ถือเป็นส่วนหนึ่งใน “โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย” ที่ได้รับการจับตามองไม่มากก็น้อยเลยทีเดียวสำหรับ “สถานีสนามไชย”
ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจาก “ช.การช่าง” ซึ่งเป็นผู้รับมอบหมายจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้เป็นผู้ก่อสร้าง มีแนวคิดที่จะสร้างสถานีแห่งนี้ ให้เป็นหนึ่งในสถานีรถไฟใต้ดินที่มีความงดงามในระดับโลก โดยผสานศักยภาพด้านวิศวกรรมสมัยใหม่เข้ากับเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทย 
มุ่งหวังให้เป็นอีกหนึ่ง “แลนด์มาร์ก” ให้แก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมายังสถานีแห่งนี้
เนื่องด้วยสถานีสนามไชยตั้งอยู่บริเวณบนเกาะรัตนโกสินทร์ ไม่ไกลจากวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง มีสถานที่ทางวัฒนธรรมอยู่โดยรอบ ถือเป็นแหล่งการท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร และมีนักท่องเที่ยวสัญจรผ่านเป็นจำนวนมาก
ที่สุดแล้วหลังจากการออกแบบโดย รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2537 ราชบัณฑิต การก่อสร้างตกแต่งภายในสถานีสนามไชยก็สำเร็จเสร็จสิ้นไปจนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ และได้เปิดให้สื่อมวลชนเยี่ยมชมไปเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บรรยากาศในวันดังกล่าวเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางสื่อมวลชนจากหลายสำนักเข้าไปเยี่ยมชมภายใน “สถานีสนามไชย” เป็นจำนวนมาก
ภายในสถานีวางผังตามแบบสถาปัตยกรรมไทยโบราณ มีเสาสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่สีขาวเรียงรายขนาบข้างทางเดิน บัวหัวเสาปิดทองคำเปลวเป็นสีทองอร่าม มีองค์และฐานเสาตามธรรมเนียมสถาปัตยกรรมไทย พื้นและผนังจำลองมาจากกำแพงเมืองลายประจำยาม เพดานตกแต่งลายไทยเป็นลายฉลุแบบดาวล้อมเดือน ปิดทองคำเปลวเช่นกัน
ดังนั้น ภาพที่เห็นภายในจึงเป็นสีแดงทองงามอร่าม
โดยแรงบันดาลในการออกแบบ ดร.ภิญโญได้ให้สัมภาษณ์ว่า แนวคิดในการออกแบบสถานีนี้ เกิดจากแรงบันดาลใจจากพื้นที่ต่างๆ โดยรอบสถานี โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั้งวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง
“ผมอยากจะสร้างเอกลักษณ์บนสถานีรถไฟฟ้าไทย ให้ชาวต่างชาติและคนไทยที่มาใช้บริการที่นี่ประทับใจและจดจำได้ จึงออกแบบสถานีสนามไชยให้สอดคล้องกับอาคารสำคัญโดยรอบ ซึ่งเป็นเขตพระนครชั้นในบนเกาะรัตนโกสินทร์”
รศ.ดร.ภิญโญ กล่าวอีกว่า “หากดูลวดลายต่างๆ ในสถานีแห่งนี้จะเห็นว่ามีความใกล้เคียงกับวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง คือคนที่มาท่องเที่ยว ไม่ว่าขามาหรือขากลับเมื่อเห็นแล้วก็จะรู้สึกเหมือนที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเช่นกัน”
ที่สำคัญคือความละเอียดอ่อนในการทำงาน ที่ ดร.ภิญโญเน้นว่าตัวเขาเองต้องลงมาดูงานด้วยตนเองเสมอ
“ผมลงมาดูเองในทุกรายละเอียด ทุกจุด เพราะต้องการให้สถานีนี้เป็นเอกลักษณ์ของไทยที่คนทั่วโลกต้องมาดู ใครๆ ต้องรู้จัก เราตั้งใจออกแบบและจัดทำอย่างประณีตทุกชิ้น เพื่อสร้างผลงานที่จะอยู่คงทน เป็นสมบัติของชาติ ไม่ใช่แค่เป็นอาคารที่รองรับผู้โดยสารผ่านไปมาเท่านั้น นอกจากนี้ยังถือเป็นการอนุรักษ์ศิลปะและสถาปัตยกรรมไทยให้คนรุ่นหลังได้เห็นและชื่นชม” รศ.ดร.ภิญโญกล่าว

ด้าน ประเสริฐ จันทวิบูลย์ ผู้จัดการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย สัญญาที่ 2 ช่วงสนามไชย-ท่าพระ กล่าวว่า ทั้งนี้ การก่อสร้างสถานีสนามไชยเป็นการก่อสร้างในลักษณะพิเศษ เนื่องจากไม่สามารถที่จะขุดเปิดหน้าดินได้ เพราะจากการสำรวจในเบื้องต้นพบว่าใต้ดินนั้นมีโบราณสถานและโบราณวัตถุอยู่ ดังนั้น จึงต้องอาศัยเทคนิคการก่อสร้างพิเศษที่เรียกว่า “Pipe Roof” ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยใช้ขั้นตอนการก่อสร้างกว่า 3 ปี จึงจะสำเร็จ
อีกหนึ่งความท้าทายในการก่อสร้างสถานีแห่งนี้ ประเสริฐเล่าให้ฟังว่า ตัวสถานีดังกล่าวอยู่ลึกอยู่ถึงชั้นทราย ซึ่งชั้นทรายในกรุงเทพฯจะมีแรงดันน้ำใต้ดิน ดังนั้น การก่อสร้างจึงต้องใช้เทคนิคการอัดฉีดสารผสมพิเศษเพื่อลดความพรุนของชั้นทราย จนสามารถขุดลงไปถึงชั้นที่เป็นชานชาลาได้สำเร็จและปลอดภัยได้
“นอกจากนี้ ก่อนการก่อสร้างได้มีการดำเนินงานสำรวจทางโบราณคดี โดยมีหลุมสำรวจโดยรอบบริเวณกว่า 100 หลุม และใช้ระยะเวลาในการสำรวจถึง 8 เดือนก่อนที่จะเริ่มงานจริงได้ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากกรมศิลปากรที่ส่งตัวแทนมาช่วยเหลือในการขุดค้นทางโบราณคดี ทำให้แล้วเสร็จโดยสมบูรณ์”
ทั้งนี้ ประเสริฐได้กล่าวอีกว่า สิ่งที่ขุดค้นพบเป็นกำแพงโบราณ สิ่งที่ขุดค้นพบต่างๆ ได้ถูกนำขึ้นมาและอยู่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากรเป็นที่เรียบร้อย โดยในอนาคตจะมีการร่วมมือกับทางมิวเซียมสยามนำวัตถุโบราณเหล่านี้บางส่วนมาจัดแสดงที่บริเวณทางขึ้น-ลงสถานีสนามไชยหน้ามิวเซียมสยามอีกด้วย
“ขณะนี้ทางเราได้จัดพื้นที่เตรียมรับการจัดแสดงในอนาคตไว้แล้ว แต่ถึงอย่างไรทาง ช.การช่างเองก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีกรมศิลปากรเป็นแกนหลักในการนำวัตถุโบราณที่ขุดค้นได้ ณ ที่แห่งนี้มาจัดแสดงให้แก่ประชาชนชาวไทยและต่างประเทศ” ประเสริฐกล่าว
ปิดท้ายที่ ดร.สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวเสริมว่า “สำหรับโครงการนี้ ช.การช่างได้ใช้ศักยภาพด้านวิศวกรรมเพื่อควบคุมการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม หรือ Engineer Meets Arts โดยนำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการก่อสร้างที่เราสั่งสมมากว่า 44 ปี มาใช้ในการควบคุมให้การก่อสร้างและตกแต่งสถานีตามแบบสถาปัตยกรรมไทยที่ทรงคุณค่ามีความงดงามอ่อนช้อย แต่สง่างามอยู่ในตัว ซึ่งต้องอาศัยทักษะความเข้าใจและเทคโนโลยีที่จะผสานทั้ง 2 ด้านนี้ไว้ด้วยกันอย่างลงตัวเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้แก่ผู้โดยสารที่ได้เข้ามาใช้บริการ
“ภายใต้ความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์แบบไทยรัตนโกสินทร์ สถานีสนามไชยสะท้อนความเป็นเลิศด้านการออกแบบทั้งในเชิงวิศวกรรม การจัดพื้นที่ใช้สอยที่คำนึงถึงผู้ใช้งาน ความสะดวกและปลอดภัย ไปพร้อมกับการตกแต่งที่มีรายละเอียด สะท้อนความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี สถานีสนามไชยจะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่สำคัญของกรุงเทพฯ เป็นจุดที่เชื่อมความเป็นไทยกับความทันสมัยเข้าด้วยกัน” ดร.สุภามาสกล่าว
ดร.สุภามาส กล่าวอีกว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินตลอดทั้งเส้นจะเป็นรถไฟฟ้าที่มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นมาก เพราะเป็นเส้นที่วิ่งผ่านบริเวณที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน ดังนั้น นอกจากสถานีสนามไชยแล้ว ช.การช่างยังได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการออกแบบก่อสร้างและตกแต่งสถานีอิสรภาพ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานีที่จะถูกตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมไทยด้วยแนวคิดที่แตกต่างออกไป โดยจะตกแต่งด้วย “หงส์” สัตว์ในวรรณคดีไทยเป็นสำคัญ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร
“การออกแบบสถานีอย่างมีเอกลักษณ์เช่นนี้ นอกจากจะเป็นการเล่าเรื่องราวเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ชาวต่างชาติแล้ว เราเชื่อว่าจะทำให้เราคนไทยทุกคนได้ตระหนักถึงคุณค่ามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของไทยที่เป็นหนึ่งเดียวในโลก ช.การช่างภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบโครงสร้างคมนาคมให้แก่ประชาชน พร้อมกับเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันงดงามที่หาได้ที่เมืองไทยเพียงแห่งเดียวในโลก”
ดร.สุภามาส กล่าวทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

ทั้งนี้ ในอนาคตอันใกล้จะมีแผนการเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมความงดงาม
ก่อนเปิดใช้จริงในปี 2562

