เครือเจริญโภคภัณฑ์
ร่วมปลูกจิต‘รักษ์แสมสาร’
วางปะการังเทียม เสิร์ฟความยั่งยืนสู่ชุมชน
“โครงการวางปะการังเทียมเป็นการเชื่อมโยงกับชุมชนโดยตรง เพราะเป็นการสร้างผืนป่าใต้ทะเล ทำให้เกิดการสร้างระบบนิเวศ และเป็นแหล่งต้นทุนธรรมชาติของชุมชน ตลอดจนประเทศชาติ”
อัครเศรษฐ รักษ์สกุลสงสัย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแสมสารที่ควบตำแหน่งประธานชมรมกลุ่มรักษ์ทะเลแสมสาร เล่าสู่กันฟังด้วยท่าทางยิ้มแย้มถึง ‘โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรและวางปะการังเทียมเกาะแสมสาร เฉลิมพระเกียรติ’ ที่ถูกจัดขึ้น ณ เกาะแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ท่ามกลางอากาศร้อนระอุของเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีเพียงสายลมทะเลโชยพัดที่พอจะช่วยคลายอุณหภูมิ

กิจกรรมดังกล่าว มีการวางปะการังเทียม สร้างบ้านปลา ปล่อยเต่า และปลูกต้นไม้ บริเวณหน้าหาดทิศตะวันออกของเกาะแสมสาร ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสาหร่ายทะเลกลุ่มต่างๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางทะเลให้มีความยั่งยืน
แม้สภาพอากาศจะเป็นเช่นไร ก็ไม่สามารถทำลายความตั้งใจของผู้คนที่มาร่วมกันวางปะการังเทียมและบ้านปลาด้วยหัวใจอนุรักษ์ โดยกิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิอนุรักษ์พันธุกรรมพืช สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กองทัพเรือ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2566 โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นประธานในพิธีวางปะการังเทียมเป็นปฐมฤกษ์

พร้อมด้วย พลเรือเอกเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พรชัย จุฑามาศ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิอนุรักษ์พันธุกรรมพืช สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์, สมพันธ์ จารุมิลินท ประธานคณะทำงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทะเลไทย มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมพิธี

ยลโฉม ‘แสมสาร’ ทรัพยากรพร้อมพรั่ง
จากยอดเขาสู่ใต้ทะเล
ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกับเกาะแสมสารอันเป็นพื้นที่รวมความหลากหลายทางชีวภาพจากยอดเขาสู่ใต้ทะเล โดยเป็นหนึ่งใน 9 เกาะของ ‘หมู่เกาะแสมสาร’ อันประกอบไปด้วย เกาะแสมสาร, เกาะขาม, เกาะแรด, เกาะจวง, เกาะจาน, เกาะโรงโขน, เกาะโรงหนัง, เกาะฉางเกลือ และเกาะปลาหมึก ทั้งหมดตั้งอยู่ในเขตตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ เปิดให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมได้แบบไปเช้าเย็นกลับ ไม่สามารถพักค้างคืนได้
นับว่าเกาะแสมสารจัดเป็นหนึ่งในหมู่เกาะที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์อีกแห่ง มีทัศนียภาพชายหาดทรายสีขาวนวล และน้ำทะเลสีครามสดใส ที่มีการฟื้นฟูดูแลจากคนในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศให้มีโอกาสมายลโฉมเกาะแห่งนี้สักครั้ง
หมู่เกาะแสมสารมีสิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลาย อาทิ ปลิงทะเล ฟองน้ำทะเล เม่นทะเล หอยทะเล ตลอดจนปลาทะเลในแอ่งน้ำขัง
เสียงจากท้องถิ่น ‘รักษ์ทะเล’
สร้างรายได้ยั่งยืนถึงชุมชน
ภายในงานได้มีโอกาสพบปะ และล้อมวงพูดคุยกับ อัครเศรษฐ รักษ์สกุลสงสัย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ควบตำแหน่งประธานชมรมรักษ์ทะเลแสมสาร ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ที่จะมาร่วมพูดคุยถึงประโยชน์ของโครงการดังกล่าวที่มีต่อชุมชนในเกาะแสมสาร ขณะบรรยากาศก็ดำเนินไปอย่างสบายๆ พร้อมกับเสียงผู้คนที่เดินขวักไขว่ภายในงาน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนจากชุมชนแสมสาร ไปจนถึงกลุ่มนักเรียนที่ได้เดินทางมาจัดนิทรรศการแสดงภาพวาด

