One for the road การเดินทางของ‘ญามินท์’ สู่ถนนหมายเลข 5 ในฐานะศิลปินเดี่ยว

24.05.23 | 15:19 น.

พอได้ยินเพลง มันเหมือนเขากวักมือเรียกผม ไปหยุดยืนอยู่หลายนาที ก้าวขาไม่ออก จนตัดสินใจเดินเข้าไปถามเขาว่านี่คือเพลงอะไร เขาบอกเพลงบลูส์ 

ผมถามว่าขอซื้ออัลบั้มนี้ได้ไหม แต่เขาบอกว่าหมด อัลบั้มนี้เป็นเซต 3 อัลบั้ม เหลือแค่อันเดียว เป็นปกสีเขียวๆ ชื่อว่า Blues Volume.1 เลยซื้อกลับบ้าน ฟังทุกวัน ทั้งวัน พยายามกลับไปตามตลอดว่าอีก 2 อัลบั้มมาหรือยัง ก็ค่อยๆ ซื้อเก็บ จนเริ่มเล่นดนตรี

คือถ้อยคำจากปาก ภูวดล วีระเสถียร หรือ มินท์ มือกีตาร์ควบตำแหน่งร้องนำของญามินท์’ (YAMIN) วงบลูส์ ที่ผสมผสานระหว่างดนตรีบลูส์ ร็อกและคันทรี่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สร้างเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ประกอบด้วยสมาชิก 3 คน โดยนอกจากมินท์ ยังมี ณัฐพล ฤกษ์อรุโณทัย มือกลอง และ สมพร จิตประสพเนตร มือเบส

สร้างสรรค์บทเพลงไว้ในวงการแล้วถึง 4 อัลบั้ม ครั้นเดินทางสู่ No.5 มินท์ฉายเดี่ยวเดินตามรอยฝัน ด้วยอัลบั้ม ‘YAMIN One for the road’ 

Advertisement

จากนาทีก้าวขาไม่ออกเมื่อได้ยินเสียงดนตรีที่ไม่เคยรู้จัก กระทั่งหัดเล่นดนตรี จากโน้ตตัวแรก สู่การเดินทางครั้งใหม่ในฐานะศิลปินเดี่ยว 

เปิดตัวไปอย่างอบอุ่นเรียบง่ายเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ ChangChui Gallery ด้วยมินิคอนเสิร์ตที่สะกดผู้ฟังราวต้องมนต์ นอกจากนี้ ยังมีวงเสวนาพูดคุยอย่างออกรสกับผู้คนบนถนนสายดนตรีที่มีบทบาทสำคัญต่อการก่อเกิดของ YAMIN นับแต่อัลบั้มแรก อย่าง แจ็คเจษฎา พัฒนถาบุตร ประธานบริหาร JSS (Jack Sound System) PRODUCTION และผู้ก่อตั้งค่าย Great Odyssey Records, รวมถึง โอฬาร พรหมใจ มือกีตาร์ หัวหน้าวงระดับตำนานอย่าง ดิ โอฬาร โปรเจ็กต์ 

จากซ้าย เจษฎา พัฒนถาบุตร, ภูวดล วีระเสถียร หรือ มินท์, โอฬาร พรหมใจ

ย้อนเส้นทาง จากวันหนึ่งที่ร้านขายเทปข้างถนน 

สู่ One for the road

ก่อนอื่นมาย้อนเส้นทางจากนาทีแรกแห่งความหลงใหลในดนตรีบลูส์ของมินท์ ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า เริ่มมาจากการฟัง โดยที่บ้านฟังเพลงทุกแบบ โตมากับดนตรีและเสียงเพลง แต่ไม่มีใครฟังบลูส์ จนกระทั่งไปเจอร้านขายเทปข้างถนนแถวมาบุญครอง ซึ่งกวักมือเรียกเขาเข้าสู่ถนนสายบลูส์ 

พอผมได้ยินเพลง มันเหมือนเขากวักมือเรียกผม ไปหยุดยืนอยู่หลายนาที ก้าวขาไม่ออก จนตัดสินใจเดินเข้าไปถามเขาว่านี่คือ

เพลงอะไร เขาบอกเพลงบลูส์เทปนั้นผมฟังทุกวัน ทั้งวัน พยายามกลับไปตามตลอดว่าอีก 2 อัลบั้มมาหรือยัง ก็ค่อยๆ ซื้อเก็บ จนเริ่มเล่นดนตรี

ถามว่าครั้นเป็นนักดนตรีตัวจริง นำไอเดียในการทำเพลงมาจากไหนบ้าง มินท์เล่าว่า ได้มาจากเพลงลูกทุ่งที่เคยฟังมาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนพักอยู่แถวซอยประดู่ 1 มีสามล้อวินที่เปิดเพลงลูกทุ่งจึงได้ฟังทุกวัน จนทำนองเหล่านั้นมันฝังอยู่ในหัว พอได้มาฟังเพลงบลูส์ หรือเพลงอะไรก็ตาม ก็รู้สึกว่าจิตวิญญาณมันคล้ายๆ กัน

