สืบเรื่องเมืองละโว้ สำรวจลพบุรี ค้นคำตอบ ‘ขอมคือใคร?’

17.05.23 | 14:26 น.

พระปรางค์สามยอดเสียดยอดเสียดฟ้า 

เหมือนปรัชญาประเสริฐทิ้งไว้ให้เกิดสติปัญญา 

ศาลพระกาฬโบราณสถานแต่นานมาศิลาแลงแกร่งแห่งกรุงละโว้ยิ่งใหญ่

รุ่งเรืองละโว้เป็นเมืองพระนารายณ์ราชนิเวศน์ไสวหนึ่งในอยุธยา

พระที่นั่งตำหนักผุพังโอ้อนิจจาน้ำตกเหมือนน้ำตาไหลเป็นแควป่าสักซึมเซา

Advertisement

คือท่อนหนึ่งของบทเพลงผลงานประพันธ์โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ ผู้ก่อตั้งนิตยสารศิลปวัฒนธรรมที่ระบุนามโบราณสถานต่างๆ อันสำคัญยิ่งในลพบุรีไว้อย่างไพเราะ น่าจดจำ 

เช่นเดียวกับเรื่องราวปริศนาแห่งลพบุรี ละโว้ อโยธยา ขอม เขมร และความเป็นไทยที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง มากมายด้วยเสน่ห์ชวนค้นหา ชวนให้เดินเท้าตามรอยทางไปเช็กโลเกชั่นย้อนสู่ห้วงเวลาสำคัญในไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ผ่านศิลปะสถาปัตย์อันมีอารยะ

ไขร่องรอยสืบค้นตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าขอมคือใคร ละโว้อยู่ที่ไหน เหตุใดจึงรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ ส่งอิทธิพล ก่อเกิดพัฒนาการยังรัฐ บ้าน และเมืองได้อย่างอัศจรรย์ใจ และใครคือผู้สร้างศาสนสถานเหล่านี้? 

ศาลพระกาฬ

เช็กอินวัดนครโกษา สบตา ‘(ศาล) พระกาฬ 

ศาสนสถานข้ามกาลเวลา 

ทางตอนเหนือของสถานีรถไฟลพบุรีด้านทิศตะวันออก พระปรางค์ขนาดใหญ่บ่งบอกศิลปกรรมในห้วงสมัยลพบุรีตั้งตระหง่าน ในขณะเดียวกันยังปรากฏหลักฐานเก่าแก่ไปถึงวัฒนธรรมทวารวดีในยุคก่อนหน้า สะท้อนการสืบเนื่องซ้อนทับของยุคสมัย สันนิษฐานว่าได้ชื่อมาจาก เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) แม่กองในการสร้างเมืองลพบุรีให้เป็นที่ประทับแห่งที่ 2 ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

วัดแห่งนี้ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญสำหรับชาติเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ..2478

ครั้นกรมศิลปากรทำการขุดแต่งที่ฐานเจดีย์องค์ใหญ่ ระหว่าง พ..2529-2530 ประติมากรรมในสมัยทวารวดีก็ปรากฏโฉม ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป พระพิมพ์ดินเผา ประติมากรรมรูปยักษ์ อีกทั้งลวดลายประกอบสถาปัตยกรรมหลากหลาย โดยถูกเก็บรักษาไว้เป็นมรดกแด่ปุถุชนรุ่นหลัง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ 

ลวดลายปูนปั้นงดงามที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

ห่างออกไปไม่ไกล เพียงกะพริบตา มองเห็นศาลพระกาฬซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตย์ปราสาทขอมบริเวณวงเวียนศรีสุนทร กลางตัวเมืองลพบุรี นักวิชาการสันนิษฐานจากรูปแบบศิลปกรรมว่าสร้างขึ้นราว พ..1500 หรือกว่าพันปีมาแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่เรียกติดปากว่าศาลสูงด้วยเหตุผลเรียบง่ายที่ว่าตัวปราสาทสร้างบนฐานศิลาแลงที่ตั้งตระหง่านกว่าทั่วไป ส่วนนามศาลพระกาฬ กล่าวกันว่าเรียกตามนามของรูปเคารพประธานที่สร้างจากหินมีสีดำ (กาฬ แปลว่า สีดำ) 

ศาลพระกาฬนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกล่าวถึงเมื่อเสด็จไปทอดพระเนตร ความตอนหนึ่งว่า 

ออกจากพระปรางค์สามยอดเดินไปสักสองสามเส้น ถึงศาลพระกาล ที่ศาลพระกาลนั้นเป็นเนินสูงขึ้นไปมาก มีบันไดหลายสิบขั้น ข้างบนเป็นศาลหรือจะว่าวิหารสามห้อง เห็นจะเป็นช่อฟ้า ใบระกา แต่บัดนี้เหลืออยู่เพียงแต่ผนัง ที่แท่นมีรูปพระนารายณ์สูงประมาณ 4 ซอก เป็นเทวรูปโบราณทำด้วยศิลา มีเทวรูปเล็กๆ เป็นพระอิศวรกับพระอุมาอีก 2 รูป ออกทางหลังศาลมีบันไดขึ้นไปบนเนินสูงอีกชั้นหนึ่ง มีหอเล็กอีกหอหนึ่ง มีแผ่นศิลาเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑแผ่นหนึ่ง มีรูปนารายณ์ประทมสินธุ์แผ่นหนึ่งวางเปะปะ ไม่ได้ตั้งเป็นที่

ชวนให้จินตนาการย้อนอดีตข้ามกาลเวลาไปยังห้วงสมัยดังกล่าว ก่อนตัดภาพสู่วันนี้ที่ศาลพระกาฬคลาคล่ำด้วยนักเดินทางจากทั่วสารทิศ 