“การวางปะการังเทียมนั้น วางเพื่อเป็นแนวเสริมและฟื้นฟู เป็นการปล่อยระบบนิเวศให้พัฒนาไปเรื่อยๆ จะได้ทั้งด้านเศรษฐกิจ และทำให้ชุมชนมีรายได้อย่างต่อเนื่อง” อัครเศรษฐเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ก่อนที่จะเล่าต่อว่า การท่องเที่ยวก่อให้เกิดอาชีพใหม่หลากหลายด้าน จึงส่งผลให้ชุมชนมีรายได้หมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ที่พัก อาหาร หรืองานบริการต่างๆ ที่สำคัญเป็นพื้นที่ที่ให้คนรุ่นใหม่ได้กลับมาประกอบอาชีพที่บ้านเกิด นอกจากจะก่อให้เกิดความเข้มแข็งทางด้านรายได้แล้ว ยังรวมไปถึงความเข้มแข็งทางสถาบันครอบครัวอีกด้วย
“การท่องเที่ยวจะนำพาเศรษฐกิจมาให้ชุมชนได้อย่างมหาศาล ชุมชนต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรของเขาไว้อยู่แล้ว พูดง่ายๆ ไม่มีใครในชุมชนที่คิดจะทุบหม้อข้าวตัวเอง เพราะฉะนั้นการท่องเที่ยวเป็นการอนุรักษ์โดยอัตโนมัติเลย” อัครเศรษฐ รองนายก อบต.กล่าว
เมื่อถามว่า การท่องเที่ยวเป็นการอนุรักษ์ได้จริงหรือ? เพราะหากที่ใดมีนักท่องเที่ยว ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายก็มักจะเกิดขึ้นตามมาเสมอ ประเด็นนี้ อัครเศรษฐอธิบายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า
“พอมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะ เราก็ต้องมีทรัพยากรให้เขาได้ดู เราจึงต้องร่วมกันรักษาไว้ เพราะทุกโอกาส แน่นอนมันก็มักมาพร้อมความเสี่ยง เราพยายามทำการอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่พานักท่องเที่ยวไปกอบโกย ทั้งยังมีกิจกรรมเก็บขยะทุกวันพุธที่ 2 ของเดือน เรือทุกลำจะออกไปช่วยกันเก็บขยะตามหาด”
ด้าน อำนาจ เชื้อนาค ที่ปรึกษาชมรมรักษ์ทะเลแสมสาร อธิบายเพิ่มเติมด้วยท่าทางกระตือรือร้นว่า หลักการง่ายๆ คือถ้าหากนักท่องเที่ยวเหล่านั้นเหยียบสวนดอกไม้ ทำลายปะการัง สุดท้ายจะไม่เหลือทรัพยากรให้คนมาเยี่ยมชม ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยว แต่รวมถึงชาวบ้านด้วยวิธีการปลูกจิตสำนึกแก่นักท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องการอนุรักษ์นั้นควรเริ่มจากการ ‘เข้าไปสัมผัส’
“ดูจากสารคดีในหน้าจอมันไม่อินหรอก มันต้องเข้าไปเห็น อยากจะอนุรักษ์ป่าก็ต้องเดินเข้าป่า ไปดูว่าป่าเป็นยังไง อยากจะอนุรักษ์ทะเล ก็ต้องพาเขาลงทะเล แต่ถ้าปิดกั้นไม่ให้ไป แรงบันดาลใจมันไม่เกิด ถ้าไม่เคยมาเลย ก็ไม่รู้สึก เขาต้องมีประสบการณ์ตรง ต้องพานักท่องเที่ยวเข้ามาเห็นว่ามันมีความสำคัญและสวยงามแค่ไหน ที่สำคัญ ที่นี่ใกล้กรุงเทพฯมาก ขอเปรียบที่นี่เหมือนเซเว่นใกล้ๆ แต่ออกไปไม่ผิดหวัง
เหมือนกับเราได้เข้าเซเว่นที่หน้าบ้าน”

ยุทธศาสตร์ CP แผ่ขยายความยั่งยืน
เกลียวคลื่นสีครามที่มาพร้อมกับเรือหลายลำกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดวางปะการังเทียม และบ้านปลา ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง หยอกล้อกับท้องทะเล แม้เหงื่อจะโซมกายจากอากาศร้อน แต่ผู้คนต่างจ้องมองด้วยใจจดจ่อในการวางปะการังเทียมและบ้านปลา
การวางปะการังเทียมในครั้งนี้ เป็นการวางปะการังเทียมแบบต่อเนื่องเป็นแนวยาวขนานกับหาดเทียนบนพื้นที่วางรวม 200 ตารางเมตร โดยนำเทคโนโลยี CPAC 3D Printing Solution มาขึ้นรูปเป็นวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง เพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปะการังและสัตว์น้ำ อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์ฟื้นฟูแนวปะการัง และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศ รวมถึงทรัพยากรทางท้องทะเลบริเวณเกาะแสมสารอย่างยั่งยืนต่อไป
เมื่อกิจกรรมแรกเสร็จสิ้น กิจกรรมสุดท้ายคือการปล่อยเต่าบริเวณชายหาดของเกาะแสมสาร เต่าตัวเล็กตัวน้อยที่ถูกปล่อยลงทะเลนั้นน่ารักและน่าเอ็นดูมากขนาดไหน สี่ขาต้วมเตี้ยมค่อยๆ ก้าวย่างลงทะเล ช้า แต่มุ่งมั่น คล้ายกับรู้ว่ากำลังจะได้กลับบ้าน ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้ที่เฝ้ามองดูจนเต่าแต่ละตัวลงทะเลไปในที่สุด สุขทั้งผู้ปล่อย ทั้งสัตว์ตัวน้อย อีกทั้งความสุขยังถูกเผื่อแผ่ไปถึงชุมชนที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากกิจกรรมในครั้งนี้
“ปะการังเทียมและบ้านปลา ตรงนี้จะเป็นแหล่งทำให้สัตว์ตัวน้อยๆ ได้มีที่พักพิงจนเติบใหญ่ ก่อนที่จะออกไปสู่ทะเลกว้าง เพราะฉะนั้นแนวปะการังสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสัตว์ทะเล นี่เป็นครั้งสำคัญที่ได้ผนึกกำลังร่วมกับภาครัฐ และภาคเอกชนหลายหน่วยงาน เราเรียกว่าปฐมฤกษ์ เนื่องจากงานในลักษณะนี้ทำแล้วหยุดไม่ได้ ต้องทำอย่างต่อเนื่อง” สมพันธ์ จารุมิลินท ประธานคณะทำงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทะเลไทยกล่าว
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และเป้าหมายความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ สู่ปี 2573 โดยประกอบด้วยประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน 15 ประเด็น พร้อม 15 เป้าหมายหลัก และตัวชี้วัดการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ประเทศชาติ ประชาชน และเครือเจริญโภคภัณฑ์อย่างยั่งยืน เช่น แนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนบกและในทะเล หรือโครงการปะการังเทียม เป็นต้น
เสียงคลื่นที่กระทบฝั่งเป็นระลอก และลมทะเลในเวลาบ่ายแก่ๆ ชวนให้อดคิดไม่ได้ว่าหากพื้นที่ธรรมชาติเหล่านี้ไม่ได้รับการฟื้นฟู หรืออนุรักษ์ จนกระทั่งวันหนึ่งถูกทำลาย หรือแปรสภาพเป็นตึกระฟ้าเช่นเมืองกรุงจนหมดสิ้น โลกจะเหลือสิ่งใดให้เชยชม โครงการนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยปลูกจิตสำนึกให้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ไพลิน อินต๊ะสืบ