ส่วนเหตุผลที่มาเดี่ยวในอัลบั้มที่ 5 มินท์เผยว่า เป็นการดำเนินตามรอยฝันของตัวเอง

ฝันไว้นานแล้วที่จะทำอัลบั้มแบบนี้ ตั้งแต่สมัยเล่นดนตรีใหม่ๆ แล้วก็เดินทางไปนู่นมานี่ จำได้ว่าไปเล่นใต้ต้นไม้ใหญ่ที่กาฬสินธุ์ งานเก็บกระดูกวีรชน 14 ตุลา ผมนั่งเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ ชาวบ้านก็เดินมาทีละคนสองคน ล้อมฟังผม มันคือความเรียบง่ายของชีวิตที่ไม่ต้องมีอะไรมาก และความรู้สึกนั้นฝังอยู่ในใจ มันต้องคอยถามหาอยู่ตลอด พอกลับมา ผมก็เอาความฝันของผมมาทำเพลงอัลบั้มนี้มินท์เล่า 

ส่วนประเด็นที่มักได้รับคำชมในเรื่องของคุณภาพเสียงที่ถูกมิกซ์มาอย่างลงตัวเสมอ ศิลปินผู้นี้ให้เครดิตไปที่ Sound Engineer ซึ่งมี Know-How รวมกับพี่แจ็คที่คอยแนะนำว่าให้ทำแบบไหน สิ่งที่คนจะได้ยินเสียงจากแผ่นเสียงมันสมควรอยู่ในย่านเสียงไหนที่ทำให้รู้สึกดี ส่วนตนมีหน้าที่เล่นอย่างเดียวให้ตรงความรู้สึกในใจมากที่สุด 

ไปอยู่ที่ไหนมา? กว่าจะเจอ YAMIN 

ตระเวนทุกผับ จับตาทุกร้าน เล่นเก่งทะลุเครื่องเสียงห่วย

ด้านพี่แจ็คหรือ แจ็ค เจษฎา เจ้าของรางวัลอินเตอร์มากมาย อธิบายเพิ่มเติมว่า คอนเซ็ปต์ในการสร้างงานดนตรีของ Great Odyssey Records เหมือน Music company production house คือสร้างงานให้ศิลปิน สมัยก่อนนักดนตรีบ้านเราเล่นเก่งกันมาก แต่อุปกรณ์เครื่องเสียงยุคนั้นไม่ดีเลย 

ผมโชคดีที่ได้ทำงานกับไนท์สปอตโปรดักชั่น ได้เรียนรู้จนเริ่มมี Know-How ซึ่งมันไม่มีที่เรียนรู้ในไทย อาศัยเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เรียนรู้จาก Sound engineer ต่างประเทศ ซึ่งเมื่อเทียบกันอุปกรณ์สมัยนี้มันฟ้ากับดินเลย แต่ก็เค้นออกมาจนดี ตอนนั้นเลยมีแรงบันดาลใจจะทำเครื่องเสียงให้กับวงทั้งหลาย แรกๆ ได้สัมผัสนักดนตรีไทยเยอะมาก เพราะทำให้ทุกค่ายเพลงในประเทศนี้ พอทำมาถึงจุดหนึ่งรู้สึกว่าทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว แต่สิ่งที่สังเกตคือ ทำไมดนตรีในประเทศเรามันมีประเภทหรือ Category แค่นี้ มีป๊อป ร็อก ลูกทุ่ง หมอลำ แต่ลูกทุ่ง หมอลำ มันแทบจะเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้าน มีการพัฒนา มีชื่อเสียง มีตลาดที่ใหญ่มาก แต่ผมก็สงสัยว่าดนตรีบ้านเราทำไมมันมีแค่นี้ 

แจ็ค เจษฎา ยกตัวอย่างถึงแนวเพลงในต่างประเทศว่า มีทั้งแจ๊ซ บลูส์ ฟังกี้ คลาสสิก มีเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ทำไมบ้านเราไม่มี จนกระทั่งสืบมาถึงปัจจุบัน หรือแค่ 10 ปีที่แล้ว ตอนที่ตั้ง Great Odyssey ก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าทำไมซุปเปอร์สตาร์เมืองไทยมีอยู่แค่นี้ แอ๊ด คาราบาว, อัสนีวสันต์ และ ธงไชย แมคอินไตย์ จนถึงเดี๋ยวนี้ยังไม่มีใครมาแทน มันเกิดอะไรขึ้น? 

