เริงโลกด้วยจิตรื่น : กรงแห่ง‘ความพึงใจ’
เพราะเกิดแว่บขึ้นมา ว่าเอาเข้าจริงแล้ว “ความเคยชิน” นี่แหละที่คือ “กรงขังของชีวิต”
คงมีสักครั้ง หรือหลายครั้งที่เราเกิดคำถามขึ้นในใจว่า ทำไมในแต่ละวันจากตื่นถึงหลับชีวิตจึงวนอยู่กับเรื่องเดิมๆ เสียเป็นส่วนใหญ่
ทำซ้ำๆ จนเป็น “ความเคยชิน”
แล้วความเคยชินก็จองจำชีวิตเราไว้ หนักๆ เข้าในบางวันที่หลุดไปจากความเคยชิน เรามักจะรู้สึกแปลก
ชีวิตมักดำเนินไปเช่นนั้น และเราไม่เคยคิดอะไร
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่คิดเช่นนั้น มีบ่อยไปที่จะมีคนเกิดความคิดว่า “ไม่ใช่แล้ว” ชีวิตน่าจะมีอะไรมากกว่าดำเนินไปอย่างนั้น
ที่สำคัญคือที่สุดแล้วความเป็นอนิจจังของสรรพสิ่งจะบังคับให้ชีวิตต้องสละความเคยชินนั้น และเมื่อมาถึงจุดนี้ ความยุ่งยากจากความไม่ยินยอมพร้อมใจจะเกิดขึ้น
ก่อความไม่พึงใจ ขยายสู่ความทุกข์ ทรมาน
ในวันที่ไม่มีทางเลือกอื่น ด้วยความเจ็บป่วยบังคับให้ต้องกินอาหารตามที่หมอกำหนด และที่โรงพยาบาลจัดมาให้เป็นวิธีจัดการที่ง่ายสุด
“อร่อย” อันหมายถึง “เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม” ที่ผสมกันในปริมาณที่ชอบ คือ “ความเคยชิน”
ทันทีที่รับรู้ว่าต้องกินโดยปรุงได้นิดหน่อย หรือไม่ได้เลย กับอาหารที่เย็นชืดเพราะความสดร้อนหายไปกับเวลาที่ใช้ทยอยส่งให้กับคนป่วยจำนวนมาก
กลิ่นที่โชยมาก่อความรู้สึก “ไม่อร่อย” การไม่อยากยอมรับเกิดขึ้นในใจ ตามด้วยอาการคลื่นไส้ ทุกข์ทรมานเมื่อตักเข้าปาก กระอักกระอ่วนที่จะกลืนลงไป ความไม่พึงใจกลายเป็นความเกลียดชัง และหาเหตุที่จะปฏิเสธการกิน ความยุ่งยากเกิดขึ้นมากมายในความรู้สึกนึกคิด
ความทุกข์จากการป่วยไข้ที่ทำให้ใช้ชีวิตตามที่เคยใช้ไม่ได้ เมื่อผสมกับไม่ได้กินอย่างที่เคยกิน ผสมให้หงุดหงิด เดือดร้อน ขยายตัวเป็นเรื่องอื่นๆ ไปเรื่อย
ในช่วงที่มีเหตุให้ต้องเวียนเข้าเวียนออกโรงพยาบาลบ่อยๆ ทำให้ทุกข์ร้อนกับเรื่องเหล่านี้แทรกเข้ามาเป็น “ความเคยชิน” ใหม่
เคยชินที่จะต้องอยู่กับสิ่งที่สร้างความไม่พอใจสารพัด
ตรงจุดนี้เองที่สัมผัสถึงความวิเศษของชีวิต สิ่งนั้นคือการปรับตัว
เกิดความเข้าใจกระจ่างว่า “ชีวิตมีความสามารถปรับตัวให้อยู่กับความเคยชินใหม่ได้เสมอ”
เมื่อเริ่มตั้งสติ และมองเข้าไปถึงกระบวนการปรับตัวให้เข้ากับความเคยชินใหม่นั้น
พบว่า เริ่มจากยอมรับสิ่งใหม่ที่เข้ามาให้ชีวิตได้สัมผัส ช่วงแรกถูกต่อต้านจากความเคยชินเก่า เกิดแรงเสียดทาน ก่อความไม่พึงใจ แต่สถานการณ์บังคับทำให้ต้องยอมรับ
จุดเปลี่ยนอยู่ที่ เมื่อ “ยอมรับ” เกิดขึ้น ความเคยชินเก่าที่เคยยึดครองความรู้สึกนิดคิดไว้จะสลายไปเอง พื้นที่ในความรู้สึกจะถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่ใจให้การยอมรับนั้น
ความกระจ่างนี้ทำให้เข้าใจถึงเหตุแห่งทุกข์ว่าเกิดจากการยึดติด
นึกไปถึงสภาวะจิตที่ว่างจากการยึดติดทั้งหลาย และเริ่มฝึกฝนที่จะไม่เอาสิ่งหนึ่งสิ่งใดมายึดมาถือจนแปรเป็นความเคยชิน
จากนั้นเริ่มลงมือ และเทใจฝึกฝนที่จะสัมผัสสิ่งต่างๆ ไม่ว่าเป็นช่องทางไหน แบบเพียงแค่สัมผัสแล้วปล่อยวางไป ไม่เอามาเกาะใจไว้ด้วยความชอบไม่ชอบ
การประคองสติให้ดำเนินชีวิตในหนทางนี้ ทำให้รู้สึกได้ว่าเป็นชีวิตที่อิสระ ไม่ถูกคุมขังไว้ในความเคยชิน
จันทร์รอน