พระปรางค์สามยอด

จากพระปรางค์สามยอดเสียดยอดสู่ฟ้า

ถึงเทวสถานปรางค์แขก

อีกหนึ่งโบราณสถานที่ไม่อาจพลาดการเยี่ยมเยือนคือ พระปรางค์สามยอด ศาสนสถานในวัฒนธรรมเขมรที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลพบุรี คาดว่าสร้างในยุคพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เมื่อพุทธศตวรรษที่ 18 เนื่องด้วยรังสรรค์จากศิลาแลงอันเป็นหนึ่งในลายเซ็นของปราสาทเขมรในรัชสมัยของพระองค์ ภาพจำคืออาคารประธานเป็นปราสาทสามหลังเรียงตัวกันตามแนวเหนือใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก แต่ละองค์เชื่อมต่อกันโดยฉนวน ภายในปราสาทแต่ละหลังเดิมมีแท่นฐานประดิษฐานรูปเคารพ หลังคาชั้นซ้อนลดหลั่นกัน 5 ชั้น เบื้องหน้าปราสาทองค์กลางมีวิหารก่ออิฐแผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่ง ก่อประตูเป็นวงโค้ง

ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล อดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ทรงสันนิษฐานว่าภายในปราสาทหลังกลางประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก หลังใต้ประดิษฐานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หลังเหนือประดิษฐานนางปรัชญาปารมิตา

นอกจากนี้ เมืองลพบุรียังมี เทวสถานปรางค์แขก ซึ่งเดิมเป็นศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์ งดงามด้วยปรางค์ก่ออิฐ 3 องค์ ตั้งเรียงกันในแนวเหนือใต้ ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่ที่สุดขนาบข้างด้วยปรางค์ขนาดเล็ก 2 องค์ นักประวัติศาสตร์ศิลปะฟันธงความเก่าแก่ย้อนไปถึงพุทธศตวรรษที่ 15 โดยคาดว่ามีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พร้อมกับสร้างวิหารเล็กหน้าปรางค์ ซึ่งมีประตูทางเข้าแบบโค้งแหลม 

กรมศิลปากรขุดแต่งและบูรณะเมื่อปี 2504 และ 2521 ให้มั่นคงสถาวรจวบจนปัจจุบัน 

หมุนเข็มนาฬิกา ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ 

ฟังเสียงขอมละโว้หลังกำแพง

พระนารายณ์ราชนิเวศน์

อีกไฮไลต์ที่ต้องเดินทางไปให้ถึง คือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี ที่งามสง่าด้วยปรางค์ตั้งบนฐานไพที หันหน้าสู่แสงอาทิตย์เบื้องทิศตะวันออก เดิมเคยมีปรางค์องค์เล็กๆ ขนาบ 2 ข้าง ทว่าพังทลายลงไปตามกาลเวลา ตัวสถาปัตย์ก่อด้วยศิลาแลงเป็นวัสดุหลัก ฉาบปูนและประดับประดาด้วยปูนปั้น ภายในเรือนธาตุมีห้องคูหา หรือที่เรียกว่าครรภคฤหะ ด้านหน้าประกอบด้วยตรีมุข ส่วนยอด หรือหลังคาซ้อนชั้นลดหลั่นชวนมอง เช่นเดียวกับกลีบขนุน สันนิษฐานจากรูปแบบทางศิลปะว่า วัดแห่งนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นก่อนหน้ากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีราวศตวรรษ หรือเมื่อราว พ..1800 โดยอาจเป็นต้นแบบให้ปรางค์ต่างๆ ในสมัยอยุธยาตอนต้นอีกด้วย  

จากนั้นขยับไทม์ไลน์สู่ยุคกรุงศรีอยุธยา ก้าวสู่พื้นที่หลังกำแพงแน่นหนาของพระนารายณ์ราชนิเวศน์พระราชวังอันตระการตาของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งโปรดให้สร้างพระราชวังขึ้น ณ เมืองลพบุรี เมื่อ พ..2209 บนพื้นที่ 41 ไร่ ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมสำคัญอย่างพระที่นั่งจันทรพิศาลสำหรับออกว่าราชการ ประชุมขุนนางพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาทสำหรับรับราชทูต อีกทั้งพระที่นั่งสุทธาสวรรย์สำหรับสำราญพระอิริยาบถส่วนพระองค์ ปีละ 8-9 เดือน ด้วยเหตุนี้จึงนับได้ว่าลพบุรีมีฐานะเป็นราชธานีที่ 2 รองจากกรุงศรีอยุธยากระทั่งเสด็จสวรรคตใน พ..2231 

โบราณวัตถุในพช.พระนารายณ์ราชนิเวศน์

ครั้นล่วงเข้าสู่กรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้บูรณะและสร้างหมู่พระที่นั่งขึ้นใหม่ คือ พระที่นั่งพิมานมงกุฎและหมู่ตึกพระประเทียบ แล้วพระราชทานหมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎให้เป็นศาลากลางจังหวัด ต่อมา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงจัดตั้งขึ้นเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อ 11 ตุลาคม พ..2467 กระทั่งประกาศเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ เมื่อ พ..2504

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มากมายด้วยหลักฐานแห่งประวัติศาสตร์ที่รวบรวมจากโบราณสถานต่างๆ ในจังหวัดลพบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง บอกเล่าเรื่องราวของ ขอม ละโว้ ลพบุรี ผ่านโบราณวัตถุซึ่งเดินทางผ่านกาลเวลาสู่ยุคร่วมสมัย 

นับเป็นเส้นทางไม่ควรพลาด หากปรารถนาที่จะสนทนากับขอมละโว้ กลุ่มบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ (ก่อนจะถึง) ความเป็นไทยในวันนี้

ทีมข่าวเฉพาะกิจ