นั่นแสดงว่ามันไม่มีวิธีการผลิต การสรรหา หรือการจัดการที่เขาเรียกว่า Artist management เราไม่มีความชัดเจนที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นธุรกิจ ทำให้นักดนตรีหลายคนไม่มีความหวังในอาชีพ ผมเลย

นึกขึ้นมาว่าจะไม่ทำซ้ำ จะทำหมวดหมู่อื่น เป็นแจ๊ซ บลูส์ หรือเฮฟวีเมทัล เดทเมทัล อันเดอร์กราวด์ทั้งหลาย 

แนวคิดข้างต้น นำไปสู่การนำเพลงใต้ดินขึ้นมา

แรกๆ ยังไม่ได้คิดทำอะไรมาก โชคดีได้เจอน้องคนหนึ่งที่ตอนนั้นเป็น MD ของ Warner Music ก็คือ ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ CEO ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย เขามาคุยว่าจะทำยังไงกันดีที่ไม่เหมือนใคร ไม่เหมือนที่ผ่านมา จึงได้ลองเอาใต้ดินขึ้นมา เปิดที่ร็อกผับ ปรากฏว่าก็มีตลาดของเขา เขามีสาวก มีแฟน แต่ว่าเราทำการตลาดไม่เป็น Warner Music ก็ทำไม่เป็น 

พอดีมาโป๊ะเชะกับแกรมมี่เขาดึงอีโบลาไปทำในแบบบริหารจัดการแบบแมส แล้วดังขึ้นมา เลยมานั่งคิด เสาะแสวงหาศิลปิน ผมให้โจทย์ยากกับน้องที่ทำงานด้วย ว่าอยากทำ Category ใหม่ของดนตรีในบ้านเรา ไม่ใช่ดนตรีป๊อป ร็อก หรืออะไรที่เขามี โดยมอบหมายเขาให้ไปตระเวนทุกร้าน ทุกผับ ว่ามีอะไรน่าตื่นเต้น เราต้องได้ศิลปินที่เป็นตัวจริง มีสกิล ทักษะ มีซิกเนเจอร์เป็นของตัวเอง มีคาแร็กเตอร์และสไตล์การเล่น มันต้องมีเป็นของตัวเองก่อน ไม่ใช่ไปก๊อปคนนู้น เลียนแบบคนนั้น อย่างนั้นไม่ต้องเกิด จนกระทั่งวันหนึ่งได้เจอมินท์

ผมไปดูเขา เขาเล่นเก่งมาก ขนาดเครื่องเสียงที่ร้านห่วย ห่วยจนเสียงร้องจากปากดังกว่าไมค์ ผมไปต่อครั้งที่ 2 พา พี่อ๊อด ศรายุทธ สุปัญโญ ไปดู พี่อ๊อดดูเดี๋ยวเดียวบอก ไอ้นี่ไปมุดอยู่รูไหนมา 

ครั้งที่ 3 พาร็อกเกอร์รุ่นใหญ่ไปดู โอฬาร พรหมใจ พูดเหมือนกัน มันไปอยู่ไหนมา ผมก็ไปคุยกับมินท์ บอกว่าเดี๋ยวเรามาคิดทำอะไรกันนะ แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออก นั่นคือจุดเริ่มต้นสำหรับศิลปินญามินท์แจ๊ค เจษฎา เล่าเป็นฉากๆ 

ยุคเปลี่ยน คนฟังดนตรีมินท์เสน่ห์เหลือล้น ไม่หล่อก็ไหว

ถึงคิว โอฬาร แห่ง ดิ โอฬาร โปรเจ็กต์ ที่จับไมค์เปิดใจว่า 

ครั้งแรกที่ได้ฟังมินท์ก็คิดว่าเล่นโคตรเก่งเลย แต่มีติดอยู่อย่าง คือแจ็คจะเอาไหวเหรอ เพราะไม่ค่อยหล่อ จะดันไปได้อย่างไร?” 

ยิงหมัดตรง ไม่อ้อมค้อม ก่อนอธิบายเพิ่มว่า อย่างไรก็ตาม ยุคนี้มันเปลี่ยนแล้ว คนฟังดนตรีดนตรีสำคัญที่สุด

เวลาคนฟังดนตรีมันต้องมองหน้า ยิ่งเล่นยิ่งดีก็ต้องมองหน้า หน้าเขาจริงจังที่จะถ่ายทอดในสิ่งที่สัมผัสได้ ผมว่าเสน่ห์อีกอันของญามินท์คือเขาอยากจะเป็นอย่างสิ่งที่เขาเป็น เขาถูกหล่อหลอมมาจากดนตรีบลูส์ บลูส์ในแบบฉบับของเขา เทมโปมันใกล้เคียงกับบีทของหัวใจไม่มากก็น้อย น้ำหนักไดนามิกต่างๆ เทคนิคการเล่น เขาฝึกฝนเยอะแล้วก็ทำได้ดี ไม่ได้ยินดนตรีแบบนี้มานาน เดี๋ยวนี้ฟังดนตรีที่มินท์ทำหรือเล่น เราก็จะรู้ว่าวิธีการที่เขาเล่น โน้ตที่เขาเป่า ทักษะที่เขามีอยู่ รู้เลยว่านี่คือ มินท์ YAMIN” 

ศิลปินระดับตำนาน กระซิบดังๆ ทิ้งท้ายด้วยว่า 

อย่างมินท์เนี่ยผมเชียร์ที่สุดเลย