเอวซ้าย เอียงศีรษะไปทางขวา และ “ถีบเหลี่ยม” คือ การดัดส่วนขาให้ได้เหลี่ยม ได้ฉากและมั่นคง

“ครูจะฝึกทุกอย่างเหมือนผู้ชายเลยค่ะ แรกๆ เจ็บมาก หนูมีร้องบ้างเวลาครูดัดขาดัดแขน ด้วยความที่ต้องยืดร่างกาย กลับบ้านก็ปวดระบมทั้งตัว คือทุกอย่างมันต้องไม่เป็นปกติ มือต้องมีความอ่อนช้อย แขนต้องตึงตรงกับไหล่ ต้องเกร็งกล้ามเนื้อ เริ่มแรกครูจะฝึกด้วยการเต้นเสา ที่ถือว่าเป็นหัวใจของการเรียนโขนเลย ต่อด้วยท่าตบเข่า ถองสะเอว และถีบเหลี่ยม ซึ่งเราก็ต้องมาใส่ความแข็งแรงด้วยการขยันซ้อมมากกว่าผู้ชาย นอกจากท่ารำ หนูก็พยายามศึกษาว่ายักษ์ควรจะเป็นอย่างไร เวลาทำการแสดงโขนครูจะสอนให้เราเข้าถึงตัวละครที่เราได้รับ โดยส่วนตัวหนูเป็นคนที่ชอบทศกัณฐ์ เป็นยักษ์สง่างาม ดุดัน แต่เวลามีความรักเขาก็จะขี้เล่น ขี้งอน ค่อนข้างมีอารมณ์หลากหลายค่ะ”
ไม่ถามไม่ได้ ว่าความยากและท้าทายของการสวมบทเป็น ‘โขนยักษ์’ คืออะไร?
ป๊อบ ถกนวรรณ ตอบอย่างไม่ลังเลว่า “การสื่ออารมณ์” เพราะสวมหัวโขนที่ไม่เห็นใบหน้า อย่างไรก็ตาม แม้ยากเพียงใด ก็ภูมิใจอย่างยิ่ง
“ความยากคือ เวลาเล่นพี่ๆ คนดูจะไม่เห็นหน้าตาหนูเพราะสวมหัวโขนอยู่ แต่ก็ต้องสื่ออารมณ์ของยักษ์ตนนี้ผ่านทางนิ้วมือ แขน ขา ออกมาให้ได้ ความภูมิใจที่สุดของการเป็นโขนยักษ์ คือ หนูได้มีโอกาสต่อท่าฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวนกับครูต้อย-จตุพร รัตนวราหะ ศิลปินแห่งชาติ ฉากทศกัณฐ์เกี้ยวนางสีดาใช้เวลาในการต่อท่ากับครูอยู่หลายปี ตอนนั้นครูต้อยยังสามารถถ่ายทอดท่ารำให้ได้ด้วยตัวเอง อันนี้คือเป็นที่สุดในชีวิตของโขนผู้หญิงแล้วค่ะ ซึ่งก็จะมีแค่ป๊อบ กับพี่แป้ง (พี่สาว) ที่ได้ต่อท่ากับครูต้อยโดยตรงค่ะ”
ขอเป็น ‘โขนยักษ์’ ทั้งชีวิต สุดภูมิใจ ฝึกหนักแค่ไหนก็ไม่ท้อ
ส่วนอนาคตข้างหน้า 2 พี่น้องยืนยันว่า จะขอเป็นโขนยักษ์ทั้งชีวิต


“แป้งคงไม่เลิกเป็นยักษ์ไปตลอดชีวิต จะเล่นต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าร่างกายของแป้งจะไม่ไหว โขนหญิงที่เป็นยักษ์เมื่อก่อนมีน้อยคะ เดี๋ยวนี้ยังดูมีตัวเยอะขึ้น เพราะเด็กรุ่นใหม่ให้ความสนใจโขนกันมากขึ้นค่ะ เดี๋ยวนี้เราสามารถรับชมทางสื่อโซเชียลได้แล้วไม่เหมือนสมัยก่อนที่ต้องรอรับชมจากในโรงละครอย่างเดียวเท่านั้น เป็นอีกทางเลือกที่เด็กๆ จะหาข้อมูล ศึกษา แล้วมาเรียนอย่างจริงจังได้” แป้ง สุปรีย์วรรณ กล่าว
เช่นเดียวกับ ป๊อบ ถกนวรรณ ที่เผยว่า โขนกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตไปแล้ว
“พี่แป้งกับหนูโชคดีที่มีคุณพ่อคุณแม่สนับสนุนเต็มที่ แต่พอเราเริ่มโตขึ้นทางบ้านก็เริ่มเป็นห่วงเรื่องสุขภาพเพราะเราทั้งคู่ทำงานไปด้วยเล่นโขนไปด้วย แต่หนูรู้สึกว่าถ้าหนูไม่ได้เล่นโขนสุขภาพหนูอาจจะแย่กว่านี้ อาทิตย์หนึ่งเรียนโขน 3 ชั่วโมง ตั้งแต่ 09.00-12.00 น. หนูเต้นจนเหงื่อไหล ถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว ทุกๆ ครั้งที่มาเรียนที่สถาบันคึกฤทธิ์ หนูมีแต่ความสุขมากๆ ได้มาเจอเพื่อน เจอครู เหมือนเรามาเปลี่ยนบรรยากาศ มันรักและผูกพันกันมากๆ ค่ะ หนักแค่ไหนก็แทบไม่มีเวลาท้อเลยค่ะ มันจะมีแต่ความสนุกที่เราได้ทำในสิ่งที่เรารักและเราหลงใหล โขนกลายเป็นชีวิตของหนูไปแล้ว ถ้าทางสถาบันคึกฤทธิ์ยังเปิดโอกาสให้เรียน หนูก็เรียนไปเรื่อยๆ ค่ะ จะเป็นยักษ์ไปจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว หนูเคยคิดเอาไว้ว่าถ้ามีลูกก็จะพาลูกมาเรียนที่นี่ อยากให้เขาลองศึกษาตรงนี้ดูค่ะ”
สนใจเป็น ยักษ์ ลิง พระ-นาง หรือขับร้อง หรือเล่นดนตรีไทย อายุตั้งแต่ 7-25 ปี ติดตามข่าวสารการเรียน การสอนของศูนย์ศิลปะการแสดง สถาบันคึกฤทธิ์ ผ่านช่องทาง Facebook: @kukritinstitute Tiktok: [email protected] IG: @kukritinstitute
สถาบันคึกฤทธิ์ 99/9 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โทรศัพท์ 0-2286-5385-6 วันอังคาร-เสาร์ เวลา 10.00-16.00 น. www.kukrit-pramoj.org


