แชร์ลูกโซ่เป็นปัญหาอยู่มากับสังคมไทยนานจนคนนึกภาพไม่ออกว่าจะกำจัดให้หมดอย่างไร
เหตุหนึ่งคือยังมีประชาชนหลงเชื่อกลโกง นำเงินไปร่วมลงทุนธุรกิจลวงโลก โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ด้วยเห็นตัวเลขกำไรหอมหวาน
อีกทั้งลักษณะการทำเป็นเครือข่าย หาสมาชิกเติมเข้าสู่วงจรในเวลารวดเร็ว ยิ่งขยายยิ่งไปเร็ว กว่าจะรู้ตัวว่าโดนหลอกก็โดนเชิดเงินล้มแชร์ไปแล้ว
บางคนเสียเงินไม่มาก เจ็บใจ แต่ไม่อยากตามเรื่องให้ยืดยาว เสียเวลาทำมาหากิน และไม่มีหวังว่าจะได้เงินคืน
คดีแชร์ลูกโซ่นี้จึงมาอยู่ในมือของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่ทำคดีในภาพรวมทั่วประเทศ
ตำแหน่ง “มือปราบแชร์ลูกโซ่” จึงถูกมอบหมายให้ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งดูแลงานนี้มาตั้งแต่ตอนอยู่สำนักคดีอาญาพิเศษ 1
เกือบปีที่มารับตำแหน่งใหญ่ เดินเครื่องปราบแชร์ลูกโซ่จนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ แม้ปัญหาดูจะยังไม่มีวี่แววลดน้อยถอยลง แต่เป้าหมายคือต้องทำให้กลหลอกฉ้อโกงนี้หายไปจากสังคมไทย
แชร์ลูกโซ่ เรื่องอะไรก็หลอกได้
“แชร์ลูกโซ่ คือ การอุปโลกน์ สร้างเรื่องราวให้คนหลงเชื่อ ไปลงทุนร่วมกับคนที่โฆษณาชวนเชื่อ แต่ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามคาดหมาย”
พ.ต.ต.สุริยา อธิบายต่อว่า เรื่องที่จะอุปโลกน์ขึ้นมามีหลายเรื่องมาก เรื่องที่อยู่ในกระแสสังคม สินค้าการเกษตร โครงการก่อสร้างบิ๊กโปรเจ็กต์ อย่างพื้นที่ภาคตะวันออกมีเรื่องการขนส่งสินค้าทางเรือ ก็มีแชร์ตู้คอนเทนเนอร์
“ธุรกิจประเภทนี้เมื่อได้รับความนิยม คนหลอกก็เสนอว่าให้ลงทุนร่วมกันทำธุรกิจให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ 1 ตู้ ลงทุน 1 แสน เป็นเจ้าของตู้ร่วมกันแล้วจะได้ผลตอบแทนเดือนละ 4 หมื่นบาท พอได้เดือนแรกจะเห็นว่ากำไรก็ลงทุนหมดเลย หมดเงินแล้วไม่เป็นไร ให้ไปชักชวนสมาชิกมาเพิ่มจะมีสัดส่วนค่าตอบแทนให้ การหลอกลวงลักษณะแชร์ลูกโซ่ คนชักชวนสมาชิกจะได้เปอร์เซ็นต์ กระบวนการจึงโตเร็วแบบก้าวกระโดด จึงเรียกว่า “ลูกโซ่”
เรื่องราวที่นำมาหลอก เป็นเรื่องอะไรก็ได้ให้คนมาลงทุน
“การกระทำนี้ทำพร้อมกันจนเป็นปรากฏการณ์ ลงทุนได้เงินก็ชักชวนญาติเพื่อนฝูงมาลงทุนด้วย ถ้าเราเป็นคนสุดท้ายหรือปลายแถวเราจะเลือกลงทุนที่ 5 หมื่น หรือ 1 แสนบาท เมื่อคนที่ลงทุนไปก่อนพิสูจน์แล้วว่าได้ผลตอบแทน คนสุดท้ายจึงลงหมดหน้าตัก เหตุแชร์ล้มจึงเป็นแบบนี้ คนหลอกไม่ได้หวังปลาซิวปลาสร้อย แต่หวังคนที่ลงหมดหน้าตัก รวบทีเดียวแล้วไปเลย”
สำหรับคนตัดสินใจจะลงทุน พ.ต.ต.สุริยาแนะนำว่า สิ่งที่ต้องต้องคำนึงคือ
1.อะไรที่ได้รับผลตอบแทนสูงมาก จนเราขาดความยั้งคิดที่จะลงทุน ให้พึงระวังไว้ นี่คือแชร์ลูกโซ่
2.เมื่อเรากำลังตัดสินใจ เรื่องราวจะมีเหตุผลให้ต้องลงทุน เพราะคนหลอกสร้างเหตุผลทุกอย่างให้เชื่อ ส่วนคนไม่รู้เรื่องคนขี้กลัวมักจะไม่ถูกหลอก บวกด้วยความโลภทำให้ลืมเรื่องที่คุยกันตั้งแต่ต้น มัวแต่บวกลบตัวเลขระหว่างทาง จนไม่ได้ไปดูว่าสิ่งที่ลงทุนไปมีอยู่จริงไหม
