หน้าแรก ประชาชื่น คอลัมน์ โลกสอ...

คอลัมน์ โลกสองวัย: บุญที่เกิดใน”รัชกาลที่ 9″

15.12.16 | 15:30 น.

ผ่านสองเดือนมาสองวัน พสกนิกรไทยยังคงหลั่งไหลเข้าไปถวายคารวาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผู้ที่มีโอกาสเข้าไปกราบหน้าพระบรมโกศยังมีโอกาสร่วม “ทำบุญ” สมทบรวมแล้วกว่า 100 ล้านบาท

ตลอดเวลา 70 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชกรณียกิจกว่าสี่พันโครงการ ทางราชการก็ดี สถาบันการศึกษาก็ดี แม้จะนำโครงการเหล่านั้นไปปฏิบัติ ไปต่อยอด ที่สำเร็จเสร็จสิ้นไปแล้วก็มี ที่อยู่ระหว่างดำเนินการก็ดี ที่อยู่ระหว่างริเริ่มเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติก็ดี

หากทุกภาคส่วนปฏิบัติอย่างจริงจัง เชื่อว่าภายในไม่กี่ปีข้างหน้า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจะสำเร็จลุล่วงสร้างผลประโยชน์ให้เกิดขึ้นในท้องที่ในท้องถิ่นนั้นเชื่อมโยงต่อกันประหนึ่งลูกโซ่ขยายกระจายออกไป สร้างความเจริญประหนึ่งคลื่นที่กระจายออกจากวงในไปสู่วงนอก กระทั่งทั่วประเทศ

ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา ผู้ปฏิบัติหน้าที่อันเกี่ยวเนื่องมาจากพระราชดำริ อาจทำบ้างหยุดบ้าง บางโครงการอาจชะงักงันไปบ้าง แต่โครงการที่สำเร็จแล้วทำให้เห็นผลปรากฏกระทั่งทุกวันนี้ คือผลจากการปฏิบัติงานติดต่อกันยาวนาน ทำให้ผลที่เกิดขึ้นรู้ได้ทั้งจากสายตาและสัมผัส เช่นโครงการแรกๆ “ห้วยฮ่องไคร้”

ผู้ที่มีโอกาสร่วมงาน คุณไพโรจน์ ลิ้มจำรูญ อดีตอธิบดีกรมหม่อนไหม บอกว่า ทุกวันนี้จากบริเวณดินแดง กลางสภาพเป็นป่าตามลำดับกระทั่งเป็นป่าดงดิบ มีนกมีสัตว์ป่านานาชนิด มีต้นไม้นานาพันธุ์ที่ไม่ได้ปลูก แต่ขึ้นมาเองตามพระราชวินิจฉัย คือหากปล่อยให้ต้นไม้ออกดอกออกผลในป่าตามธรรมชาติ ป่านั้นจะกลายจากป่าเบญจพรรณไปกระทั่งเป็นป่านดงดิบได้

Advertisement

ในทางปฏิบัติที่เห็นผลได้เช่นโครงการในพระราชดำริทั้งหลาย เช่น โครงการตามป่าเขา ตามชายทะเล แม้แต่โครงการสมุนไพร โครงการบำบัดน้ำเสียตามธรรมชาติที่แหลมผักเบี้ย บัดนี้ไม่เพียงบังเกิดผลเท่านั้น ยังก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นสามารถนำไปปรับปรุงต่อยอดได้ หากมีการนำไปดำนินการ

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทุกวันนี้ยังมีผู้นำไปดำเนินการ พัฒนา และต่อเนื่อง โดยเฉพาะหน่วยราชการ สถานบันการศึกษา อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ด้านเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรม แม้แต่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าที่มีโอกาสพัฒนาโครงการให้เกิดประโยชน์ทางด้านอุตสาหกรรม เช่น โครงการพีโบ้ (FIBO) ที่ควรค่าแก่การศึกษาต่อยอดขึ้นไปจากที่มีในขณะนี้ กระทั่งสร้างเป็นโครงการระดับชาติต่อไป (แล้วจะนำเรื่องนี้มาขยายต่อ)

วันนี้มีหนังสือเล่มหนึ่งที่บันทึกเรื่องอดีตไม่นานในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ระหว่างพุทธศักราช 2530 ถึงพุทธศักราช 2531 อันเป็นช่วงเวลาที่มีงานมหามงคลสำคัญสองวาระเกิดขึ้นในแผ่นดิน คือพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530 และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชดำรงอยู่ในสิริราชสมบัติยืนยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์องค์ใดที่เคยมีมาแต่ก่อนในประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2531

อาจารย์ธงทอง จันทรางศุ บันทึกไว้ว่า ผมได้เขียนบทความทยอยลงพิมพ์ในนิตยสารรายสัปดาห์ชื่อ สู่อนาคต โดยใช้ชื่อบทความชุดนั้นว่า “ขวัญของชาติ”

สาระมีทั้งพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ โครงการเกี่ยวกับพระราชดำริ ถึงสิ่งที่ได้ยินได้ฟังจากการอภิปรายหรือสนทนา บ้างเป็นข้อเขียนที่อ่านพบเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นั้น ที่เคยตีพิมพ์เป็นตอนแล้วยังไม่เคยรวมเล่มมาก่อน

บัดนี้ อาจารย์ธงทองได้นำบทความนั้นให้สำนักพิมพ์มติชนรวมเล่มในชื่อ “บุญเหลือเมื่อได้เกิดแผ่นดินนั้น” เรื่องที่อาจารย์ธงทองเขียนรับรองว่ามีทั้งสาระและรายละเอียดที่ใครก็เก็บไม่ได้หมด

แม้ “หนังสือเล่มนี้เป็นเพียงความพยายามอันน้อยนิดของคนไทยคนหนึ่งที่มีบุญกุศลล้นเหลือบันดาลให้ได้ใช้ชีวิตตั้งแต่แรกเกิดมาจนอายุได้หกสิบเอ็ดปี” – บุญเหลือเมื่อได้เกิดแผ่นดินนั้น – ราคา 180 บาท