เริงโลกด้วยจิตรื่น : ไม่มีอะไร ‘ไร้ค่า’
ไม่มีอะไรไร้ค่า จนใช้การอะไรไม่ได้ ขณะเดียวกันไม่มีอะไรมีค่า จนทำให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดไร้ค่า
หากเข้าถึงความเป็นจริงนี้ได้ การใช้ “ปัญญา” นำชีวิตจะเกิดง่ายขึ้น เพราะจะทำให้เกิดการมองทุกสิ่งทุกอย่างด้วยรู้จักพินิจพิจารณา เพื่อให้เป็นประโยชน์ที่เหมาะสมของแต่ละสิ่งละอย่างในแต่ละเรื่องราว
หากสังคมเราสามารถพัฒนาคนส่วนใหญ่ให้เข้าถึงสัจธรรมนี้ได้ ความเห็นต่างที่ขยายเป็นความขัดแย้งจนแตกแยกอยู่ร่วมกันไม่ได้จะน้อยลง หรือหมดไปได้
เพราะความแตกแยกกระทั่งไม่ยอมรับกันนั้น สาเหตุใหญ่มาจากการที่ต่างฝ่ายต่างมองว่าฝ่ายตรงกันข้าม ไร้ค่า ไม่มีประโยชน์จะมีอยู่
หากต่างฝ่ายต่างมีมุมมองที่เปลี่ยนไป ด้วยเห็นว่าฝ่ายหนึ่งอาจจะไม่มีประโยชน์ หรือมีประโยชน์น้อยกับเรื่องราว หรือสถานการณ์หนึ่ง แต่มองเห็นว่ามีประโยชน์ในสถานการณ์อื่น หรือเรื่องอื่นได้
เพราะไม่มีทางที่ใคร หรืออะไรที่จะไร้ค่าไปทุกเรื่อง หากจะเป็นเช่นนั้นจะเกิดขึ้นเพราะคนที่มอง มองไม่เห็นเอง
อย่างยุคสมัยนี้ เราถกเถียงกันมากระหว่าง “ประสบการณ์ของผู้สูงอายุ” กับ “ความสดใหม่ของคนรุ่นใหม่” ว่าอย่างไหนเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ และชีวิตในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมากกว่ากัน
ถ้าเรามองอย่างเห็นว่าทั้ง “ประสบการณ์” และ “ความสดใหม่” หากนำมาใช้อย่างมี “ปัญญา” คือพินิจให้เห็นว่าอะไรเหมาะสมกับเรื่องราว หรือสถานการณ์ใด
“ประสบการณ์” อาจจะก่อให้เกิดการยึดติด เนื่องจากได้กลายเป็นความเชื่อทำให้เปลี่ยนแปลงปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ไม่ค่อยได้
แต่หากมองเห็นว่าประโยชน์ของประสบการณ์อยู่ที่บทเรียนที่อยู่ในรายละเอียดว่าผ่านชีวิต ผ่านโลกมาแบบไหน อะไรเคยเป็นอุปสรรค อย่างไหนเป็นโอกาส
หากสามารถพินิจพิจารณาใช้บทเรียนนั้นอย่างเหมาะสม ประโยชน์จะเกิดขึ้น
“ความสดใหม่” ก็เป็นเช่น ประโยชน์คือความคล่องตัว พร้อมจะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้ดี เท่ากับเปิดโอกาสให้กับการพัฒนามากมาย
ทว่าหากไม่มองอย่างพินิจพิจารณาให้ดี จะง่ายกับการล่องลอยไปตามสิ่งเร้าที่ชักนำไป ไม่มีบทเรียนที่จะฉุดรั้งให้ยั้งคิด เหมือนกับคนที่มีประสบการณ์
หากพินิจพิจารณา ใช้ทั้งสองอย่างประกอบกันคือ ความคล่องตัวพร้อมปรับเปลี่ยน ผสานกับบทเรียนจากประสบการณ์ การขับเคลื่อนสถานการณ์ให้เป็นไปในทางที่หวังไว้จะอยู่กับความเป็นจริงอย่างรอบคอบมากขึ้น
ซึ่งน่าจะเป็นผลดีกว่าในการจัดการงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม
วิธีคิด วิธีจัดการเหล่านี้เป็นเรื่องที่ควรนำมาพิจารณา
การไม่ปล่อยวางประสบการณ์เสียบ้าง เพื่อให้ความคิดคล่องตัวขึ้นจากการถูกความเชื่อมั่นบางอย่างครอบไว้
หรือการหมกมุ่นกับความสดใหม่ อย่างไร้หลักที่จะมาช่วยให้มีที่ยึดที่เกาะเพื่อความรอบคอบไว้บ้าง
ย่อมเป็นแบบสุดไปทางปลายขั้นทั้ง 2 ทาง
การขับเคลื่อนด้วย “ปัญญา” คือ การมีทุกอย่าง แต่เลือกใช้บางอย่างที่มาประกอบกันขึ้นแล้วเกิดประโยชน์สูงสุด อะไรที่เข้าร่อง เข้ารอย ก็วางไว้ก่อน เอาไว้ใช้กับเรื่องอื่น
คนเราต่างกันตรง รู้จักใช้ทุกสิ่งที่มีให้เป็นประโยชน์ตามโอกาสที่เหมาะสม