ปรับมาตรการ จับทั้งขบวนการ-เพิ่มความผิดฟอกเงิน
สำหรับแนวโน้มคดีแชร์ลูกโซ่ พ.ต.ต.สุริยาเผยว่ามีสูงขึ้นเรื่อยๆ เหตุเพราะ 1.เดิมต้องเจอกันนั่งพูดให้ฟัง แต่ทุกวันนี้มีโซเชียล ไลฟ์เฟซบุ๊กบรรยายครั้งเดียวแล้วบอกต่อ แม่ทีมส่งให้เพื่อน การแพร่ระบาดปัจจุบันแนวโน้มสูงขึ้นมาก
2.แนวโน้มคนส่วนใหญ่ทุกวันนี้ไม่มีใครอยากทำงานลำบาก ไม่อยากเป็นลูกจ้างทำงานหนัก พยายามศึกษาอะไรที่ลงทุนได้ผลตอบแทนดี ก็จะตกเป็นเหยื่อคนพวกนี้
เพื่อเป็นการตัดวงจร จากเดิมที่จะดำเนินคดีกับคนคิดตั้งต้น แต่ทุกวันนี้ทางดีเอสไอประกาศจะรวบทั้งขบวนการ ตั้งแต่คนตั้งต้น แม่ทีม ฝ่ายสนับสนุน ทั้งนักบรรยาย ฝ่ายกราฟิกทำโปรแกรม
“ตอนนั้นทำเรื่องตะเกียงน้ำหอม ผู้เสียหาย 400 กว่าคน ผมถามว่าเคยมีประสบการณ์ลงทุนตัวอื่นไหม ยกมือกันเกินครึ่งห้อง คนกลุ่มนี้ไม่ใช่คนทำอาชีพปกติ แต่เรียกตัวเองว่า ‘นักจัดการด้านการเงิน-นักลงทุน’ ที่สำคัญคือแม่ทีม นำผู้เสียหายมาแจ้งความดีเอสไอตลอด ผมทำแบล๊กลิสต์เลย แม่ทีมมีประสบการณ์มากสุด ผ่านการลงทุนมาเยอะมองก็รู้ว่าคือแชร์ลูกโซ่
“แม่ทีมผมจึงจับหมด ไม่งั้นแชร์ลูกโซ่ไม่หมด ผู้ประกอบการกับผู้เสียหายมาเจอกันไม่ได้ ถ้าไม่มีแม่ทีม ไม่มีคนทำกราฟิก โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมซื้อขายหุ้นที่ไม่มีอยู่จริง ดีเอสไอจึงปรับแนวทางการดำเนินคดีทั้งหมด เพิ่มแม่ทีมและฝ่ายสนับสนุน”
นอกจากนี้ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนแล้ว ทางดีเอสไอยังได้เอากฎหมายป้องกันปราบปรามการฟอกเงินมาใช้ เนื่องจากคนที่มาหลอกเมื่อจับได้มักพบว่าไม่มีเงินอยู่ในบัญชีตัวเอง เตรียมการพร้อมโดนจับและติดคุก
“คดีแชร์แม่ชม้อย ปี 2528 โดนศาลตัดสินติดคุกเป็นแสนปี แต่ติดจริงอยู่สิบกว่าปี ถามว่าได้อะไร ออกมาเสวยสุข ระหว่างอยู่ในเรือนจำก็มีลูกน้องดูแล พอทำเรื่องฟอกเงิน ข้อหารุนแรง โกงมาเอาไปให้หลาน หลานก็ผิดด้วย แม้จะไม่ได้อยู่ในขบวนการแชร์ลูกโซ่ แต่คนที่ให้เอาชื่อมาใช้ถ้าไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เอาทรัพย์ออกมาจะโดนข้อหาด้วย” พ.ต.ต.สุริยากล่าว

มีดาบในมือ แต่ไม่เงื้อฟาด
ภาพรวมความเสียหายทั่วประเทศในคดีลักษณะแชร์ลูกโซ่นั้น รองอธิบดีดีเอสไอบอกว่ามากถึงหลายแสนล้านบาท ทั้งที่แจ้งความและไม่แจ้งความ
หากจะปราบให้แชร์ลูกโซ่ทุเลาลง พ.ต.ต.สุริยาบอกว่า ภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องขยับตัวช่วยกัน เพราะทางดีเอสไอหรือตำรวจเป็นเพียงปลายทางที่มาตามจับผู้กระทำผิด
1.กระทรวงการคลัง จะมีสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ดูแลเรื่องหนี้นอกระบบและแชร์ลูกโซ่โดยเฉพาะ เป็นคนกำหนดกรอบนโยบายเรื่องการป้องกันและดำเนินคดี
