หน้าแรก ประชาชื่น สานปณิธานตามร...

สานปณิธานตามรอยพ่อ “ปากบ่อโมเดล” ยกระดับบ้าน-วัด-โรงเรียน สู่ยั่งยืน

15.12.16 | 16:30 น.

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการพัฒนาบางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการพัฒนาที่สำคัญได้แก่การยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนอยู่ดีกินดี สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งรากฐานการพัฒนาที่สำคัญที่จะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืนคือการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน

ด้วยความตระหนักและให้ความสำคัญต่อการบริการวิชาการแก่สังคมโดยเฉพาะการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต จึงจัดโครงการบริการวิชาการภายใต้ “โมเดลเกษมบัณฑิตร่วมบูรณาการ บ้าน-วัด-โรงเรียน (บวร) สู่การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน : ปากบ่อโมเดล” ในพื้นที่ชุมชนวัดปากบ่อถนนสุขุมวิท 77 เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

ดร.วัลลภ สุวรรณดีดร.วัลลภ สุวรรณดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวถึงที่มีของโครงการว่า มหาวิทยาลัยโดยศูนย์บริการวิชาการ ภายใต้ความร่วมมือกับคณะวิชา หน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอก ร่วมกันจัดโครงการบริการวิชาการเพื่อเสริมความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมขึ้น โดยนำสถาบันหลักในชุมชนคือสถาบันครอบครัว (บ้าน) สถาบันศาสนา (วัด) และสถาบันการศึกษา (โรงเรียน) มาเป็นกลไกและแกนกลางในการพัฒนาเพื่อสร้างชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืนอย่างแท้จริง

เป้าหมายคือ การพัฒนาคนให้มีคุณภาพมีคุณธรรมและความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันเปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้ร่วมคิดสร้างและบริการจัดการชุมชนของตนเอง ซึ่งจะก่อให้เกิดชุมชนมีความเข้มแข็ง มีการพัฒนากลายเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้สู่ความเป็นชุมชน ต้นแบบในการพัฒนาต่อยอดได้ต่อไป โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่พระองค์ท่านพระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทยได้ยืดเป็นแนวปฏิบัติ

ทั้งนี้ “ปากบ่อโมเดล” เป็นโครงการภายใต้เครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะวิชา หน่วยงานภายใน ประกอบด้วย ศูนย์บริการวิชาการ คณะวิชา และพนักงานต่างๆ อาทิ ฝ่ายกิจการนักศึกษา ศูนย์วัฒนธรรม และสำนักบรรณสาร สำหรับหน่วยงานภายนอก เช่น วัดปากบ่อ โรงเรียนมูลนิธิวัดปากบ่อ โรงเรียนวัดปากบ่อ ชุมชนวัดปากบ่อ ชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกเรียนและตามอัธยาศัย สำนักงานเขตส่วนหลวง ตลอดจนผู้ประกอบการห้างร้านต่างๆ

Advertisement

จะเห็นได้ว่าจากปีแรกที่ดำเนินการคือปีการศึกษา 2557 มาจนถึงปีนี้พบว่าโครงการดังกล่าวมีความก้าวหน้าประสบความสำเร็จตามลำดับ ส่งเสริมให้สมาชิกในชุมชนเกิดการเรียนรู้ และร่วมมือกัน บริหารจัดการสร้างระบบและกลไกในการพัฒนาชุมชนของตนเองอย่างต่อเนื่องก่อเกิดให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถพัฒนาและจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งการพัฒนาให้เป็นชุมชนต้นแบบและเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ตามรูปแบบ “บวร”

IMG_0180

พัชรี จันทร์ไกรทอง ประธานชุมชนหลังวัดปากบ่อ ผู้มีส่วนร่วมกับการจัดโครงการ สะท้อนความรู้สึกที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของชุมชนว่า เมื่อโครงการนี้เข้ามาดำเนินการคือ เด็กและเยาวชนให้ความสำคัญต่อพิษภัยและปัญหาของสิ่งเสพติด นับตั้งแต่อาจารย์และนักศึกษามาจัดกิจกรรมเสริมเด็กๆ ต่างสนใจในกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานทางด้านศิลปะ หรือด้านวัฒนธรรม อย่าง หนังใหญ่ มวยโบราณ ดนตรีไทย ทำให้ไกลห่างจากยาเสพติด

ขณะเดียวกันชาวบ้านที่ทำมาค้าขายต่างก็มีความรู้เรื่องการค้าการขาย สามารถนำหลักการบริการจัดการธุรกิจไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ในระดับหนึ่ง ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยที่ยืนเคียงข้างและให้ความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องในชุมชน

ทางด้าน อร่ามรัตน์ บุญยรักษ์โยธิน ผู้อำนวยการโรงเรียนมูลนิธิวัดปากบ่อ หนึ่งในเครือข่ายสำหรับการบริหารจัดการโครงการบอกว่า วันนี้ชุมชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดตระหนักและให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาเพราะการศึกษาเป็นต้นทางของการพัฒนาตนและพัฒนาชาติ

“ลำพังโรงเรียนซึ่งเป็นสถาบันเล็กๆ ในชุมชนจะขับเคลื่อนแนวคิดเพื่อการพัฒนาให้ประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องมีเครือข่ายที่มีความพร้อมเข้ามามีส่วนร่วม”

“ปากบ่อโมเดล” จึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมในการน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้ทุ่มเทพระวรกายเพื่อพสกนิกรชาวไทยในตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา ไปสู่การพัฒนาให้ชุมชนมีความเข้มแข็งตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อย่างยั่งยืนสืบไป