จากศรีลังกาสู่แผ่นดินไทย ‘ปรมัตถสิริมหาโพธิ หน่อเนื้อพุทธางกูร’ หยั่งรากแห่งศรัทธา ณ ลานธรรมวัดแหลมแค

15.05.23 | 12:30 น.
สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เป็นประธานในพิธีประดิษฐานปลูกพระศรีมหาโพธิ์ ‘ปรมัตถสิริมหาโพธิ หน่อเนื้อพุทธางกูร’ ร่วมกับคณะสงฆ์จากศรีลังกา นำโดย ท่านอตมสถานธิปติ พลเลกม เหมรัตน นายกเถโร เจ้าคณะมณฑลอนุราธปุระ

06.15 น. โดยประมาณ เครื่องบินของสายการบินศรีลังกาแอร์ไลน์ แตะรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย

นี่อาจเป็นเรื่องราวปกติธรรมดา ทว่า ไม่ใช่สำหรับเที่ยวบิน UL402 ในเช้าวันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พุทธศักราช 2566

เนื่องด้วยเป็นเที่ยวบินซึ่งอัญเชิญต้นพระศรีมหาโพธิ์ นามว่า ‘ปรมัตถสิริมหาโพธิ หน่อเนื้อพุทธางกูร’ จากประเทศศรีลังกา มายังดินแดนไทย

ถือเป็นอีกเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ในการพระศาสนาระหว่าง 2 ชาติ นับแต่ครั้งพุทธศาสนาลัทธิ ‘ลังกาวงศ์’ จาก (ศรี) ลังกา เผยแผ่สู่ผืนแผ่นดินสยามนานนับเนื่องหลายศตวรรษ หยั่งรากลึกในจิตใจของคนไทยจวบจนวันนี้

นาทีประวัติศาสตร์ ‘ปรมัตถสิริมหาโพธิ หน่อเนื้อพุทธางกูร’ จากอนุราธปุระ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

06.37 น. คณะสงฆ์จากศรีลังกานำโดย ท่านอมตสถานธิปติ พลเลกม เหมรัตน นายกเถโร (Pallegama Hemarathana) เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาโพธิ์ เจ้าคณะมณฑลอนุราธปุระ พร้อมด้วย ท่านกหาเล คนานินท เถโร เจ้าอาวาสวัดถูปาราม และ ท่านเวลิเหเน โสภิตเถโร เจ้าอาวาสวัดมิริสเวติยะวิหาร หรือมิริสวาฏิ แห่งเมืองอนุราธปุระ ปรากฏตัว ณ ห้องรับรองพิเศษ สนามบินสุวรรณภูมิ เบื้องหน้าอุบาสกอุบาสิกาชาวไทยที่เฝ้ารอรับพระศรีมหาโพธิ์ด้วยความตั้งมั่นในห้วงแห่งศรัทธา เพื่ออัญเชิญไปปลูกยัง ‘ลานธรรมหลวงปู่ทวด’ วัดแหลมแค อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี

Advertisement

จากอินเดียถึงอนุราธปุระ
จากลังกาถึงสุวรรณภูมิ

พระศรีมหาโพธิ์  ‘ปรมัตถสิริมหาโพธิ หน่อเนื้อพุทธางกูร’ มีความสำคัญยิ่ง ดังที่ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง พระเถระชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายไทย เปิดเผยว่า เป็นหน่อจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ พระนางสังฆมิตตาเถรี ภิกษุณีซึ่งเป็นพระราชธิดาของ พระเจ้าอโศกมหาราช แห่งอินเดีย นำกิ่งด้านขวาของต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา ชมพูทวีป ซึ่งพระพุทธเจ้าประทับตรัสรู้ ไปถวายแด่พระเจ้าเทวานัมปิยตัสสะ แห่งลังกาทวีป โดยปลูกไว้ ณ เมืองอนุราธปุระ ราชธานีเก่าแก่ กระทั่งมีอายุยืนนานมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 2,300 ปีล่วงมาแล้ว และยังคงได้รับการดูแลอย่างดีจากรัฐบาลศรีลังกา

ตัดภาพมายังวันนี้ ‘ปรมัตถสิริมหาโพธิ หน่อเนื้อพุทธางกูร’ ถูกบรรจุอย่างประณีตในกล่องแน่นหนาผูกด้วยโบสีทองงดงาม ท่านอมตสถานธิปติ พลเลกม เหมรัตน นายกเถโร เจ้าคณะมณฑลอนุราธปุระ บรรจงเปิดผนึก เผยให้เห็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งแผ่กิ่งก้านถึง 8 กิ่ง

สาธุชนพร้อมกันเปล่งวาจา ‘สาธุ’ อย่างกึกก้อง

พระศรีมหาโพธิ์ในบาตรสีทองงดงามที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี พร้อมด้วยคณะสงฆ์จากศรีลังกา ร่วมกันประคองลงดินในบาตรสีทองอร่ามที่จัดสร้างขึ้นเป็นพิเศษ เมื่อแล้วเสร็จ อุบาสกอุบาสิกาเปล่งเสียง สาธุ 3 ครั้ง พร้อมโบกสะบัด ‘ธงฉัพพรรณรังสี’ อันเป็นสื่อสัญลักษณ์สากลแห่งพระพุทธศาสนา