2.คณะกรรมการป้องปรามธุรกิจการเงินนอกระบบ เป็นคณะกรรมการกลางแห่งชาติที่ตั้งขึ้นในปี 2532 หลังเรื่องแชร์แม่ชม้อยโด่งดัง รัฐบาลเห็นภัยคุกคามนี้จึงตั้งเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ และมีผู้แทนจากส่วนราชการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานอัยการสูงสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ทรงคุณวุฒิกรมสรรพากร และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นกรรมการ
นอกจากนี้ยังมี คณะอนุกรรมการป้องปรามธุรกิจการเงินนอกระบบในส่วนภูมิภาคระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และอนุกรรมการประกอบด้วย อัยการจังหวัด คลังจังหวัด หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด แรงงานจังหวัด และสรรพากรจังหวัด ทำหน้าที่ป้องกันปราบปรามและสืบสวนสอบสวนด้วย
“ตั้งแต่ปี 2532 เขาให้ดาบไว้แล้ว มี พ.ร.ก.กู้ยืมเงินซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษ แต่ถามว่าทำอะไรบ้างดีเอสไอกับตำรวจคือปลายเหตุ แต่การจะทำเรื่องนี้ให้จบ คณะทำงานระดับชาติกับคณะอนุระดับจังหวัดต้องเห็นเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญด้วยกัน คนที่ถูกหลอกกระจายอยู่ทั่วประเทศ ใครที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยใช้ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินสามารถเรียกมาสอบถามได้เลย ถ้าทุกหน่วยช่วยกันทำตั้งแต่ต้นจะเบาบางลง แต่ทุกคนปฏิเสธอำนาจที่มีอยู่ อาจไม่ได้ตั้งใจหรือไม่รู้ว่ามีเรื่องนี้อยู่” พ.ต.ต.สุริยากล่าว
ในฐานะคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง พ.ต.ต.สุริยาอยากฝากสื่อสารไปยังภาครัฐทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่ ว่าคณะทำงานทั้งใหญ่และเล็กต้องหมุนไปพร้อมกัน
จับหมดไม่เว้น ตั้งสติก่อนลงทุน
ส่วนคนที่ตั้งตัวเป็นแม่ทีม มือปราบแชร์ลูกโซ่ฝากเตือนให้ชั่งใจ เพราะในอดีตแม่ทีมไม่โดนดำเนินคดี แต่ปัจจุบันอยู่ในข่ายที่จะแจ้งความด้วย
“คุณต้องนึกถึงผิดชอบชั่วดีบ้าง คุณบอกไม่รู้ไม่ได้ ผมจัดการหมด รวมถึงคนสนับสนุนเรื่องคอมพ์ ระบบ การวางโครงข่าย อย่าคิดว่าทำอาชีพสุจริตอยู่แล้วไปรับจ้างเขียนโปรแกรมให้คนพวกนี้ สุดท้าย ผู้เสียหาย คนร่วมลงทุนที่คิดอยากรวย เขาจะวางแผนมาดีแค่ไหน ต้องใช้สติให้มาก พยายามถามหาสิ่งที่จับต้องได้ อย่าไปคำนวณแต่ตัวเลขในกระดานจนลืมนึกถึงเรื่องจริง ให้ปรึกษาเพื่อน รู้อะไรให้บอกคนใกล้ชิด เมื่อมีคนท้วงติงความคิดจะค่อยๆ กลับมา สุดท้ายถ้าใช้สติแล้วความคิดยังไม่คืน ให้โทรหาเจ้าหน้าที่ เขาจะบอกเลยว่าถูกหลอกแล้ว”
สำหรับเป้าหมายสูงสุดในการสะสางคดีแชร์ลูกโซ่ พ.ต.ต.สุริยาบอกว่า ต้องการจับให้ได้ทั้งประเทศ
“ผมจึงดำเนินคดีคนทุกกลุ่ม ถ้าทำงานชิล…ชิล ก็ทำคดีเฉพาะที่มีคนร้องเรียนไป ไม่ต้องไประรานให้มีศัตรูเพิ่ม ผมยอมเป็นศัตรูได้ แต่ต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่ทำเฉพาะปลายทาง”