จากนั้น พระเถระทั้ง 2 แผ่นดิน ร่วมกันสวดพระพุทธมนต์ สาธุชนที่ยืนห้อมล้อมพากันนั่งลง ประนมมือทั้ง 2 ขึ้นบูชาพระรัตนตรัย กล่าวถ้อยคำปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ

ในตอนหนึ่ง พระเถระจากศรีลังกานำสวดด้วยภาษาบาลี ภาษาสากลของชาวพุทธทั่วโลก พุทธมามกะชาวไทยตอบรับอย่างไร้กำแพงภาษา จนจบพิธีเมื่อเวลา 07.17 น. สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เอื้อนเอ่ยวาจา ‘ขอความสวัสดีจงมีแด่ทุกท่าน’ พุทธมามกะรายล้อมนำดอกไม้มีกลิ่นหอมขจรขจายโปรยลงบนดินในบาตร ขอพระพุทธศาสนางอกงาม ยั่งยืนนาน

ศรัทธาตั้งมั่น
จารึกประวัติศาสตร์ในพุทธศาสนายุกาล 2566

ครั้นเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ หรือ ‘บิ๊กเด่น’ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อุ้มบาตรอัญเชิญต้นพระศรีมหาโพธิ์ นำขบวนโยมอุปัฏฐาก ส่วนหนึ่งในนั้น ได้แก่ ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), ประพิณ รุจิรวงศ์ กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ รวมถึง ขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยบุคคลจากแวดวงต่างๆ มากมาย

ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และประพิณ รุจิรวงศ์ กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ ร่วมพิธีปลูกพระศรีมหาโพธิ์

ในการนี้ ยังได้รับเกียรติจากท่านกีรติ สิริเมวัน คุณะติลลเก (Keerthi Sirimevan Goonatillake) ที่ปรึกษาประธานาธิบดีศรีลังกา ด้านพุทธศาสนา อีกทั้งอุปัฏฐากชาวศรีลังกาเดินทางมาเยือนและร่วมขบวนด้วย

ปานบัว บุนปาน เอ็มดี ‘มติชน’ ร่วมต้อนรับคณะสงฆ์จากศรีลังกา ซึ่งอัญเชิญพระศรีมหาโพธิ์มาถึงไทย ที่ห้องรับรองพิเศษ สนามบินสุวรรณภูมิ

08.30 น. เสียงดนตรีประโคมดังแว่วมาจากที่ว่าการอำเภอพานทอง แห่งเมืองชลบุรี ซึ่งมีผู้คนคลาคล่ำตั้งขบวนพร้อม 5 ช้าง มงคลหัตถี จาก ‘วังช้างอยุธยาเพนียด’ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดย ลายทองเหรียญ มีพันธุ์ รอรับพระศรีมหาโพธิ์ เพื่ออัญเชิญขึ้นหลังช้าง พร้อมเดินเท้าไปยังวัดแหลมแค

สมเด็จธงชัย นำขบวนพระสงฆ์ 50 รูป ในพิธีอัญเชิญพระศรีมหาโพธิ์

ขณะที่บรรยากาศบริเวณวัดแหลมแค ชาวบ้านสวมใส่อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เดินทางจากบ้านเรือนโดยรอบทั้งใกล้และไกล ผู้คนจากต่างถิ่น ชาวพุทธจากทั่วประเทศ มุ่งหน้าสู่ลานธรรมหลวงปู่ทวด เพื่อเป็นประจักษ์พยานแห่งประวัติศาสตร์ และมีส่วนร่วมในการบุญครั้งนี้ โดยมีพระเถรานุเถระมากมายจากวัดวาอารามสำคัญ นั่งประจำประรำพิธี

ขบวนอัญเชิญพระศรีมหาโพธิ์บนหลังช้างอย่างยิ่งใหญ่ จากที่ว่าการอำเภอพานทอง เดินเท้าสู่วัดแหลมแค
มงคลหัตถีประทักษิณ ณ ลานธรรมหลวงปู่ทวด วัดแหลมแค

10.12 น. ขบวนอัญเชิญพระศรีมหาโพธิ์เดินเท้ามาถึงหลังกลุ่มเมฆฝนโปรยปรายชุ่มฉ่ำ เปลี่ยนอุณหภูมิร้อนสู่บรรยากาศร่มเย็น พร้อมสายรุ้งงดงามที่พาดผ่านเป็นฉากหลังของลานธรรมหลวงปู่ทวด

ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ‘ปรมัตถสิริมหาโพธิ หน่อเนื้อพุทธางกูร’ ตระหง่านบนหลังช้างมงคลหัตถีเชือกแรก ตามด้วย ธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ซึ่งนั่งมาบนหลังช้างเชือกที่ 2 และคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ของศรีลังกา ตามลำดับ พร้อมด้วยขบวนพระภิกษุสงฆ์ 50 รูป ขบวนธง ขบวนสตรีแต่งกายเสมือนนางฟ้า หน่วยราชการ และนักเรียนจากสถาบันต่างๆ ในจังหวัดชลบุรี

พุทธศาสนิกชนลุกขึ้นเปล่งวาจา ‘สาธุ’ ท่ามกลางธงชาติไทยเคียงคู่ธงชาติศรีลังกาที่ประดับโดยรอบในพุทธศาสนายุกาลที่ล่วงผ่านมาถึง 2566 ปี

ดิน-น้ำศักดิ์สิทธิ์ สถิต ‘พระศรีมหาโพธิ์’

จากนั้น เข้าสู่อีกช่วงเวลาสำคัญ คือพิธีเสี่ยงทายว่า ต้นพระศรีมหาโพธิ์จะสถิต ณ จุดใด โดยมีพระเถระ 4 รูป ประจำจตุรทิศ ได้แก่ พระธรรมวชิรมุนี เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ, พระธรรมวชิราภรณ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 13 เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร, พระครูโสภิตวิริยาภรณ์ (หลวงพ่ออิฏฐ์) วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม และ พระครูปลัดอังกูร โชตโก เจ้าอาวาสวัดเขาบางพระ เลขานุการเจ้าคณะตำบลบึง อำเภอศรีราชา ชลบุรี

ช้างมงคลหัตถีเดินประทักษิณบนลานธรรม โดยเมื่อถึงบริเวณด้านหลังประติมากรรมหลวงปู่ทวด ช้างต่างเปล่งเสียงร้องตรงจุดเดียวกันทั้ง 3 ครั้ง จึงมีการอัญเชิญ ‘ปรมัตถสิริมหาโพธิ หน่อเนื้อพุทธางกูร’ ปลูกในจุดดังกล่าวโดยมีมูลดินจากพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ อาทิ ดินจากวัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ปราจีนบุรี อารามเก่าแก่ใน ‘ดงศรีมหาโพธิ์’ ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชหัตถเลขาเมื่อ พ.ศ.2451 ความตอนหนึ่งว่า ‘ดงศรีมหาโพธิ์นี้ ได้ชื่อจากต้นโพธิ์ต้นหนึ่ง ซึ่งว่าเป็นโพธิ์เก่าแก่ เป็นที่นับถือสักการบูชา’, ดินจากวัดธรรมาราม พระนครศรีอยุธยา ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศโปรดให้ส่งพระอุบาลีจากวัดดังกล่าวไปยังลังกา เพื่อช่วยฟื้นพระพุทธศาสนาตามคำเชิญของพระเจ้ากีรติศรีราชสิงหะ, ดินจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ซึ่งรัชกาลที่ 2 โปรดให้นำต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่คณะสมณทูตไทยอัญเชิญมาจากเมืองอนุราธปุระมาปลูก เมื่อ พ.ศ.2361 และดินจากลานต้นศรีมหาโพธิ์ เขาชีจรรย์ ชลบุรี เป็นต้น

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี คณะสงฆ์จากศรีลังกา พร้อมด้วยเถรานุเถระ และบุคคลต่างๆ รวมถึง อินทพร จั่นเอี่ยม รองผู้อำนวยการ รักษาราชการผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมพิธีปลูกและรดน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั่วประเทศ อาทิ สระเจ้าคุณเฒ่า วัดเขาบางทราย พระอารามหลวง ชลบุรี, น้ำมนต์จากวัดโสธรวราราม ฉะเชิงเทรา, วัดไร่ขิง นครปฐม, วัดเขาตะเครา เพชรบุรี รวมถึงน้ำจากสระมรกต ปราจีนบุรี เบื้องหน้ารอยพระพุทธบาทคู่ที่เก่าแก่ที่สุดในไทย ยุคทวารวดี

จากนั้น เวลา 10.54 น. พุทธศาสนิกชนร่วมกันเปล่งเสียงบูชาพระรัตนตรัย ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ เป็นอันเสร็จพิธี

นอกจากนี้ ยังมีการมอบประกาศนียบัตรย้ำชัดถึงการมอบ ‘ปรมัตถสิริมหาโพธิ หน่อเนื้อพุทธางกูร’ จากศรีลังกาสู่ประเทศไทย

ธงธรรมจักรโบกสะบัดเคียงคู่ธงฉัพพรรณรังสีขนาบด้วยธงชาติไทยและธงชาติศรีลังกา

นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ต้องจดจารในประวัติศาสตร์ของการธำรงไว้ซึ่งพระศาสนา สะท้อนสายสัมพันธ์ลึกซึ้ง แม้ต่างชาติคนละภาษา บนศรัทธาที่มีร่วมกันในหลักธรรมแห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันหลอมรวมจิตใจของชาวพุทธไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน